ฟันธง ! ชาวอังกฤษเตรียมต้อนรับ นายกหญิงคนที่ 2 ของประเทศ

อังกฤษเตรียมต้อนรับ นายกรัฐมนตรีหญิงคนใหม่ ถือเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่สองของประเทศ

นางเทเรซา เมย์
นางเทเรซา เมย์

วานนี้(7 ก.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน ความคืบหน้าสถานการณ์ทางการเมืองในอังกฤษหลังนายเดวิด คาเมรอน ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี มีการออกเสียงภายในพรรคอนุรักษ์นิยม (Conservative Party) เพื่อหาหัวหน้าพรรคคนใหม่ ปรากฏว่าผู้มีคะแนนนำโด่ง 2 อันดับแรกนั้น เป็นสุภาพสตรีด้วยกันทั้งคู่

นางเทเรซา เมย์ รัฐมนตรีกระทรวงกิจการภายใน ได้รับคะแนนโหวตสูงถึง 199 เสียง ส่วนนางแอนเดรีย ลีดซัม รัฐมนตรีกิจการพลังงาน ได้รับคะแนนโหวตที่ 84 เสียง มีคะแนนตามมาเป็นอันดับ 2 ส่วนนายไมเคิล โกฟ เลขานุการกระทรวงยุติธรรม ได้รับคะแนนโหวตเพียง 48 เสียง ทำให้หมดสิทธิ์เสนอชื่อสำหรับการออกเสียงภายในพรรครอบถัดไป

ประวัติของนางเทเรซา เมย์ วัย 59 ปี เธอสนับสนุนให้สหราชอาณาจักรรวมตัวกับ สหภาพยุโรปหรือ อียูต่อไป และมีประสบการณ์การทำงานในคณะรัฐบาลยาวนานมาตั้งแต่ปี 2540

ส่วนแอนเดรีย ลีดซัม วัย 53 ปี เป็นผู้สนับสนุนให้สหราชอาณาจักรแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจแต่มีประสบการณ์การทำงานทางการเมืองน้อยกว่าคู่ต่อสู้อีกคน โดยเริ่มเข้าสู่วงการการเมืองเมื่อปี 2553

การคัดเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่ จะเป็นการแข่งขันระหว่างระหว่างนางเทเรซา เมย์ และนางแอนเดรีย ลีดซัม ขณะที่ผลการโหวตจะ ประกาศภายในวันที่ 9 กันยายน ซึ่งเป็นการการันตีว่า สหราชอาณาจักรจะมีนายกรัฐมนตรีเป็นผู้หญิงอย่างแน่นอน

อังกฤษเคยมีนายกรัฐมนตรีหญิงมาแล้วเพียง 1 คนเท่านั้น คือ มาร์กาเร็ต แทตเชอร์ เป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกมาแล้ว และหมดวาระไปในปี 2533

แอนเดรีย ลีดซัม
แอนเดรีย ลีดซัม

ที่มา  www.nytimes.com

ทนายแฉลูกหนี้ กยศ. เนรคุณ ! ปรึกษาจะไม่จ่ายหนี้-ไม่สนแม้พ่อแม่ถูกฟ้อง

ทนายโพสต์แฉลูกหนี้ กยศ. เนรคุณ ! โทรปรึกษาจะไม่จ่ายหนี้ ไม่สนใจแม้เบี้ยวหนี้ พ่อแม่จะถูกฟ้อง 

กลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงอยู่ในขณะนี้ เนื่องจากล่าสุดเพิ่งเปิดให้ผ่อนชำระหนี้กยศ. สำหรับลูกหนี้กองทุนเพื่อการศึกษาทั้งหลาย ล่าสุด ผู้ใช้งานเฟซบุ๊กชื่อ เกิดผล แก้วเกิด ทนายความชื่อดัง ได้โพสต์ข้อความแฉลูกหนี้รายหนึ่ง โทรมาปรึกษา หวังไม่จ่ายหนี้กยศ. โดยระบุว่า..

มีลูกหนี้ กยศ. โทรมาปรึกษาแต่เช้าว่าถูก กยศ. ฟ้อง รวมทั้งพ่อแม่ที่เป็นผู้ค้ำประกันด้วย ผมแนะนำให้ไปเจรจาขอผ่อนชำระ ลูกหนี้คนนั้นด่าผมแต่เช้า หาว่าปรึกษาไม่ได้ ไอ้ทนายกำมะลอไหนบอกว่าให้คำปรึกษาได้ ถ้าแค่แนะนำให้ไปผ่อนชำระ กูไม่ต้องโทรมาปรึกษาให้เสียค่าโทรศัพท์หรอก ผมเลยถามว่า คุณต้องการให้ผมตอบอะไร..?? เขาตอบว่า อะไรก็ได้ที่ไม่ต้องใช้หนี้ กยศ. คุณไม่จ่ายพ่อแม่คุณก็ต้องจ่ายในฐานะผู้ค้ำประกัน เขาตอบว่า…”เรื่องของพ่อแม่ ไม่เกี่ยวกับกู” อ้าว…ไอ้เนรคุณ.. เผลอด่าเข้าไปเต็มๆ แบบลืมรูดซิปปาก จากนั้นก็มีการท้าว่าจะฟ้องหมิ่นประมาทผม เอาๆๆเร็วๆๆ จะรอนะพ่อเนรคุณ..

หลังจากเรื่องราวดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ออกไป งานนี้ชาวเน็ตต่างเข้ามาแสดงความเอือมระอาพฤติกรรมของลูกหนี้ กยศ.รายนี้จำนวนมาก พร้อมตำหนิว่า นอกจากจะเนรคุณต่อพ่อแม่แล้ว ยังคิดจะเบี้ยวเงินจากรัฐอีกด้วย ส่วนใหญ่มองว่า เป็นการปิดโอกาสคนรุ่นหลังที่จะได้รับเงิน เพื่อศึกษาต่อ

ที่มา เกิดผล แก้วเกิด

MThai News

โค้งสุดท้ายชี้ชะตาร่างฯ ส่องเส้นทาง ‘เลือกตั้ง’ หลังวัน ‘ประชามติ’

ภายหลังที่ “ร่างรัฐธรรมนูญ” ฉบับนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.) ได้เผยแพร่ต่อสายสาธารณชนเมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2559

ต่อมา คณะกรรมการเลือกตั้ง หรือ กกต.ได้ประกาศวันออกเสียง “ประชามติ” ในวันที่ 7 สิงหาคม 2559 พร้อมรณรงค์เดินหน้าประชาสัมพันธ์ร่างรัฐธรรมนูญอย่างเข้มข้นในช่วงโค้งสุดท้าย

แม้ผลโพลหลายสำนักออกมาชี้วัดว่า คนไทยส่วนใหญ่ยังไม่ค่อยเข้าใจในร่างรัฐธรรมนูญและประชามติ แต่ด้วยเวลาที่เหลือไม่ถึง 1 เดือนก็จะเข้าสู่วันประชามติ กองทัพประชาสัมพันธ์ร่างรัฐธรรมนูญ ก็ยังลุยต่อ ทั้ง ครู ก. ครู ข. ครู ค. และ “รด.จิตอาสา” รวมถึงการจัดตั้ง “ศูนย์รักษาความสงบเรียบร้อย” เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา

[UNVERIFIED CONTENT] Bangkok, Thailand.

ประเด็น “ร่างรัฐธรรมนูญ-ประชามติ” คนยังไม่สนใจเท่ากับ “การเลือกตั้ง” ที่หลายฝ่ายทั้งพรรคการเมือง นักวิชาการ และภาคประชาชนต่างโหยหาสิ่งนี้ เพราะนั่นคือ เครื่องการันตีความเป็น “ประชาธิปไตย”

จึงเกิดคำถามว่า หาก “ร่างรัฐธรรมนูญ” ผ่านประชามติเบ็ดเสร็จ “การเลือกตั้ง” จะเกิดขึ้นเมื่อใด? 

เริ่มจากวันชี้ชะตาร่างรัฐธรรมนูญ 7 สิงหาคม หากร่างรัฐธรรมนูญและคำถามพ่วง(ข้อเสนอเรื่องการให้ ส.ว. เลือกนายกรัฐมนตรี) ผ่านประชามติ กรธ.จะใช้เวลา 1 เดือน ปรับแก้ร่างให้สอดคล้องกับคำถามพ่วง ก่อนส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความภายใน 1 เดือน แล้วจึงนำร่างขึ้นทูลเกล้าฯถวายใน 30 วัน

ส่วนอีกกรณี หากร่างรัฐธรรมนูญผ่านประชามติ แต่เกิดกรณีคำถามพ่วงไม่ผ่าน จะต้องนำร่างรัฐธรรมนูญขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายภายใน 30 วัน

ดังนั้น เมื่อรัฐธรรมนูญมีผลบังคับใช้ กรธ.จะเริ่มร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ 11 ฉบับ ให้เสร็จภายใน 8 เดือน โดยร่าง 4 ฉบับแรกที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งให้เสร็จก่อน จากนั้นจะสนช.พิจารณากฎหมายลูกทั้ง 4 ฉบับ ให้เสร็จอีก 2 เดือน

เมื่อกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้งทั้ง 4 ฉบับมีผลบังคับใช้ จะต้องจัดการเลือกตั้งภายใน 5 เดือน เท่ากับจะสามารถเลือกตั้งได้ภายในปี 2560 หรือ ช่วงประมาณเดือนธันวาคม 2560 ซึ่งเป็นไปตามโรดแมปของรัฐบาล

ทั้งหมดนั้น หาก “คำถามพ่วง” จะผ่านความเห็นชอบจากประชาชนหรือไม่ “ร่างรัฐธรรมนูญ” ก็ถือว่า “ผ่านประชามติ” นำสู่ “การเลือกตั้ง” เช่นเดียวกัน

01-2

แต่…ก็ยังไม่วายวางใจได้ เพราะยังคงลุ้นกับแบบหืดขึ้นคอ หากในวันนั้น เกิดเหตุ ร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านการทำประชามติ แต่ประชาชนส่วนใหญ่เห็นชอบกับคำถามพ่วงนี้ ผลจะเป็นอย่างไร

และประเด็นสำคัญ หากประชาชนส่วนใหญ่ไม่เห็นชอบกับทั้งร่างรัฐธรรมนูญ และคำถามพ่วง แล้วรัฐบาลจะมีกระบวนการอย่างไรเพื่อให้ได้มาซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับต่อไป รวมถึงภายหน้ากรณีคำถามพ่วงแนวชงนายกฯคนนอก จะกลับมาให้เกิดข้อวิจารณ์ในสังคมกันต่อไปอีกหรือไม่

ซึ่งในเรื่องนี้ ยังไม่มีความแน่ชัดจากทางรัฐบาลและคสช. แม้กระทั่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. ก็ยังอึกอักในคำถามซึ่งไร้คำตอบ โยนรองนายกฯวิษณุ เครืองาม ฝ่ายกฎหมาย วิเคราะห์หาทางออกต่อไป

พร้อมกับคำประกาศเมื่อไม่นานนี้ ยืนยันจะไม่ลาออก หากพ่ายประชามติ เพราะตนเองเป็นผู้กำหนดกติกาบ้านเมือง จะเดินหน้าลุยปฏิรูปประเทศต่อไป ท่ามกลางเสียงกังขาของเหล่านักการเมือง นักวิชาการ และภาคประชาชนที่ยังกังวลปม “สืบทอดอำนาจ”

ติดตามสกู๊ปข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News