‘เสี่ยเบนซ์’ สึกพระแล้ว ! ขึ้นศาล สำนึกผิดกราบขมาแม่ นศ.ป.โท

‘เสี่ยเบนซ์’ สึกพระแล้ว ! ขึ้นศาลเจรจาสมานฉันท์  สำนึกผิดกราบขมาแม่ นศ.ป.โท

วันนี้(5 ก.ค.) นายเจนภพ วีรพร อายุ 37 ปี ผู้ต้องหาในคดีขับรถยนต์เบนซ์ชนท้ายเก๋ง ทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย แต่งกายในขุดขาวทั้งชุด เพิ่งจะลาสิขามา ได้เดินทางมายังศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วยบิดา และทีมทนายความ กับญาติของผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ราย ตามที่ศาลนัดสมานฉันท์ ถือเป็นครั้งแรกที่ได้นายเจนภพ ได้เจอกับญาติผู้ตาย

ทั้งนี้ ศาลพระนครศรีอยุธยาไม่อนุญาตให้ผู้สื่อข่าวเข้าไปบันทึกภาพช่วงที่ นายเจนภพ ก้มลงกราบขอขมาครอบครัวของผู้ตาย เพื่อขออโหสิกรรม ก่อนที่จะมีการเจรจาดังกล่าวเสร็จสิ้นการเจรจาสมานฉันท์ โดยศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยานัดตรวจพยานอีกครั้งในวันที่ 15 ส.ค. นี้อีกครั้ง

นายเจริญ แก้วยอดหล้า อาของนายเจนภพ เปิดเผยว่า การเจรจาในครั้งแรกถือว่าเป็นที่น่าพอใจ เพราะทั้ง 2 ฝ่ายเข้าใจกันดีว่าเป็นเรื่องอุบัติเหตุ แต่ยังไม่สามารถที่จะตกลงกันได้ เพราะยังเป็นครั้งแรกที่ได้เจอหน้ากัน ซึ่งวันนี้นายเจนภพ ได้สึกจากพระมาก็เพื่อจะมาขอขมาทางแม่ของผู้ตาย ซึ่งหากมาทั้งที่ยังเป็นพระก็คงไม่เหมาะสม ซึ่งหลังจากนายเจนภพได้เจอหน้าแม่ผู้เสียชีวิตก็ก้มลงกราบเท้าทันที ทำให้เกิดนิมิตรหมายที่ดีในการเจรจา แต่ก็ยังคงต้องใช้เวลาอีก เพราะชีวิตคนเรานั้นแลกด้วยเงินไม่ได้ แต่ก็ยังยืนยันว่าทางนายเจนภพยินดีชดใช้ในสิ่งที่เกิดขึ้นทุกอย่าง

ขณะที่ นายวิเวียร ชุบไธสงค์ อุปนายกสภาทนายความ ทนายของฝ่ายผู้เสียหาย กล่าวว่า เป็นเรืองที่ดีที่มีการกราบขออโหสิกรรม ซึ่งทางญาติผู้ตายก็เข้าใจในเรืองที่เกิดขึ้น ส่วนของคดีนั้นทุกฝ่ายมองว่าการสูญเสียชีวิตแบบนี้ อยากให้สังคมได้รับรู้ถึงการกระทำว่าได้สร้างความสูญเสีย และมีผลกระทบต่อจิตใจของผู้สูญเสีย จึงอย่ากให้เป็นคดีตัวอย่าง เพื่อจะได้เกิดความรับผิดชอบในการใช้รถใช้ถนนให้มากกว่านี้ ซึ่งก็ขอให้เป็นขบวนการทางกฎหมายต่อไป

ที่มา dailynews

MThai News

อินโดนีเซีย ไทย และมาเลเซีย เกิดเหตุระเบิดติดกันในช่วงเดือนรอมฎอน

Https%3a%2f%2fblueprint-api-production.s3.amazonaws.com%2fuploads%2fcard%2fimage%2f135394%2fgettyimages-506207312

mashable รายงาน เหตุความไม่สงบ ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของเทศกาลเดือนถือศีลอด รอมฎอน ทั้งไทย อินโดนีเซีย และมาเลเซีย

เริ่มจากสถานการณ์ความไม่สงบในประเทศอินโดนีเซีย กรณีที่มือระเบิดพลีชีพโจมตีสถานีตำรวจในเมืองสุราการ์ตา ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บหลายนาย ที่ผู้บัญชาการสำนักงานข่าวกรองแห่งชาติคาดว่ากลุ่มไอเอสอยู่เบื้องหลัง

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ เปิดเผยกับนักข่าวว่า คนร้ายใช้รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะในการก่อเหตุ

https-%2F%2Fblueprint-api-production.s3.amazonaws.com%2Fuploads%2Fcard%2Fimage%2F135378%2F13584118_1759606884284047_2137227455_n

 

ขณะที่ พล.ต คอนโดร คิโรโน หัวหน้าตำรวจชวา กล่าวว่า เจ้าหน้าที่เชื่อว่าการโจมตีเป็นฝีมือของเครือข่าวที่มีเป้าหมายโจมตีเจ้าหน้าที่ตำรวจและกองกำลังรักษาความปลอดภัย

บนเกาะชวา มีเครือข่ายของกลุ่ม ญะมาอะห์อิสลามียะห์ (JI)ซึ่งเป็นกลุ่มองค์กรข้ามชาติ มีเครือข่ายอยู่ทั้งในไทย สิงคโปร์ มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ ทั้งยังมีความเชื่อมโยงกับกลุ่มอัลกออิดะห์หรือตอลิบาน ก่อตั้งโดย อาบูร์ บาร์กา บาชีร์ ในปี 2002 ซึ่งนายบาซีร์ได้ให้ความจงรักภักดีต่อกลุ่มไอเอสในปี 2014 แต่ได้มีการถอนการสนับสนุนออกไป

 เหตุระเบิดทางภาคใต้ของประเทศไทย

mashable รายงาน เหตุระเบิดทางภาคใต้ของประเทศไทย เกิดเหตุคาร์บอมบ์ที่บริเวณด่านตรวจเกาะหม้อแกง ในพื้นที่ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี โดยด่านดังกล่าว เป็นด่านตรวจรถยนต์ของทหาร ที่ใหญ่สุดก่อนเข้าสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บหลายราย

นอกจากนี้ เกิดเหตุระเบิดด้านนอกมัสยิดกลางปัตตานี มีเจ้าหน้าตำรวจเสียชีวิต 1 ราย รวมถึงตำรวจและพลเรือนอีกจำนวนหนึ่งได้รับบาดเจ็บ

โดยพ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า กล่าวว่า ในช่วง 10 วันสุดท้ายของเดือนรอมฎอน กลุ่มผู้ไม่หวังดี จะมีการกำหนดเป้าหมายโจมตีโดยเฉพาะ

เหตุความไม่สงบในมาเลเซีย


ผับโมวิดา

Image: joshua paul/AP

ส่วนประเทศสุดท้ายที่เกิดเหตุความไม่สงบคือมาเลเซีย ซึ่งเป็นประเทศที่มีพรมแดนติดกับไทย เกิดเหตุระเบิดที่ไนต์คลับที่เมืองปูชง รัฐสลังงอร์ของมาเลเซีย เมื่อวันที่ 28 มิถุนายนที่ผ่านมา มีผู้บาดเจ็บ 8 คน เจ้าหน้าที่ทางการออกมายืนยันว่า เหตุดังกล่าวมีความเกี่ยวโยงกับกลุ่มรัฐอิสลามหรือกลุ่มไอเอส

ทว่า ผู้ก่อเหตุได้โยนระเบิดมือเข้าไปที่ไนต์คลับแห่งนี้ เหตุครั้งนี้มีผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด 15 คน ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ตำรวจรวมอยู่ด้วย 2 นาย และปัจจุบัน เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมผู้เกี่ยวข้องได้เพิ่มเติม 2 คน โดยเป้าหมายผู้ก่อเหตุมั่งเป้าไปที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงเช่นกัน

ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่เคยตัดปมก่อการร้ายออกจากแรงจูงใจในการก่อเหตุ พร้อมทั้งระบุความเป็นไปได้ว่ามาจากการแข่งขันทางธุรกิจหรือเป็นไปได้ว่าคนร้าย ต้องการทำร้ายคนที่อยู่ในไนต์คลับ


เหตุไม่สงบในมาเลเซีย

Image: joshua paul/AP

ดูบทความต้นฉบับ : Indonesia, Thailand and Malaysia suffer bomb attacks just days before Eid holiday