คสช.ลั่น จับแน่ มือแพร่จม.บิดเบือนร่างรธน.

คสช.ยัน จับได้แน่ มือแพ “จดหมายบิดเบือนร่างรธน.”  หวัง ทุกฝ่ายหยุดเคลื่อนไหว ร่วมใจสู่ “ประชามติ”

กรณีเหตุพบจดหมายบิดเบือนร่างรัฐธรรมนูญว่อนในพื้นที่จ.ลำปาง และ เชียงใหม่ นั้น พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก และโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบว่าเอกสารดังกล่าวเข้าข่ายบิดเบือนหรือชี้นำชักจูงปลุกระดมหรือไม่ มั่นใจเจ้าหน้าที่ติดตามตัวผู้กระทำมาดำเนินคดีได้แน่นอน

92-4

ส่วนเรื่องเหตุป่วนดังกล่าว ทางรัฐบาลไม่ได้วิตกกังวล เพราะเป็นไปตามที่ประเมินไว้ พร้อมย้ำ จับตาทุกกลุ่มที่มีความเคลื่อนไหวทางการเมือง ขอทุกฝ่ายร่วมใจให้ให้เส้นทางประชามติเป็นไปอย่างราบรื่น

ติดตามข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ news.mthai.com

MThai News

รวบแล้ว! ลูกทรพีใช้มีดฆ่าปาดคอแม่ -ทำร้ายพ่อ

ตำรวจอ่างทอง รวบแล้ว บัส กิ่งแก้ว ลูกทรพี ก่อเหตุใช้มีดฆ่าปาดคอแม่ และทำร้ายร่างกายพ่อ

เมื่อกลางดึกที่ผ่านมาของวันนี้ 14 ก.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจ ชุดสืบสวน สภ.อ่างทอง และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนกองกำกับการตำรวจภูธรจังหวัดอ่างทอง ได้ร่วมกันติดตามจับกุม นายอิทธิชัย  หรือบัส  กิ่งแก้ว  อายุ 25 ปี

S__3391601

สืบเนื่องจากเมื่อเย็นวานนี้ (13 ก.ค.) นายบัสได้ใช้มีดทำครัวฆ่าปาดคอ น.ส.ชนาภา คุ้มไพฑูรย์ อายุ 46 ปี ผู้เป็นแม่จนเสียชีวิต และทำร้าย นายนาต กิ่งแก้ว อายุ 49 ปี ผู้เป็นพ่อบาดเจ็บ แล้วหลบหนีออกจากบ้านไปซ่อนตัว จนกระทั่งเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมได้ที่บริเวณศาลารอรถริมถนนสายเอเชีย หน้าปั๊มน้ำมันร่มไทร หมู่ 5 ต.บ้านอิฐ อ.เมือง จ.อ่างทอง

จากการสอบสวนการรับสารภาพทำไปด้วยความโมโหและโกรธแค้นที่แม่ชอบดุด่า เป็นประจำทำให้ตนเองเกิดความอายและแค้นใจใช้มีดทำร้ายโดยการเชือดคอแม่และเมื่อเห็นพ่อ นายนาต เข้ามาช่วยห้ามปรามจึงได้ทำร้ายและทิ้งมีดไว้ในที่เกิดเหตุ ก่อนหลบหนีออกจากบ้านโดยนุ่งกางเกงมาเพียงตัวเดียวแล้ว เข้าไปหลบหนีในบ้านแห่งหนึ่ง หลังปั๊มแก๊ส ที่อยู่ใกล้เคียงกลับบ้านที่เกิดเหตุ

พร้อมกับไปขโมยเสื้อ ที่ตากไว้ เป็นเสื้อกีฬาสีขาวมาสวมใส่เพื่ออำพรางในการหลบหนีเจ้าหน้าที่ แล้วออกไปนั่งรอที่ศาลาดังกล่าวหวังขึ้นรถหลบหนีก่อนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวได้

เบื้องต้น นำส่งตัวส่ง ร.ต.ท. อภิเชษฐ์  จำปาทอง รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองอ่างทอง และทำการแจ้ง ข้อหาฆ่าบุพการีและทำร้ายบุพการี  และทำการสอบสวนขยายผลเพื่อทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ดำเนินคดีคามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

ติดตามข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ news.mthai.com

MThai News

ทายาท ‘ตัณฑประภา’ ร้องป.อ้างถูกญาติฮุบมรดก700ล.

ทายาทตระกูล “ตัณฑประภา” ร้องกองปราบ อ้างถูกญาติปลอมพินัยกรรม ฮุบมรดกกว่า 700 ล้าน

เมื่อวันที่ 13 ก.ค. ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมพล และ นางดวงพร ตัณฑประภา พร้อมทนายความ เดินทางเข้าพบ พนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปราม เพื่อแจ้งความร้องทุกข์กรณีถูกลูกพี่ลูกน้อง คือ น.ส.เจนสุนันท์ นภัสกรพงษ์ ปลอมพินัยกรรมเพื่อยักยอกมรดกของตระกูล รวมมูลค่าทั้งสิ้นกว่า 700 ล้านบาท ไปแต่เพียงผู้เดียว

713218-01

โดยนายสมพล กล่าวว่า ทรัพย์สินที่เป็นกองมรดกของตระกูล “ตัณฑประภา” นั้น สืบมาจากรุ่นปู่และย่า คือ ขุนสิทธ์ และ นางลูกอินพร ตัณฑประภา ซึ่งมีลูกด้วยกัน 7 คน หนึ่งในนั้น คือ น.ส.พูลสวัสดิ์ ตัณฑประภา ซึ่งมีศักดิ์เป็นอาของตนเป็นผู้จัดการมรดก แต่ต่อมา น.ส.พูลสวัสดิ์ อาของตนได้เสียชีวิตลง

ทาง น.ส.เจนสุนันท์ ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน ได้ยื่นคำร้องต่อศาลแพ่งกรุงเทพใต้ เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2554 ขอเป็นผู้จัดการมรดก โดยมีการนำพินัยกรรมของ น.ส.พูลสวัสดิ์ ซึ่งเชื่อว่ามีการปลอมแปลงขึ้น ระบุชื่อ น.ส.เจนสุนันท์ เป็นผู้รับมรดกแต่เพียงผู้เดียว มายื่นต่อศาล กระทั่งศาลเห็นควรอนุญาต เพราะเห็นว่าผู้ร้องเป็นทายาทโดยชอบธรรม จึงมีการโอนทรัพย์สินทุกอย่างเป็นชื่อของ น.ส.เจนสุนันท์

กรณีดังกล่าวฝ่ายตนรวมทั้งญาติพี่น้องทุกคนของตระกูล ซึ่งเป็นทายาทโดยตรง ไม่เคยทราบว่ามีการยื่นขอเป็นผู้จัดการมรดกของ น.ส.เจนสุนันท์ โดยมาทราบภายหลัง จึงได้ตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังไป จนพบว่าเมื่อปี 2529 มีการปลอมแปลงสูติบัตรของ น.ส.เจนสุนันท์

ซึ่งออกโดยสำนักงานเขตพญาไท ลบชื่อมารดาที่แท้จริงออก นำชื่อของ น.ส.พูลสวัสดิ์ มาสวมเป็นมารดาแทน ทั้งที่ น.ส.พูลสวัสดิ์ เป็นโสด ไม่เคยแต่งงาน มีสามีหรือบุตร แต่อย่างใด นอกจากนี้ ยังมีการปลอมแปลงทะเบียนบ้านที่ออกโดยสำนักงานเขตยานนาวา ขีดฆ่าชื่อมารดาจริง แล้วเขียนชื่อ น.ส.พูลสวัสดิ์ เป็นมารดาของ น.ส.เจนสุนันท์ แทน

ส่วนพินัยกรรมมีการจัดทำขึ้นในขณะที่ น.ส.พูลสวัสดิ์ เข้ารักษาอาการป่วยอยู่ที่ รพ.สมิติเวช เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2553 ระบุข้อความว่า หาก น.ส.พูลสวัสดิ์ ถึงแก่กรรม ขอมอบทรัพย์สินทั้งหมดให้แก่ น.ส.เจนสุนันท์ บุตรของข้าพเจ้าแต่เพียงผู้เดียว และขอให้เป็นผู้จัดการมรดกด้วยนั้น ข้อเท็จจริงแล้ว น.ส.พูลสวัสดิ์ ไม่มีสามีและบุตร-ธิดา และไม่ได้มีการจดทะเบียนรับรอง น.ส.เจนสุนันท์ เป็นบุตรบุญธรรม พินัยกรรมฉบับดังกล่าวจึงผิดเพี้ยนไปจากข้อเท็จจริง ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ที่มา… INN

ติดตามข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ news.mthai.com

MThai News