‘เฟซบุ๊ก’ โชว์ผลประกอบการ เผย กำไรพุ่ง 59%

‘เฟซบุ๊ก’ โชว์ผลประกอบการ เผย กำไรไตรมาส 2 พุ่ง 59% โดดเด่นกว่าที่นักวิเคราะห์ประเมินไว้

เว็บไวต์เครือข่ายสังคมชื่อดัง เฟซบุ๊ก (Facebook) รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ของปี ซึ่งมีผลงานโดดเด่นกว่าที่นักวิเคราะห์ประเมินไว้มาก จนทำให้ราคาหุ้นปรับขึ้นร้อยละ 3 ในการซื้อขายของวานนี้อยู่ที่ 127.06 เหรียญต่อหุ้น ดันมูลค่าตามราคาตลาดของบริษัทให้อยู่ 3.7 แสนล้านสหรัฐ หรือ กว่า 13 ล้านบาท

รายได้รวมของเฟซบุ๊กไตรมาสล่าสุดปรับเพิ่มขึ้นร้อยละ 59.2 อยู่ที่ 6.44 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 2.2 แสนล้านบาทส่วนปัจจัยที่ทำให้เฟซบุ๊กทำผลงานทะลุเป้า เนื่องจากกระแสความนิยมใช้งานผ่านแอพพลิเคชั่นบนมือถือ และการที่บริษัทให้ความสำคัญกับเนื้อหาวีดีโอมากขึ้น จึงสามารถดึงดูดโฆษณาใหม่ๆ พร้อมกับกระตุ้นให้โฆษณาเก่ายอมควักเงินเพิ่มขึ้น

ซึ่งปัจจุบันรายได้โฆษณาผ่านมือถือมีสัดส่วนร้อยละ 84 ของรายได้โฆษณารวมทั้งหมด เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าที่มีสัดส่วนราวร้อยละ 76 ทางด้านบริษัทวิจัยการตลาด เปิดเผยว่า รายได้โฆษณารวมเพิ่มขึ้นร้อยละ 63 อยู่ที่ 6.24 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือกว่า 2.2 แสนล้านบาท ทำได้ดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 5.8 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือ กว่า 2 แสนล้านบาท เฟซบุ๊กนับเป็นหนึ่งในบริษัทที่ได้รับอานิสงส์จากการที่โฆษณาย้ายเม็ดเงินจากสื่อโทรทัศน์ไปสู่สื่ออินเทอร์เน็ต และแพลตฟอร์มบนอุปกรณ์พกพามากขึ้น

ขณะเดียวกัน เฟซบุ๊กยังสร้างฐานที่มั่นในตลาดวีดีโอบนโทรศัพท์มือถือ ซึ่งยูทูปและสแนปแชทยังเคยเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวอีกด้วย ทางเฟซบุ๊ก กล่าวว่า นับถึงวันที่ 30 มิ.ย.มีผู้ใช้งานเฟซบุ๊กเดือนละ 1,710 ล้านคน ถือว่าเพิ่มขึ้นราว 60 ล้านคนจากไตรมาสแรก สำหรับการใช้งานผ่านมือถือในปัจจุบันมีจำนวนผู้ใช้งานอย่างสม่ำเสมอเดือนละราว 1,570 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 20 จากปีที่ผ่านมา นอกจากนี้มีผู้ใช้งานเป็นประจำทุกวันเฉลี่ย 1,130 ล้านคน

ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์เฟซบุ๊กล่าสุดมี 4 ประเภท ซึ่งมีผู้ใช้มากกว่า 1 พันล้านคน ไม่ว่าจะเป็น messenger, whatsapp, groups, facebook โดยบริษัทเน้นทำรายได้จากแอพพลิเคชั่นส่งข้อความซึ่งกระตุ้นให้ผู้ใช้งานหันมาสื่อสารเพื่อธุรกิจมากขึ้น

ติดตามข่าวเศรษฐกิจอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com/economy

MThai News

รวบ ! วัยรุ่นขายกัญชาผ่านเฟซบุ๊ก ส่ง EMS ทางไปรษณีย์

ตำรวจภูธรเมืองอุดรธานี จับผู้ต้องหาวัย 19 ปี ซื้อ-ขายกัญชาผ่านสังคมออนไลน์ เบื้องต้นสามารถตรวจยึดกัญชาแห้งอัดแท่งได้ 4 กิโลกรัม

กัญชาแห้งอัดแท่ง 4 ก้อน หนัก 4 กิโลกรัม ที่บรรจุในกล่องพัสดุ 2 กล่อง เป็นของกลางที่ตำรวจภูธรเมืองอุดรธานี ตรวจยึดได้จากวัยรุ่ยชายวัย 19 ปี ขณะรับพัสดุทางไปรษณีย์ที่ส่งมาจากกรุงเทพมหานคร ที่บ้านพักในซอยทองคำอุทิศ เขตเทศบาลนครอุดรธานี ก่อนควบคุมตัวมาสอบสวนที่สถานีตำรวจ

ผู้ต้องหาสารภาพว่า เดิมเป็นชาว จ.กาญจนบุรี เพิ่งย้ายมาอยู่ จ.อุดรธานี ซึ่งรู้จักคนขายกัญชาผ่านทางเฟซบุ๊ก ชื่อนายสอง และน้องสาวชื่อมะนาว จากนั้นก็รับตนเองเข้าไปในกลุ่มไลน์ชื่อ ฟ้าเขียว และติดต่อซื้อขายกัญชาในราคาก้อนละ 7,000 บาท แล้วนำมาแบ่งขายกรัมละ 200 บาท ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่ที่สั่งซื้อจะมาจากสุราษฎร์ธานี และภูเก็ต โดยจะส่งกัญชาให้ทางไปรษณีย์แบบส่งด่วนพิเศษ หรืออีเอ็มเอส ซึ่งตนเองเคยขายมาแล้วกว่า 5 ครั้ง เป็นเวลา 2 เดือน เพื่อหาเงินเป็นสินสอดจำนวน 1 แสนบาทในการขอแฟนสาวแต่งงาน ก่อนถูกจับกุม

ด้าน พันตำรวจเอกพรหมณัฎฐเขต ฮามคำไพ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุดรธานี เปิดเผยว่า ผู้ต้องหาคนนี้ได้เปิดเฟซบุ๊กขายเครื่องสำอางบังหน้า แต่เป็นที่รู้กันในกลุ่มว่า ซื้อขายยาเสพติดโดยส่งของทางไปรษณีย์ จึงติดตามและเข้าจับกุม อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้ต้องขอความร่วมมือกับไปรษณีย์ และบริษัทเอกชนที่รับส่ง ให้ตรวจสอบพัสดุก่อนนำไปส่งปลายทาง

MThai News

นายกฯ บ่นเบื่ออำนาจ รับทำงานช้า เพราะมีคนคอยดึงขา?

นายกฯ บ่นเบื่ออำนาจ  รับ ผลงานรัฐบาลล่าช้า เพราะมีแต่คนคอยดึงขา ยัน ยึดกฎหมาย ไม่เผด็จการกับประชาชน

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวว่า โลกในขณะนี้กำลังเกิดการพัฒนา แม้ไทยจะช้าไปบ้างแต่ทุกอย่างต้องจะเร่งดำเนินการในเวลาที่เหลืออยู่ ยอมรับว่าอารมณ์เสียเพราะดูเทคโนโลยี ที่จะต้องหาข้อมูลในการทำงาน เพื่อแก้ปัญหาเก่า และวางรากฐานในอนาคต แต่มีคนดึงขาดึงแข้งอยู่

NAYPIDAW, BURMA - NOVEMBER 13: Thailand Prime Minister Prayut Chan-Ocha waits for the China Summit to begin on the second day of the ASEAN summit on November 13, 2014 in Naypyidaw, Burma. The Burmese capitol of Naypyidaw is hosting the 25th Association of Southeast Asian Nations (ASEAN) summit as world leaders including US President Barack Obama, Thai Premier Gen. Prayuth Chan-Ocha, Indonesian President Joko Widodo and Indian Premier Narendra Modi will be in attendance. (Photo by Paula Bronstein/Getty Images)

แต่ขอขอบคุณผู้ที่ให้กำลังใจในการทำงาน ซึ่งทุกคนจะต้องทำให้ประเทศเดินหน้า เพื่อเข้าสู่ Thailand 4.0 และเตรียมการรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต

ทั้งนี้ ยังกล่าวว่า ขณะนี้บ้านเมืองยังมีความความขัดแย้ง ซึ่งหากไม่เปลี่ยนแปลงตนเองก็จะเกิดความขัดแย้งเช่นเดิม และยืนยันว่าไม่ได้เผด็จการกับประชาชน แต่จะทำเฉพาะบุคคลที่ไม่เคารพกฎหมายเท่านั้น และทุกอย่างจะต้องอยู่ตามกระบวนการของรัฐธรรมนูญซึ่งยืนยันว่าไม่ได้ขัดแย้งกับประชาธิปไตยและไม่เคยหนีประชาธิปไตย ก็มี 1 สิทธิ์ 1 เสียงเช่นเดียวกับประชาชน แต่ขณะนี้ยังไม่ถึงเวลา

อย่างไรก็ตาม ยังย้ำว่า การกำหนดแผนยุทธศาสตร์ชาติไว้ ไม่ได้มีกลไกในการสืบทอดอำนาจแต่อย่างใด และยอมรับว่าเบื่อ เพราะไม่ได้ต้องการได้อำนาจอะไร

ข้อมูล INN

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News