แห่บริจาค ช่วยคนงานบริษัทอิตาเลียนไทยฯ หลังแคมป์ถูกไฟไหม้

เกิดเหตุเพลิงไหม้แคมป์บ้านพักคนงาน บริษัท อิตาเลียนไทยฯ ล่าสุดชาวเน็ตแห่ร่วมบริจาค ช่วยคนงาน

หลังจากวานนี้ (6 ก.ค.) เมื่อเวลาประมาณ 21.36 น. เกิดเหตุเพลิงไหม้แคมป์บ้านพักคนงาน ของบริษัท อิตาเลียนไทยฯ บริเวณ ซอยประชาอุทิศ 6 ถนนสรงประภา แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร ซึ่งจากเหตุดังกล่าวส่งผลทำให้เพลิงลุกไหม้เป็นวงกว้าง ทางเจ้าหน้าที่ได้นำรถดับเพลิงเข้าสะกัดไฟ ใช้เวลานานร่วมชั่วโมงจึงสามารถคุมเพลิงให้อยู่ในพื้นที่ไม่ให้ลามไปยังหมู่บ้านจัดสรรที่อยู่ใกล้เคียงได้สำเร็จ

จากการตรวจสอบพบผู้บาดเจ็บ 1 ราย มีบาดแผลถูกไฟลวกตามร่างกาย ก่อนจะปฐมพยาบาลเบื้องต้น และนำส่งโรงพยาบาลใกล้เคียงแล้ว ส่วนสาเหตุนั้นอยู่ระหว่างการสอบสวน

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ส่งผลให้ข้าวของเครื่องใช้ คนงานและชาวบ้าน ที่อยู่ในที่เกิดเหตุได้รับความเสียหาย ซึ่งวันนี้ (7 ก.ค.) ผู้คนบนโลกออนไลน์ต่างเชิญชวนผู้ใจบุญช่วยกันบริจาคสิ่งของ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบเหตุไฟไหม้ดังกล่าว และมีผู้คนหลั่งไหลเข้าช่วยเหลือบ้างแล้ว  ล่าสุดมีรายงานว่า ที่แคมป์คนงานจุดเกิดเหตุ มีการจัดตั้งโต๊ะรับบริจาคแล้ว

13606937_1776403279297704_81360343127766546_n

13529042_1776403292631036_7492599624271173266_n

13537542_1776403399297692_6679394744009534053_n

3

2

5

1

4

MThai News

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก กลุ่ม คนรักดอนเมือง , เฟซบุ๊ก Ploy Prikpon‎

ลือหึ่ง ! ต้นโพธิ์ยักษ์วัดใหญ่โค่น หลัง ‘หญิงไก่’ ไปสาบาน

ลือหึ่ง ! ต้นโพธิ์ยักษ์วัดใหญ่ ในอำเภอเมือง พิษณุโลก หักโค่นลงมา หลังจากที่ ‘หญิงไก่’ ไปไหว้สาบาน

วานนี้ (6 ก.ค.) ช่วงหัวค่ำ มีรายงานว่า ต้นโพธิ์ยักษ์อายุกว่า 100 ปี บริเวณหน้าวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร หรือ วัดใหญ่ อ.เมืองพิษณุโลก หักโค่นล้มลงมาทั้งต้น หลังมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องหลายวัน ทำให้ร้านค้าละแวกนั้นได้รับความเสียหาย โดย พ.ท.สุทธิศักดิ์ ไหลเตื่อย หัวหน้าฝ่ายกำลังพลกองพลทหารราบที่ 4 ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ได้นำกำลังพลกว่า 40 นาย ช่วยกันเลื่อยตัดและเคลื่อนย้ายต้นโพธิ์ยักษ์ออกจากพื้นที่ ซึ่งคาดว่าต้นโพธิ์มีอายุมากแล้ว ประกอบกับต้นไม้รับน้ำหนักไม่ไหว จึงหักโค่นแบบถอนรากถอนโคน แต่โชคดีไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ  มีเพียงร้านค้าสมุนไพร 20 ร้าน และรถยนต์เก๋ง 1 คัน ได้รับความเสียหาย

ทั้งนี้ จากกรณีเหตุดังกล่าวชาวบ้านในพื้นที่ต่างวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ ว่า ต้นโพธิ์ยักษ์ต้นนี้อยู่คู่บ้านคู่เมืองพิษณุโลกมายาวนาน ต้านลมทนฝนมาโดยตลอด แต่กลับมาหักโค่น อาจจะเป็นลางบอกเหตุเกี่ยวกับภัยธรรมชาติ บางคนก็เชื่อว่าอาจจะมีอาเพศ ตามความเชื่อ นอกจากนี้ เหตุดังกล่าวยังถูกโยงไปถึงประเด็นของ นางมณตา หยกวิริยะกาญ หรือ หญิงไก่ บุคคลที่กำลังเป็นข่าวโด่งดังในวงสังคมเกี่ยวกับกรณีแจ้งความจับอดีตคนใช้ในบ้าน และมีผู้เสียหายหลายราย ซึ่งวานนี้ (6 ก.ค.) หญิงไก่ ก็เพิ่งเดินทางมาไหว้สักการะ องค์พระพุทธชินราช ก่อนที่จะเดินทางไปรับทราบหมายเรียกที่ สน.ประชาชื่น

ภาพจาก phitsanulokhotnews

MThai News

…………………………………………………………………………………………………………………………………..

คลิปหญิงไก่ จากมติชน

เวลา 13.00 น. วันที่ 6 กรกฏาคม หญิงไก่ หรือ นางมณตา หยกรัตนกาญ อายุ 56 ปีผู้ที่ตกเป็นข่าวใหญ่กรณีแจ้งความคนรับใช้ขโมยทรัพย์สินภายในบ้านพัก และกำลังเป็นประเด็นที่สนใจของสังคมถึงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น เดินทางมาที่วัดใหญ่ หรือ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ วรมหาวิหาร อ.เมือง จ.พิษณุโลก เพื่อกราบไหว้พระพุทธชินราช จากนั้น ได้เดินทางมารับประทานอาหารกลางวันที่ชั้น 2 โรงแรมท็อปแลนด์ อ.เมืองพิษณุโลก หญิงไก่ กล่าวว่า มากราบหลวงพ่อพระพุทธชินราช ที่กราบไหว้มาตลอดชีวิต มากราบว่า ถ้าเกิดผู้ต้องหานำเงินหรือทรัพย์สินของดิฉันไป ก็ขอให้เขามีอันเป็นไป แต่ถ้าเขาไม่ได้ลักขโมยของดิฉันไป ก็ขอให้ดิฉันมีอันเป็นไป ถ้าใส่ความเขา ขอให้มีแต่ภัยพิบัติเกิดขึ้นในชีวิต แต่ถ้าเอาของเราไปจริงขอให้เรามีแต่สิ่งดี ๆ เกิดขึ้นในชีวิต ได้บอกหลวงพ่ออย่างนี้ การดำเนินชีวิตก็ปกติ ไม่หนีไปไหน กระแสสังคมตัดสินไปแล้ว สื่อบางสื่อ ตัดสินไปแล้ว เหลือที่พึ่งสุดท้ายคือ ศาล

‘โทนี แบลร์’ สั่งบุกอิรักโดยไม่มีหลักฐาน ‘ก่อสงครามอิรัก’ นาน 7 ปี

Https%3a%2f%2fblueprint-api-production.s3.amazonaws.com%2fuploads%2fcard%2fimage%2f136401%2fa1e504450c0f4e5880657e8bd7337e7d

mashable รายงานจากกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ กรณีที่โทนี่แบลร์ อดีตนายกรัฐมนตรีแห่งอังกฤษ เขียนถึงจอร์จดับเบิลยูบุช อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ เกี่ยวกับความลับสุดยอดในช่วงสงครามในอิรัก ที่กินเวลายาวนานถึง 7 ปี

เซอร์ จอห์น ชิลคอต องคมนตรีและประธานคณะกรรมาธิการสอบสวนของคณะองคมนตรีแห่งสหราชอาณาจักร เผยแพร่รายงานผลการสอบสวนที่หลายฝ่ายเฝ้ารอมานานนี้ที่ศูนย์ประชุม ควีน เอลิซาเบธที่ 2 ในกรุงลอนดอน

เนื้อหาจากรายงานดังกล่าวชี้ว่าเกี่ยวกับ โทนี แบลร์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษในสมัยนั้น ที่กล่าวเกินจริงในเรื่องภัยคุกคามจากซัดดัม ฮุสเซน ผู้นำอิรักผู้พร้อมทั้งตัดสินใจเข้าร่วมสงครามด้วยข้อมูลข่าวกรองที่มีช่องโหว่ และผิดพลาดทางการประเมินผล ทั้งที่สามารถเลือกวิธีแก้ปัญหาทางการทูตได้

หลังจากรายงานดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกมา โทนี แบลร์ ได้จัดงานแถลงข่าว ขอเป็นผู้รับผิดชอบการตัดสินใจโจมตีอิรักทั้งหมด และยอมรับในความผิดพลาดของภารกิจนี้ พร้อมทั้งกล่าวคำขอโทษ และแสดงความเศร้าโศก เสียใจแต่เขายังคงยืนยันว่า นี่เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง และเชื่อว่าการตัดสินใจดังกล่าว ทำให้โลกปลอดภัยยิ่งขึ้น

ผลกระทบจากสงครามในอิรักที่กินเวลายาวนานกว่า 7 ปี มีผู้พลัดถิ่นในอิรักกว่า 1 ล้านคน และประชาชนในอิรักได้รับความเดือนร้อนอย่างมาก

ดูบทความต้นฉบับ : ‘I’ll be with you, whatever,’ Tony Blair told George W. Bush months before Iraq invasion