2 หนุ่ม ถูกปาหินอาการสาหัส ทนายชี้! ข้อหาพยายามฆ่า-โทษสูงถึงประหาร

แก๊งค์ปาหินสุรินทร์ อาละวาด 2 หนุ่ม อาการสาหัส ทนายคู่ใจ ชี้! ข้อหาพยายามฆ่าชัดเจน อัตราโทษฆ่าคนตาย สูงสุดประหารชีวิต ต่ำสุดคุก 20 ปี

วันนี้ (11 ก.ค.) เป็นประเด็นที่ผู้คนบนโลกออนไลน์ต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์และส่งต่อกันอยู่ในขณะนี้ หลังจากแฟนเพจ กุ้งกั้ง เรือนวิวาห์ ได้โพสต์ภาพและเรื่องราว ที่กลุ่มวัยรุ่นดักทำร้ายผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์

13592615_2012973122156681_7886928189407196798_n

ผู้โพสต์ระบุรายละเอียดไว้ดังนี้ …

อยากให้ตำรวจหรือผู้ที่เกี่ยวข้องติดตามเรื่องที่วัยรุ่นดักปาหิน ดักตีคน ที่หน้าบ้านหนองกาให้ถึงที่สุด เพราะมันไม่ใช่แค่ครั้งแรก กั้งก็เคยโดนมากับตัว ตรงที่เกิดเรื่องเมื่อคืนเลย สงสารญาติพี่น้องพ่อแม่หัวอกของคนสูญเสีย มันไม่ใช่แค่เรื่องเล็ก ๆ แต่เรื่องนี้มันสะท้อนให้เห็นถึงหลาย ๆ ด้านของพวกเราชาวรัตนบุรี เราต้องช่วยกันทำให้เรื่องนี้เป็นข่าวดังให้ได้

คนในที่มืดน่ากลัวกว่าที่แจ้งเสมอ ถ้าเราไม่ช่วยกันทำให้เรื่องนี้เป็นข่าว ถ้าเกิดจับพวกเดนนรกไม่ได้ เรื่องก็ต้องเงียบ และต้องมีผู้สูญเสียอีกกี่ชีวิต เราช่วยกันเป็นหัวเป็นตา ภาวนาให้ตำรวจจับพวกนี้ให้ได้ ฝากพวกเราช่วยกันแชร์ประโคมข่าวนี้ จี้ข่าวนี้ ให้เป็นข่าวใหญ่ ต่อไปใครจะกล้าผ่านเส้นบ้านหนองกาอีก อย่าให้เรื่องนี้เงียบเลย เพื่อความปลอยภัยของเราชาวรัตนบุรี

จากการตรวจสอบทราบว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 ก.ค. ที่ผ่านมา โดยทาง ร.ต.อ. พงพิทักษ์ ประณมศรี พนักงานสอบสวนเวร ได้รับแจ้งเหตุว่า มีผู้ขับขี่รถจักรยานต์ถูกคนร้ายขว้างหินใส่รถ จนได้รับบาดเจ็บ บนถนนสายท่าตูม – รัตนบุรี กม.15 บ้านหนองกา ต.รัตนบุรี อ.รัตนบุรี จ.สุรินทร์ ซึ่งผู้ที่ได้รับบาดเจ็บมี 2 ราย คือ นายตันติกร เสยสอน อายุ 25 ปี (ผู้ขับขี่) และนายวินัย ชูรส (ผู้ซ้อนท้าย) อายุ 15 ปี ทั้งคู่อาการสาหัส หลังเกิดเหตุถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลสุรินทร์

ล่าสุดวันนี้ แฟนเพจ ทนายคู่ใจ ได้โพสต์ข้อความถึงเรื่องที่เกิดขึ้นด้วยว่า …

ข้อหาพยายามฆ่าชัดเจน ทำเป็นเล่นไปนะเรื่องพวกนี้ ถ้าทำเพราะความคึกคะนองตำรวจจับมือปาได้ ขำไม่ออกนะ อัตราโทษฆ่าคนตายสูงสุดประหารชีวิตนะต่ำสุดก็ 20ปี เลือกชีวิตวัยรุ่นดี ๆ แล้วกัน

มาตรา ๘๐ ผู้ใดลงมือกระทำความผิดแต่กระทำไปไม่ตลอด หรือกระทำไปตลอดแล้วแต่การกระทำนั้นไม่บรรลุผล ผู้นั้นพยายามกระทำความผิด ผู้ใดพยายามกระทำความผิด ผู้นั้นต้องระวางโทษสองในสามส่วนของโทษที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น

4

MThai News

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก surinpost , กุ้งกั้ง เรือนวิวาห์ , ทนายคู่ใจ

เตือนภัย! ระวังมิจฉาชีพหลอก อ้างทอนเงินไม่ครบ

เตือนภัย! สาวทำทีซื้อของร้านค่า หลอกแม่ค้าว่าเงินทอนไม่ครบเชิดหนีลอยนวล บริเวณตลาดสดพิษณุโลกร่วมใจ  จ.พิษณุโลก

เมื่อวันที่ 10 ก.ค. ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งข่าวเตือนภัยมิจฉาชีพจาก นางถุงเงิน อำรุง อายุ 47 ปี แม่ค้าขายผักและเครื่องเทศ ในตลาดสดพิษณุโลกร่วมใจ 2 ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลก ว่ามีมิจฉาชีพที่เป็นผู้หญิงเข้ามาซื้อของที่ร้านแล้ว กล้องวงจรในร้านสามารถบันทึกภาพเหตุการณ์ที่ลูกค้าอ้างว่าตนเองทอนเงินไม้ครบเอาไว้ทั้งหมด

จากภาพจากกล้องวงจรปิดพบว่า คนร้ายเป็นผู้หญิงอายุประมาณ 50 ปี สวมใส่เสื้อสีฟ้าลายตารางสีน้ำเงิน สวมกางเกงสามส่วนสีเหลือง สวมใส่แว่นตาเข้ามาซื้อกระเทียมและจ่ายเงินด้วยธนบัตรฉบับละ 1,000 บาท ให้ทันที หลังจากนั้นได้ชักจูงพูดคุยกับลูกชายของนางถุงเงิน ขอให้ตักกระเทียมถุงใหม่ และได้ควักธนบัตร ฉบับละ 50 บาท ออกมาจากในกระเป๋าเสื้อมาใส่มือข้างขวาไว้ และซุกไว้บริเวณด้านข้างตระกร้าเพื่อไม่ให้ผิดสังเกต เมื่อรับเงินทอนได้รีบเอาธนบัตรฉบับละ 50 บาท ซุกไว้ใต้เงินทอนซึ่งเป็นเศษทอน 50 บาททันที

และอีกจังหวะที่ ลูกชายนางถุงเงินทอนเงินให้อีก 900 บาท ผู้หญิงคนดังกล่าวได้ชักเอาธนบัตร ฉบับละ 500 บาท ยัดไว้ใต้เสื้อในทันทีที่เรียกว่า ทอนเงินให้ไม่ครบ ซึ่งในช่วงแรก ลูกชายนางถุงเงินและนางถุงเงิน ได้ยืนยันว่าทอนเงินครบอย่างแน่นอน เนื่องจาก นางถุงเงินได้ดึงเงินที่ตนเองทำแนบละ 1,000 บาท เอาไว้ ตามปกติเช่นนี้เป็นประจำอยู่แล้ว

ทั้งนี้นางถุงเงิน กล่าวว่า ตนเองขายของมาตั้งแต่อายุ 13 ปี ปกติของการค้าขายจะระมัดระวังเรื่องการทอนเงินอยู่แล้ว โดยทุกวันจะทำเงินเป็นแนบๆละ 1 พันบาท จะประกอบไปด้วย ธนบัตร ฉบับละ 500 บาท 1 ฉบับ หรือ ธนบัตรฉบับละ 100 บาท ทั้งหมด ซึ่งหลังจากโต้เถียงกันอยู่พักหนึ่งผู้หญิงคนดังกล่าวพยายามแสดงความบริสุทธิ์ โดยได้พยายามแสดงให้เห็นว่าตนเองไม่มีเงินในกระเป๋าเสื้อแต่อย่างใด จนในที่สุด นางถุงเงินได้ ให้เงินเพิ่มไปอีก 500 บาท และเมื่อผู้หญิงคนดังกล่าวเดินจากไปแล้ว นางถุงเงินจึงได้เปิดกล้องวงจรปิดจึงพบว่า ตนเองตกเป็นเหยื่อของกลุ่มมิจฉาชีพเสียแล้ว

ติดตามข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ news.mthai.com

MThai News

“ทอม ดันดี” ต้องรับโทษจำคุกรวม 10 ปี 10 เดือน ผิดมาตรา 112

ศาลทหารพิพากษา จำคุก 3 ปี 4 เดือน “ทอม ดันดี” ผิด มาตรา 112 นับโทษรวมคดีจากศาลอาญา รวมเป็น 10 ปี 10 เดือน

วันนี้ (11 ก.ค.) น.ส.เสาวลักษณ์ โพธิ์งาม ทนายความ นายธานัท ธนวัชรนนท์ หรือ ทอม ดันดี ผู้ต้องหาคดีหมิ่นสถาบัน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 เปิดเผยว่า ศาลทหาร ได้มีคำพิพากษา จำคุก 5 ปี แต่จำเลยให้การรับสารภาพ จึงลดโทษให้ 1 ใน 3 เหลือจำคุก 3 ปี 4 เดือน

674004-01

นอกจากนี้ ศาลทหาร มีคำสั่งให้นับโทษคดีนี้ ต่อจากคดีของศาลอาญา รัชดา ที่มีคำพิพากษาไปก่อนหน้านี้ในคดีความผิดเดียวกัน จำนวน 7 ปี 6 เดือน โดย นายธานัท ต้องรับโทษจำคุกรวม 10 ปี 10 เดือน

ทั้งนี้ คดีดังกล่าว อัยการทหาร ได้ยื่นฟ้องกรณีการปราศรัย เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2556 ซึ่งปรากฏเป็นคลิปในอินเทอร์เน็ต ระหว่าง 6 พฤศจิกายน 2556 ถึง 27 มิถุนายน 2557 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ คสช. ประกาศให้ คดีหมิ่นสถาบันฯ มาตรา 112 เป็นคดีที่ต้องขึ้นศาลทหาร

MThai News

ที่มา INN