ขนส่งเชียงใหม่คึกคัก ปชช.แห่จองตั๋วทยอยกลับภูมิลำเนา

บรรยากาศใกล้ถึงวันหยุดยาวช่วงเทศกาลเข้าพรรษา ที่สถานีขนส่งเชียงใหม่แห่งที่ 3 มีผู้โดยสารพากันไปซื้อตั๋วล่วงหน้า เพื่อเตรียมเดินทางกลับภูมิลำเนา

วันนี้ 15 ก.ค. ผู้สื่อข่าว จ.เชียงใหม่ รายงานว่า บรรยากาศใกล้ถึงวันหยุดยาวช่วงเทศกาลเข้าพรรษา ผู้ที่มาทำงานและนักเรียนนักศึกษาที่มาเรียนที่ จ.เชียงใหม่ต่างก็เตรียมตัวเดินทางกลับภูมิลำเนาเพื่อใช้วันหยุดพักผ่อนกับครอบครัว โดยที่สถานีขนส่งเชียงใหม่แห่งที่ 3 ตลอดสองวันที่ผ่านมา มีผู้โดยสารพากันไปซื้อตั๋วล่วงหน้า

150759บรรยากาศเดินทางกลับหยุดยาวเข้าพรรษา.mp4_20160715_075953.137

โดยเฉพาะเส้นทางในจังหวัดต่าง ๆ ในภาคเหนือตอนบน เพื่อเริ่มทยอยออกเดินทางกลับบ้านในช่วงเย็นวันนี้ จนทำให้ขณะนี้ตั๋วโดยสารเส้นทางภาคเหนือตอนบนถูกจองไปแล้วกว่าร้อยละ 80 เช่นเดียวกับเส้นทางไปสู่กรุงเทพมหานครและจังหวัดในภูมิภาคอื่น ๆ ขณะที่หลายคนพากันขึ้นรถทัวร์โดยสารออกเดินทางล่วงหน้ากันตั้งแต่วานนี้

สำหรับการเดินทางในช่วงวันหยุดยาวเข้าพรรษาปีนี้ คาดว่าจะมีผู้มาใช้บริการที่สถานีขนส่งเชียงใหม่วันละกว่า 20,000 คน โดยเฉพาะในช่วงวันออกเดินทางและวันเดินทางกลับ ขณะที่สำนักงานขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ ได้เปิดศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารคอยอำนวยความสะดวก และรับเรื่องร้องเรียนจากผู้โดยสาร ขณะที่ผู้ประกอบการเดินรถได้จัดเตรียมรถเสริมรองรับผู้โดยสารไว้แล้ว พร้อมให้ความมั่นใจจะไม่มีผู้โดยสารตกค้างทั้งขาไปและขากลับ

150759บรรยากาศเดินทางกลับหยุดยาวเข้าพรรษา.mp4_20160715_080031.052

ติดตามข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ news.mthai.com

MThai News

ลือสนั่น ! ภาพติดวิญญาณออกจากร่าง ใกล้จุดเกิดอุบัติเหตุในสหรัฐฯ

จับผิดภาพ จากจุดเกิดเหตุรถจักรยานยนต์พลิกคว่ำที่สหรัฐฯ ซึ่งมีรูปทรงประหลาดเป็นหมอกจาง ๆ คล้ายร่างกายคน เชื่อเป็นวิญญาณที่ลอยออกจากร่าง

160714083033-saul-vazquez-accident-figure-exlarge-169

สำนักข่าว ‘ซีเอ็นเอ็น’ รายงานพร้อมเผยแพร่ภาพถ่าย ซึ่งสามารถจับภาพไว้จากสถานที่เกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์บนถนนทางหลวงแห่งหนึ่งในสหรัฐโดยมีลักษณะควันจางๆ สีขาวคล้ายร่างกายมนุษย์ บริเวณที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยและเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังปฏิบัติหน้าที่กันอยู่ และร่ำลือกันว่า เป็นวิญญาณที่ลอยออกมาจากศพผู้เสียชีวิต

ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Saul Vazquez คือเจ้าของภาพดังกล่าว ขณะที่บังเอิญขับผ่านไปเจออุบัติเหตุที่อยู่ฝั่งตรงข้าม ขณะนั้นเจ้าหน้าที่กำลังปฏิบัติหน้าที่กันอยู่ และพบความผิดปกติของภาพเพราะเมื่อขยายดู จะพบว่ามีกลุ่มควันลอยอยู่เหนือศีรษะเจ้าหน้าที่ที่สวมหมวกอยู่

160714083033-saul-vazquez-accident-figure-exlarge-169

ความผิดปกตินี้เอง ทำให้เกิดกระแสวิจารณ์บนโลกออนไลน์ เพราะอุบัติเหตุครั้งนี้ เป็นเหตุรถจักรยานยนต์คว่ำเสียหลัก ช่วงทางลงจากเขาในรัฐเคนทักกี มีรายงานด้วยว่า คนขับขี่รถจักรยานยนต์คันที่เกิดเหตุ เสียชีวิตอยู่ที่โรงพยาบาล

อย่างไรก็ตาม ชาวออนไลน์บางส่วนตั้งข้อสังเกตว่ามีสิ่งลี้ลับในภาพดังกล่าว และบางส่วนก็เชื่อว่าอาจจะเป็นแค่มุมกล้อง หรือเงาสะท้อนจากกระจกรถคันที่ถ่ายรูป

ที่มา  edition.cnn.com

สารพัดคดี…เก้าอี้ ‘ผู้ว่าฯกทม.’ ไม่เคยสะเทือน!?

ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร หรือ “ชายหมู” นามนี้ถูกโจษจันไปทั่วสังคม ตั้งแต่ขึ้นแท่นนั่งเก้าอี้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร 2 สมัยซ้อน เสมือนเรื่องร้อนๆจะถาโถมเข้ามาไม่ขาดสาย เช่น “ปมน้ำรอระบาย” แก้ไขเท่าไรก็ไม่เคยคลายหายไปจากในคนกรุง ซ้ำยังมีข่าวถูกสกัดเตะตัดขากันเองในทีมทำงานและขั้วการเมืองเดียวกัน

ลุกลามจนถูกแฉการทำงานและให้มีการเรียกร้องตรวจสอบความโปร่งใสการใช้งบประมาณในหลายโครงการ ผู้เปิดโปงไม่ใช่ใครกับกลายเป็นคนในพรรคเดียวกัน นั่นคือ นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ ที่ออกโรงไล่เบี้ยชนิดกัดไม่ปล่อย จนเกิดกระแสข่าวชายหมูถูกลอยแพในที่สุด ขณะที่ฝ่ายการเมืองตรงข้ามแทบไม่ต้องออกแรงเล่นงานใดๆให้เสียกำลังหรือหยาดเหยื่อสักหยด

BANGKOK, THAILAND - 2013/01/25: MR Sukhumbhand Paribatra greeting his supporters before continuing his campaign on stage. Former Bangkok Governor Sukhumbhand Paribatra, the15th Bangkok governor in 2009 who will run for re-election under the opposition Democrat Party banner was giving his first major speech at Bangkok city hall. The16th Bangkok Governor election is on March 3, 2013.. (Photo by Piti A Sahakorn/LightRocket via Getty Images)

ยกตัวอย่างโครงการที่พบความผิดปกติ และ เรียกร้องให้มีการตรวจสอบ เช่น การจ่ายงบประมาณพัฒนาทักษะทางดนตรีในโรงเรียนสังกัดกทม. 437 แห่ง ที่ใช้งบประมาณ กว่า 1,300 ล้านบาท โครงการปรับปรุงห้องทำงานผู้ว่าฯกทม.และห้องผู้บริหาร ที่ใช้งบประมาณกว่า 16 ล้าน 5 แสนบาท

และกรณีถูกครหามากสุด คือ โครงการประดับตกแต่งไฟ จำนวน 39 ล้าน 5 แสนบาท ที่ขณะนี้การตรวจสอบของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.)เสร็จแล้ว ส่งไม้ต่อให้กระทรวงมหาดไทยและคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) สาวไส้ไล่เชือดตั้งแต่หัวยันหาง เรียกว่า ใครเอี่ยวได้เสียวสันหลังยกชุด

ลุ้นกันสุดตัว ชายหมูจะรักษาเก้าอี้ไว้จนนาทีสุดท้าย ก่อนหมดวาระดำรงตำแหน่งในอีก 2 เดือนข้างหน้าหรือไม่ แต่แม้จะหมดวาระไป “บิ๊กป๊อก” พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ย้ำ ไม่มีผลทางกฎหมาย

ระหว่างเส้นทางการตรวจสอบเรื่องนี้ ชายหมูระบุไม่กังวลต่อกรณีนี้ ยังย้ำเดินหน้าทำงานเพื่อประชาชนต่อไป ซึ่งส่วนตัวเป็นห่วงลูกน้องมากกว่าที่ต้องโดนหางเร่ไปด้วย

ปิดท้ายด้วยโครงการจัดซื้อรถกู้ภัยขนาดเล็ก จำนวน 20 คัน ราคาคันละเกือบ 8 ล้านบาท รวมเป็นวงเงิน 160 ล้านบาท ที่การเกิดการท้วงติงการจัดซื้อรถดังกล่าวไม่เหมาะสมต่อการใช้งานได้จริง ขณะทีมกทม.ออกโต้ข้อว่า การซื้อรถที่มีพวงมาลัยซ้ายไม่ผิด พระราชบัญญัติการจราจรทางบก ส่วนเหตุผลขนาดของรถที่ต้องเล็กเท่ารถ ATV เพราะกทม.มีตรอกซอกซอยขนาดเล็กกว่า 5,000 ซอยรถดับเพลิงขนาดใหญ่เข้าไม่ถึง

ยังไม่จบเพียงเท่านี้ ยังมีเสียงแจ้วแว่วว่า ชายหมูและทีมกทม.กำลังจัดทำโครงการเสนอที่ประชุมของบประมาณกว่า 7 หมื่น 6พันล้านบาท ท่ามกลางความสงสัยว่า งบประมาณที่สูงลิ่วนี้จะเป็นการทิ้งทวนส่งท้ายเก้าอี้ผู้ว่ากทม.หรือไม่

นี่เป็นเพียงโครงการที่กลายเป็นประเด็นใหญ่ในสังคม ซึ่งล้วนเป็นโปรเจคยักษ์ที่มีการถูกทักท้วงความผิดปกติมาโดยตลอด แต่ก็เล็ดลอดคลอดออกมาเป็นผลงานที่ควรจะโดดเด่นของชายหมู จู่ๆกลับเป็นบูมมาแรงมาทิ่งแทงตนเองอยู่หลายเเผล

แต่…ชายหมูก็ไม่สะท้านและไม่เคยสะเทือนต่อเก้าอี้คนดีแห่งเมืองกรุง ผู้หยุงฐานเสียงพรรคประชาธิปปัตย์มายาวนาน นับ 7 ปี ถูกร้องเรียนตั้งแต่ กล้องดัมมี่ สนามฟุตซอล ห้องทำงานหรู เรือดับเพลิง รถกู้ภัย ยัน อุโมงค์ไฟ ก็ไม่สามารถจุดกระดาษให้กลายเป็นไฟได้ ซึ่งหากเทียบกรณีข้าราชการ หรือ ผู้บริหารองค์กรท้องถิ่นต่างๆ หากเกิดเรื่องร้องเรียนและระหว่างรอการชี้มูล ก็ต้อง ม.44 ฟาดฟันจนกระโดดกระเด้งกันระนาว บางกรณีถูกพักงาน-รอผลสอบสวนเสร็จ หากไม่ผิด ก็กลับมาผงาดปราศจากมลทิน

จึงเกิดกระแสสังคมจับตา ที่นอกจากจับตาชะตาชีวิต “ชายหมู” นับจากนี้แล้ว ยังจับตาการปฏิบัติงานของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ชูสโลแกนความเป็นกลาง แล้วจะปฏิบัติสองมาตรฐานได้อย่างไร?

แกล้วนลิน

ติดตามสกู๊ปข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News