รัฐบาลตุรกียัน ทหารปฏิวัติล้มเหลว ตาย 42 ยังมีปะทะ

รัฐบาลตุรกี ยืนยัน ควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว จับกุมทหารก่อปฏิวัติแล้วประมาณ 120 คน มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 42 ราย

ล่าสุดสำนักข่าว ต่างประะเทศ รายงานว่า ประธานาธิบดี เรเซป เทย์ยิป เออร์โดกัน ของตุรกี ได้ปรากฏตัวท่ามกลางผู้สนับสนุนที่สนามบินอิสตันบูล หลังจากก่อนหน้านี้ได้ใช้วิธีการเฟซไทม์ปลุกระดมประชาชนให้ออกมาต่อต้านการทำรัฐประหารของสมาชิกกองทัพบางส่วนโดยไม่ได้เปิดเผยสถานที่

ทั้งนี้ การปรากฏตัวของ นายเออร์โดกัน ครั้งนี้ แสดงให้เห็นว่า การพยายามก่อการปฏิวัติของกองทัพบางส่วน ยังไม่ประสบความสำเร็จ

713883-02

นอกจากนี้ สำนักข่าวต่างประเทศ ยังรายงานว่า ยังเป็นการแสดงให้เห็นว่าการก่อปฏิวัติครั้งนี้ ไม่ได้เป็นไปโดยเอกภาพของกองทัพ เช่นเดียวกับที่หน่วยข่าวกรองของตุรกีที่ระบุว่า นายพลฮูลูซี อาคาร์ ได้กลับมาบัญชาการกองทัพแล้ว และได้ควบคุมสถานการณ์ทั้งหมดได้แล้ว สำนักข่าว ต่างประเทศ ยังรายงานว่า นายกรัฐมนตรี บินาลี ยิลดิริม แห่งตุรกี ยืนยัน รัฐบาลสามารถหยุดความพยายามก่อรัฐประหารได้สำเร็จแล้ว และจับกุมผู้ก่อการได้ประมาณ 120 คน ขณะที่ประธานาธิบดี เรเซป เทย์ยิป เออร์โดกัน ได้กลับสู่อิสตันบูล ท่ามกลางฝูงชนจำนวนมาก

ด้านสถานีโทรทัศน์ TRT ในกรุงอังการา ซึ่งถูกทหารควบคุม สามารถกลับมาแพร่ภาพตามปกติอีกครั้ง หลังระงับการออกอากาศชั่วคราว แต่ล่าสุดมีรายงานว่า ฝ่ายทหารได้บุกเข้าสถานีข่าวเฮอร์ริเย็ต และ CNN Turk โดยผู้ประกาศข่าว ระบุว่า สถานีอาจไม่สามารถแพร่ภาพได้นานนัก ก่อนที่จะถูกระงับการแพร่ภาพไป

อย่างไรก็ตาม ภายในเมืองยังไม่สามารถควบคุมสถานการณ์วุ่นวายได้ โดยมีรายงานเสียงปืนและระเบิดเกิดขึ้นเป็นระยะ ๆ ที่สนามบินอิสตันบูล หลังมีข่าวเครื่องบินผู้นำตุรกีร่อนลงจอด และมีรายงานระเบิดดังขึ้นที่จตุรัสทักซิม ของนครอิสตันบูล 2 ครั้ง และมีเสียงปืนดังขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่เครื่องบินรบ 3 ลำ ได้บินระดับต่ำเหนือพื้นที่จตุรัสทักซิมด้วย

ล่าสุด สำนักข่าว ต่างประเทศ รายงานว่า ก่อนที่ทางการตุรกี จะแถลงข่าวว่า สามารถควบคุมสถานการณ์ได้นั้น ได้มีเครื่องบินพยายามทิ้งระเบิดลงในกรุงอังการา ใกล้ทำเนียบประธานาธิบดีด้วย แต่หลังจากนั้นฝ่ายรัฐบาลก็ได้จัดการกับเครื่องบินของกลุ่มปฏิวัติได้ และมีการประกาศให้กรุงอังการาเป็นเขตห้ามบินแล้ว

ทั้งนี้ มีรายงานว่า ในกรุงอังการา มีผู้เสียชีวิตจากการปะทะกันระหว่างการก่อปฏิวัติของกองทหาร ถึง 42 ราย


กองทัพตุรกียึดอำนาจการปกครองในประเทศ – ด้าน นายกฯบินาลี ยิลดิริม ระบุเป็นทหารกลุ่มเดียวที่พยายามก่อรัฐประหาร

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานจากกรุงอังการา ประเทศตุรกี เมื่อวันที่ 16 ก.ค. ว่า มีแถลงการณ์ออกมาจากกองทัพตุรกี ระบุว่า ทหารได้ยึดอำนาจการปกครองประเทศไว้หมดแล้ว สาเหตุที่กองทัพทำเช่นนี้ก็เพื่อรื้อฟื้นความสงบเรียบร้อยตามรัฐธรรมนูญ สิทธิมนุษยชนและเสรีภาพ รวมทั้งหลักประกันว่านิติรัฐจะต้องกลับมาปกครองประเทศ เพื่อความสงบเรียบร้อยกลับคืนมา ส่วนข้อตกลงระหว่างประเทศทั้งหมดรวมถึงพันธกรณียังคงเป็นไปเหมือนเดิม และกองทัพให้คำมั่นว่าจะสานสัมพันธ์ที่ดีกับทุกประเทศทั่วโลกต่อไป กองทัพตุรกียังประกาศใช้กฎอัยการศึกและคำสั่งเคอร์ฟิว

713842-01

ด้านนายบินาลี ยิลดิริม นายกรัฐมนตรีแห่งตุรกี แถลงผ่านทางโทรทัศน์ว่า มีความพยายามที่จะก่อรัฐประหาร แต่ยังเปิดเผยรายละเอียดไม่ได้ ซึ่งรัฐบาลตุรกีจะไม่ยอมให้มีการหยุดยั้งระบอบประชาธิปไตย มีรายงานด้วยว่า มีเครื่องบินและเฮลิคอปเตอร์บินอยู่เหนือท้องฟ้าในกรุงอังการา มีเสียงปืนดังขึ้นทั้งในกรุงอังการา และเมืองอิสตันบูลเมืองใหญ่ของตุรกี มีรถพยาบาลจอดอยู่ด้านหน้ากองบัญชาการกองทัพตุรกี มีการส่งรถหุ้มเกราะไปประจำอยู่ด้านหน้าของสนามบินอตาเติร์กในเมืองอิสตันบูล และนายทหารระดับสูงของกองทัพตุรกีถูกควบคุมตัวไว้เป็นตัวประกันอยู่ในกองบัญชาการกองทัพตุรกี

ล่าสุดสำนักข่าว ต่างประะเทศ รายงานว่า ประธานาธิบดี เรเซป เทย์ยิป เออร์โดกัน ของตุรกี ได้ปรากฏตัวท่ามกลางผู้สนับสนุนที่สนามบินอิสตันบูล หลังจากก่อนหน้านี้ได้ใช้วิธีการเฟซไทม์ปลุกระดมประชาชนให้ออกมาต่อต้านการทำรัฐประหารของสมาชิกกองทัพบางส่วนโดยไม่ได้เปิดเผยสถานที่

ทั้งนี้ การปรากฏตัวของ นายเออร์โดกัน ครั้งนี้ แสดงให้เห็นว่า การพยายามก่อการปฏิวัติของกองทัพบางส่วน ยังไม่ประสบความสำเร็จ

นอกจากนี้ สำนักข่าวต่างประเทศ ยังรายงานว่า ยังเป็นการแสดงให้เห็นว่าการก่อปฏิวัติครั้งนี้ ไม่ได้เป็นไปโดยเอกภาพของกองทัพ เช่นเดียวกับที่หน่วยข่าวกรองของตุรกีที่ระบุว่า นายพลฮูลูซี อาคาร์ ได้กลับมาบัญชาการกองทัพแล้ว และได้ควบคุมสถานการณ์ทั้งหมดได้แล้ว


รบ.ตุรกียืนยันควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว

สำนักข่าว ต่างประเทศ รายงานว่า นายกรัฐมนตรี บินาลี ยิลดิริม แห่งตุรกี ยืนยัน รัฐบาลสามารถหยุดความพยายามก่อรัฐประหารได้สำเร็จแล้ว และจับกุมผู้ก่อการได้ประมาณ 120 คน ขณะที่ประธานาธิบดี เรเซป เทย์ยิป เออร์โดกัน ได้กลับสู่อิสตันบูล ท่ามกลางฝูงชนจำนวนมาก

ด้านสถานีโทรทัศน์ TRT ในกรุงอังการา ซึ่งถูกทหารควบคุม สามารถกลับมาแพร่ภาพตามปกติอีกครั้ง หลังระงับการออกอากาศชั่วคราว แต่ล่าสุดมีรายงานว่า ฝ่ายทหารได้บุกเข้าสถานีข่าวเฮอร์ริเย็ต และ CNN Turk โดยผู้ประกาศข่าว ระบุว่า สถานีอาจไม่สามารถแพร่ภาพได้นานนัก ก่อนที่จะถูกระงับการแพร่ภาพไป

อย่างไรก็ตาม ภายในเมืองยังไม่สามารถควบคุมสถานการณ์วุ่นวายได้ โดยมีรายงานเสียงปืนและระเบิดเกิดขึ้นเป็นระยะ ๆ ที่สนามบินอิสตันบูล หลังมีข่าวเครื่องบินผู้นำตุรกีร่อนลงจอด และมีรายงานระเบิดดังขึ้นที่จตุรัสทักซิม ของนครอิสตันบูล 2 ครั้ง และมีเสียงปืนดังขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่เครื่องบินรบ 3 ลำ ได้บินระดับต่ำเหนือพื้นที่จตุรัสทักซิมด้วย

MThai News

ไทยมีแนวโน้ม ฝนตกลดน้อยลง กทม.-ปริมณฑลฝนร้อยละ 40

กรมอุตุฯ เผย ประเทศไทยมีแนวโน้มฝนตกลดน้อยลง – กทม.และปริมณฑลฝนร้อยละ 40 ส่วนมากในระหว่างบ่ายถึงค่ำ

กรมอุตุนิยมวิทยารายงานลักษณะอากาศทั่วไป ใน 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณประเทศไทยมีแนวโน้มฝนตกลดน้อยลง สำหรับกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีฝนลดน้อยลง ส่วนมากเกิดขึ้นในช่วงระหว่างบ่ายถึงค่ำ

สำหรับกรุงเทพฯ และปริมณฑล มีเมฆเป็นส่วนมาก และมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากในระหว่างบ่ายถึงค่ำ อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

13713526_1333829669994931_664013732_n

MThai News

เส้นทางสู่ทางภาคเหนือ-อีสาน การจราจรหนึบ

ประชาชนทยอยเดินทางออกต่างจังหวัดช่วงวันหยุดราชการติดต่อกัน 5วัน เส้นทางสู่ทางภาคเหนือและอีสานการจราจรหนึบ

บรรยากาศการเดินทางกลับภูมิลำเนาและเดินทางท่องเที่ยวต่างจังหวัด ช่วงวันหยุดราชการติดต่อกัน 5วัน ในวันเข้าพรรษา ตลอดทั้งคืนที่ผ่านมาประชาชนต่างทยอยเดินทางออกต่างจังหวัดจำนวนมาก โดยสภาพการจราจร ถนนกาญจนาภิเษก (ทางหลวงหมายเลข 9) วงแหวนตะวันออก อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี รถที่เดินทางมาจากบางนา มุ่งหน้าบางปะอิน มีปริมาณรถมาก แต่ยังคงใช้ความเร็วได้เล็กน้อย หลังจากประชาชนที่เดินขึ้นสู่ทางภาคเหนือและอีสาน และก็จะมีรถสะสมช่วงบริเวณกิโลเมตรที่ 25 ก่อนถึงด่านเก็บเงินธัญบุรี ระยะทางยาวกว่า 5 กิโลเมตร

713849-01

ขณะที่ บนถนนสาย304 (นาดี – นครราชสีมา) สภาพการจราจรหนาแน่น รถติดขัดต่อเนื่องยาว 3 กม.ต้องชลอตัว ช่วง กม.26 โค้งแม่จำปี / และช่วง กม.41 ปากทางขึ้นเขาพลูหีบ เนื่องจากถนนทั้ง 2ช่วง จากปกติเป็นถนน 4 เลน รวมกันเป็นปากคอขวดเหลือ 2เลนรถวิ่งสวนทางกัน และกำลังก่อสร้างขยายเส้นทาง

ส่วน ถ.สายเอเซีย ขาออก ช่วง กม.103 อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี มีการก่อสร้างอุโมงค์ เจ้าหน้าที่ได้ปิดการจราจร2ช่องทางขวา ส่งผลให้การจราจรติดขัด แต่เลยจุดนี้ไปรถสามารถเคลื่อนตัวได้ดี

MThai News