หนุ่มโวย!! หลังถูกจับข้อหาไม่เคารพธงชาติ ขณะขับรถ

ใบสั่งพิลึกสุดงง “ไม่หยุดรถเคารพธงชาติเวลา 08.00 น.” โดนปรับ 400 บาท ตร.แจงตาม พรบ.ธงชาติ ระบุไว้จริง เว้นหยุดรถแล้วจราจรติดขัด ไม่จำเป็นต้องหยุด ถือว่าไม่ผิดกฎหมาย

เกิดเป็นที่ฮืฮาในโลกออนไลน์อย่างกว้างขวาง เมื่อมีชายรายหนึ่งได้โพสต์ภาพใบสั่งเมื่อวันที่ 1 ก.ค. ที่ผ่านมา พร้อมกับข้อความระบุว่า “แค่_ไม่จอดเคารพธงชาติดูเอาพี่น้อง” โดยข้อหาที่ปรากฏในใบสั่งลงวันที่ 30 มิ.ย. 59 ต้องจ่ายค่าปรับเป็นจำนวนเงิน 400 บาท ในข้อหา “ไม่หยุดรถเคารพธงชาติเวลา 08.00 น.”

ใบสั่ง, เคารพธงชาติ

ทั้งนี้เมื่อภาพดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปก็ทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็นมากมาย ทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับข้อหาดังกล่าว ขณะเดียวกันก็มีคนตั้งข้อสงเกตุว่าเหตุการณ์ดังกล่าวไม่น่าจะเกิดขึ้นจริงเพราะปกติใบสั่งต้องลงชื่อผู้ออกใบสั่งกำกับ แต่ในใบสั่งดังกล่าวไม่ได้ระบุ หรือลงชื่อผู้ออกใบสั่ง อีกทั้งตราประทับก็ไม่มีด้วย

อย่างไรก็ดีหลังเกิดเป็นที่ถกเถียงในเรื่องดังกล่าว ทาง “พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์” รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) ให้ข้อมูลผ่านเว็บไซต์เดลินิวส์ออนไลน์ ระบุว่า กรณีการโพสต์เรื่องราวดังกล่าวผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย จำเป็นต้องได้รับการตรวจสอบอย่างละเอียด หากใบสั่งไม่มีตราประทับของ สภ.ที่ออกใบสั่ง คาดว่าน่าจะเป็นพื้นที่ต่างจังหวัด ซึ่งอาจพิมพ์ไม่ทัน เพราะเขตกรุงเทพฯ ใบสั่งจะถูกประทับตรา และระบุชื่อผู้ออกใบสั่ง ซึ่งตามพระราชบัญญัติธงชาติ มีข้อกฎหมาย “ควรหยุดรถเคารพธงชาติ” ระบุไว้จริง

แต่หากหยุดทำให้ผู้ร่วมทางคนอื่นเดือนร้อน หรือทำให้การจราจรติดขัด ก็ไม่ต้องหยุด ไม่ผิดกฎหมายแต่อย่างใด แต่ไม่ใช่กรณีเดียวกันกับพระราชบัญญัติขนส่งทางบก หรือพระราชบัญญัติรถยนต์ที่บังคับใช้กับผู้ใช้รถใช้ถนน ทั้งนี้ต้องดูเจตนา หรือดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ผู้ออกใบสั่ง เพื่ออำนวยความสะดวกในเวลานั้นหรือไม่อย่างไร

ขณะที่ข้อกฎหมายเกี่ยวกับการเคารพธงชาติได้ระบุไว้ว่า  มาตราที่ 45/5  ในพระราชบัญญัติธงชาติ เขียนว่า “ในกรณีที่ได้ยินเสียงเพลงชาติหรือสัญญาณชักธงชาติ จะเห็นหรือไม่เห็นการชักธงชาติก็ตาม ให้แสดงความเคารพ โดยการหยุดนิ่งยืนตรง หันหน้าไปทางธงชาติ หรือทางที่เสียงเพลงชาติดัง

ในกรณีอยู่ในอาคารให้หยุดนิ่งยืนตรงดังกล่าวด้วย หากไม่สามารถยืนแสดงความเคารพได้ ให้แสดงความเคารพ โดยการหยุดนิ่งในอาการสำรวม ในกรณีอยู่ในยานพาหนะ ให้หยุดยานพาหนะจนกว่าการชักธงชาติ หรือเสียงเพลงชาติ หรือสัญญาณการชักธงชาติจะสิ้นสุดลง

เว้นแต่กรณีอยู่ในยานพาหนะที่สัญจรบนทางด่วน ทางรถไฟ ทางน้ำ หรือทางอื่นที่ไม่อาจหยุดยานพาหนะได้ ตามรายละเอียดที่กำหนดในกฎกระทรวง” โดยมาตรา 48 ได้ระวางโทษให้ผู้ที่ฝ่าฝืนมาตรา 45 เหล่านี้ จำคุก 2 ปี ปรับไม่เกิน 4,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”

ค่ายรถดัง เปิดโครงการ จากกันด้วยใจ ให้ลาออกด้วยความสมัครใจ

โตโยต้า แจง โครงการให้พนักงานรับเหมาช่วงสมัครใจลาออก หลังเผชิญวิกฤติขาดทุน แต่ยันไม่มีนโยบายปลดพนักงานแต่อย่างใด

วันนี้ (5 ก.ค.) นักสื่อสารแรงงานรายงานผ่าน voicelabour.org ถึงความต่อเนื่องของสถานการณ์การเปิดโครงการสมัครใจลาออกในอุตสาหกรรมผลิตยานยนต์ ว่า เมื่อวันที่ 4 ก.ค.ที่ผ่านมา บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ค่ายยักษ์จากประเทศญี่ปุ่นค่ายหนึ่ง ก็ได้ดำเนินนโยบายดังกล่าว ภายใต้ชื่อโครงการว่า ‘จากกันด้วยใจ’

โตโยต้า, จากกันด้วยใจ

โดยโครงการนี้จะเปิดให้ลูกจ้างเหมาค่าแรง ซึ่งมีอยู่ในกระบวนการผลิตประมาณร้อยละ 40 ของลูกจ้างทั้งหมด หรือราว 800-900 คน สมัครใจลาออก ด้วยการเปิดรับสมัครเข้าโครงการเป็นเวลา 1 อาทิตย์ นับตั้งแต่วันนี้ (4 ก.ค. 2559) เป็นต้นไป ซึ่งผู้เข้าร่วมโครงการจะได้รับเงินพิเศษและค่าชดเชยให้ตามอายุงาน พร้อมค่าจ้าง และค่าบอกกล่าวล่วงหน้า

ทั้งนี้สาเหตุของการเปิดโครงการดังกล่าวก็เพื่อให้ลูกจ้างออกเองด้วยการสมัครใจก่อนที่จะมีการพิจารณาคัดพนักงานออกหลังจากหมดระยะเวลาเข้าร่วมโครงการตามที่ประกาศไว้

โตโยต้า, จากกันด้วยใจ

อย่างไรก็ดีเมื่อกระแสข่าวการเปิดโครงการดังกล่าวของค่ายรถยนต์ค่ายยักษ์ได้เผยแพร่ออกไปก็ทำให้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ไปต่างๆ นานา ก่อนที่ผู้ผลิตรถยนต์รายดังกล่าว จะออกแถลงอย่างเป็นทางการถึงโครงการดังกล่าว โดยระบุว่า ตามที่มีการเผยแพร่ข้อมูลในโซเชี่ยลเน็ตเวิร์ก ถึงโครงการสมัครใจลาออกสำหรับพนักงานรับเหมาช่วงของบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ทางบริษัทฯ ใคร่ขอชี้แจงรายละเอียด ดังต่อไปนี้

จากสภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศที่ยังคงชะลอตัว ประกอบกับความผันผวนของสภาวะเศรษฐกิจโลกที่มีผลต่อการส่งออก ส่งผลกระทบต่อตลาดรถยนต์ทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ทำให้ บริษัทฯ ต้องปรับลดกำลังการผลิตลง และมีพนักงานเกินความจำเป็นในการผลิต รวมทั้งต้องปรับลดจำนวนชั่วโมงการทำงานล่วงเวลา ทำให้รายได้รวมต่อเดือนของพนักงานลดลง

ดังนั้นเพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้พนักงานได้มีทางเลือก บริษัทฯ จึงเปิด โครงการ “จากด้วยใจ” ให้แก่พนักงานรับเหมาช่วงเข้าร่วมโครงการสมัครใจลาออก ซึ่งพนักงานที่เข้าร่วมโครงการจะได้รับเงินชดเชยครบถ้วนตามกฎหมายแรงงาน และบริษัทฯ ยังพิจารณาจ่ายเงินเพิ่มเติมพิเศษ ให้กับพนักงานที่เข้าร่วมโครงการฯ อีกด้วย

อย่างไรก็ตามหากสถานการณ์ของตลาดรถยนต์ดีขึ้น ทางบริษัทฯ ยินดีที่จะรับพนักงานที่สมัครใจร่วมโครงการนี้ กลับเข้าทำงานเป็นลำดับแรก โดยคงอัตราค่าจ้างพร้อมสวัสดิการตามเดิม รวมทั้งจะนับอายุงานต่อเนื่อง บริษัทฯ ขอยืนยันว่า ตลอดระยะเวลากว่า 50 ปีที่ผ่านมาในการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย บริษัทฯ ไม่มีนโยบายปลดพนักงานออกแต่อย่างใด รวมทั้งโตโยต้า ยังมีความมั่นใจว่าประเทศไทยยังคงมีศักยภาพที่จะเป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์ในภูมิภาคนี้ต่อไป

เจ้าของเตรียมทุบทิ้งห้องเช่า เซ่นคดีโหดฆ่าปาดคอครูสาว

ผู้ประกอบการห้องเช่าเตรียมทุบทิ้ง หลังผู้เช่าอื่นๆ หวาดผวาย้ายหนี จากเหตุสยองคนร้ายฆ่าโหดครูสาว 

วันนี้ (5 ก.ค. 59) ได้มีรายงานข่าวแจ้งว่า ผู้ประกอบการห้องเช่าเจ้าของสถานที่เกิดเหตุในคดีสยองคนร้ายฆ่าปาดคอครูสาว ที่ จ.สระบุรี เตรียมจะทุบห้องเช่าทั้งหมดทิ้ง

บ้านเช้า, ฆ่าครู, ข่มขืน, ข่าวจังหวัดสระบุรี

โดยสาเหตุของการทุบทิ้งในครั้งนี้ สืบเนื่องมาจากมีผู้เช่าหลายรายหวาดผวาในเรื่องความปลอดภัย และดวงวิญญาณของผู้ตาย หลังเกิดเหตุดังกล่าว จึงได้พากันขนย้ายห้องหนีไปอยู่ที่อื่น  ซึ่งจากเดิมเคยมีผู้เช่าห้องพักเต็มทั้ง 10 ห้อง แต่ขณะนี้เหลือเพียง 4 ห้องเท่านั้น

สำหรับห้องเช่าแห่งนี้มีอยู่ทั้งหมด 10 ห้อง แบ่งเป็น 2 แถว แถวละ 5 ห้อง ซึ่งเดิมมีคนเช่าอยู่เต็มทั้ง 10 ห้อง ทั้งนี้เมื่อข่าวการเตรียมทุบทิ้งห้องเช่าสถานที่เกิดเหตุในขณะคดีได้เผยแพร่ออกไปก็ทำให้มีคนเข้าไปตั้งกระทู้ในเว็บไซต์พันทิปไม่เห็นด้วยกับวิธีการแก้ปัญหาดังกล่าว เพราะเกรงว่าจะเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ แม้ว่าจะเป็นความสบายใจของผู้ประกอบการเองก็ตาม