ชาวบ้านเมืองคอนร้อง ! ถนนชำรุดหนัก ไร้หน่วยงานดูแล

ชาวบ้านเมืองคอนร้อง ! ‘ถนนชำรุด’ หนัก ไร้หน่วยงานดูแล จี้ จนท.เร่งจัดสรรงบดำเนินการ

วันนี้ 16 ก.ค.59 ชาวบ้านหมู่ที่ 3 และ หมู่ 4 ต.นาทราย อ.เมืองนครศรีธรรมราช ได้เข้าร้องเรียนกับสื่อมวลชน หลังได้รับความเดือดร้อนถนนชำรุดอย่างหนัก ไร้ผู้รับผิดชอบผู้ดูแล บนถนนสายบ้านน้าสรง–บ้านฝาง หมู่ที่ 3 และ หมู่ 4 ต.นาทราย อ.เมืองนครศรีธรรมราช เป็นระยะทางรวม 2 กิโลเมตร ซึ่งเส้นทางดังกล่าว เป็นเส้นทางสายเก่าแก่ที่ประชาชนจากพื้นที่หลายตำบลของอำเภอเมือง และอำเภอพรหมคีรี จ.นครศรีธรรมราช ใช้สัญจรเพื่อเดินทางเข้าสู่ตัวเมืองนครศรีธรรมราช มานานกว่า 50 ปี แล้ว

DSC06202

โดย นายปรีชา ไชยจิตย์ อายุ 65 ปี ตัวแทนชาวบ้าน กล่าวว่า ถนนสายนี้ถูกปล่อยให้มีสภาพชำรุด ส่งผลให้ใช้เส้นทางด้วยความยากลำบาก จึงอยากฝากผู้รับผิดชอบเข้ามาดูแล ซึ่งนอกจากถนนสายนี้จะมีสภาพชำรุดแล้ว ยังไม่ระบบไฟแสงสว่าง ทำให้การใช้ถนนไม่มีความปลอดภัย ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก

ปัจจุบันถนนสายดังกล่าว มีสภาพชำรุดเป็นหลุมเป็นบ่อตลอดทั้งสาย ผู้ขับขี่พาหนะประสบอุบัติเหตุมาแล้วหลายครั้ง โดยเฉพาะในเวลากลางคืน ซึ่งมีไฟฟ้าส่องแสงสว่าง ซึ่งตนเองไม่ทราบว่าถนนสายนี้อยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยงานใด ขณะที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ก็อ้างว่าไม่มีงบประมาณ

DSC06246

ด้านนายศุภชัย ดาวัลย์ อายุ 55 ปี กล่าวว่า เคยมีการร้องเรียนไปที่ อบต.นาทราย ก็ได้รับคำตอบว่าไม่มีเงินงบประมาณ แต่ในความเป็นจริง ตนต้องการให้ อบต.นาทราย ทำหน้าที่เป็นผู้ประสานนำความเดือดร้อนของชาวบ้าน ไปบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หาแหล่งเงินมาซ่อมถนนให้ชาวบ้านได้ใช้อย่างสะดวกและปลอดภัย

DSC06247

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาชาวบ้านได้ร่วมกันลงขัน ซื้อทรายและปูนซีเมนต์มาซ่อมโดยไม่ต้องใช้เงินงบประมาณภาครัฐ แต่สุดท้ายถนนก็ชำรุดจนยากแก่การซ่อม จึงได้รวมตัวกันร้องเรียนผ่านสื่อมวลชน ให้นำเสนอความเดือดร้อนไปยังผู้รับผิดชอบและเกี่ยวข้อง ให้ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบ พร้อมทั้งเร่งจัดสรรงบประมาณมาดำเนินการ อย่างไรก็ตาม เพื่อให้ชาวบ้านมีชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้นตามนโยบายรัฐบาล

MThai News

ประเดิม ม.44 ! สน.บึงกุ่มจับผู้ปกครองดำเนินคดีหลัง นร.ตีกัน

ประเดิม ม.44 ! สน.บึงกุ่มจับผู้ปกครองดำเนินคดีหลัง ‘นักเรียนตีกัน’ ด้าน น.1-9 สั่งแก้ปัญหาอย่างเคร่งครัด

พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวภายหลังได้สั่งการให้ ผบก.น.1-9 บังคับใช้กฎหมายตามประกาศ คสช. เกี่ยวกับการแก้ปัญหานักเรียนตีกันอย่างเคร่งครัด โดยเมื่อวันที่ 14 ก.ค.59 สน.บึงกุ่ม ได้ดำเนินคดีกับผู้ปกครองของเด็กที่ฝ่าฝืนประกาศ คสช.ที่ 30/2559

713906-01

ฐานกระทำการบังคับ ขู่เข็ญ ยุยง ส่งเสริม ช่วยเหลือ หรือสนับสนุน ให้นักเรียนหรือนักศึกษาฝ่าฝืนกฎหมาย บทบัญญัติตาม ม.64 พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 ซึ่งศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ได้มีคำพิพากษาลงโทษผู้ปกครองรายดังกล่าว ให้จำคุก 6 เดือน ปรับ 60,000 บาท แต่เจ้าตัวรับสารภาพลดโทษกึ่งหนึ่งเหลือจำคุก 3 เดือน ปรับ 30,000 บาท โทษจำคุกให้รอลงอาญา 2 ปี

ขณะเดียวกัน รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวว่า กรณีดังกล่าวถือเป็นคดีแรกตามประกาศ คสช.ที่ 30/2559ที่ดำเนินคดีกับผู้ปกครอง และขอชมเชยตำรวจทุกนาย ที่เข้มงวดและบังคับใช้กฎหมาย และเชื่อว่ากรณีนี้ จะช่วยป้องปรามนักเรียนก่อเหตุทะเลาะวิวาทกันได้อีกทาง

ที่มา  INN

MThai News

“จ่านิว” โผล่สกายวอล์คหน้าหอศิลป์ร่วมอ่านเนื้อหาร่าง รธน.

“จ่านิว” โผล่สกายวอล์คหน้าหอศิลป์ร่วมอ่านเนื้อหาร่าง รธน. ก่อนประชามติ ขณะตำรวจตรวจเข้ม

วันนี้ (16 ก.ค.) ที่บริเวณสกายวอค์หน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร น.ส.กุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ นักวิชาการอิสระ และ น.สณัฏฐา มหัทธนา นักกิจกรรมในนามกลุ่มพลังมด เป็นแกนนำทำกิจกรรมอ่านก่อนโหวต เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนได้อ่านเนื้อหาสาระร่างรัฐธรรมนูญ ก่อนตัดสินใจออกเสียงประชามติในวันที่ 7 ส.ค.นี้

713999-02

โดยมีเอกสาร 3 เล่ม มาแจกจ่าย คือ สาระสำคัญร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นเอกสารของกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ความเห็นแย้ง อธิบายสาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญ 10 เรื่องที่น่ารู้ และแถลงการณ์คณะราษฎร์ ต่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับลงประชามติ ซึ่งเป็นเอกสารของกลุ่มขบวนการประชาธิปไตยใหม่ โดยมีกลุ่มนักศึกษา และบุคคลทั่วไปให้ความสนใจร่วมนั่งอ่านร่างรัฐธรรมนูญจำนวนหนึ่ง รวมถึงนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ (จ่านิว) แกนนำกลุ่มประชาธิปไตยใหม่มาร่วมกิจกรรมด้วย

ทั้งนี้ นายสิรวิชญ์ ได้ยืนยันว่า การทำกิจกรรมดังกล่าวไม่ได้เป็นการชี้นำประชาชนแต่อย่างใด ซึ่งการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญนั้น ก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของประชาชน และถือเป็นโอกาสเดียวที่ประชาชนจะได้มีส่วนร่วมในการแสดงออก

713999-01

อย่างไรก็ตาม จากเดิมทางกลุ่มจะจัดกิจกรรมบริเวณหน้าหอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร แต่เนื่องจากบริเวณดังกล่าวอยู่ในเขตพระราชฐาน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงขอความร่วมมืองดจัดกิจกรรมทุกรูปแบบ พร้อมนำแผงรั้วเหล็กมากั้น และนำกำลังตำรวจจาก บก.น.6 จำนวน 50 นาย เข้าดูแลพื้นที่บริเวณลานหน้าหอศิลปวัฒนธรรม กรุงเทพมหานคร และบริเวณสกายวอล์ครถไฟฟ้าบีทีเอส เพื่อดูแลความเรียบร้อย ป้องกันเหตุปะทะระหว่างกลุ่มผู้คัดค้านและสนับสนุน

นอกจากนี้ ยังมีกำลังจากทหารนอกเครื่องแบบ และเทศกิจคอยสังเกตการณ์และถ่ายรูปขณะทางกลุ่มทำกิจกรรมด้วย ซึ่งบรรยากาศเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ลักษณะเป็นการล้อมวงนั่งอ่านร่างรัฐธรรมนูญ ที่ต่างคนต่างอ่าน โดยไม่เปล่งเสียง ทางกลุ่มได้ยุติกิจกรรมในเวลา 18.00 น. ก่อนจะแยกย้าย โดยไม่มีเหตุวุ่นวายใดใดเกิดขึ้น

ที่มา  INN

MThai News