ย้อนรอย คดีฆ่าข่มขืน ผ่านไปครึ่งปี กี่ครอบครัวต้องเจ็บช้ำ

ย้อนรอย ‘คดีฆ่าข่มขืน’ ผ่านไปครึ่งปี กี่ครอบครัวต้องเจ็บช้ำ กับ ทางแก้ปัญหา ข่มขืน เท่ากับ ประหาร

วันนี้ ทีมข่าว MThai News จะพาคุณผู้อ่านย้อนกลับไปไล่ลำดับเหตุการณ์สะเทือนขวัญสังคม ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปลายปี 2558 จนถึงปัจจุบัน กับ ‘คดีฆ่าข่มขืน’ ที่แม้เวลาจะผ่านไปแล้ว แต่เราก็ยังคงจำได้ไม่เคยลืม…

หากย้อนกลับไปเมื่อปลายปี 2558 หลายคนคงจำคดีสะเทือนขวัญของ ‘น้องสโนว์’ เหยื่อผู้เคราะห์ร้าย ถูกฉุดกระชากลงไปในทุ่งนา พร้อมใช้กำลังทำร้ายร่างกายอย่างทารุณหมายที่จะข่มขืน แต่เหยื่อมีสติต่อสู้กับคนร้ายจนหลุดพ้นจากวินาทีนั้นมาได้ ก่อนมาเสียชีวิตในเวลาต่อมา เนื่องจากทนพิษบาดแผลไม่ไหว (อ่านข่าว ย้อนรอย! คดีสะเทือนขวัญฆ่าโหด ‘น้องสโนว์’ ) โดยคดีนี้ใช้เวลา 100 กว่าวัน เจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงสามารถจับตัวคนร้ายได้คือ นายกฤติเดช ระเวงวัณ ผู้ใหญ่บ้านสีถาน แต่เจ้าตัวยังให้การปฏิเสธ ทำให้คดีนี้ยังหาข้อสรุปไม่ได้ คงต้องติดตามกันต่อไป

73

ผ่านไปไม่นาน คดีสะเทือนขวัญก็เกิดขึ้นอีกครั้ง เมื่อวันที่ 30 ม.ค. 59 กลุ่มวัยรุ่น จ.พัทลุง ได้พาคู่อริและแฟนสาวของคู่อริเข้าไปในป่าและช่วยกันขุดหลุมเพื่อฝังฝ่ายชาย ก่อนลงมือข่มขืนหญิงสาวต่อหน้าแฟนหนุ่ม พร้อมใช้หินทุบตี ใช้มีดแทง และจับฝ่ายหญิงโยนทิ้งลงเหว แต่โชคยังดีที่หญิงสาวแค่หมดสติไป 1 คืน พอฟื้นจึงพยายามคลานขึ้นจากเหวลึกมาขอความช่วยเหลือบนถนน (อ่านข่าว โจ๋โหด ลวงฆ่าคู่อริหมกป่า ก่อนข่มขืนแฟนสาวโยนทิ้งเหว) แต่ ณ ปัจจุบันคดีนี้ก็ยังคงไม่ได้ข้อสรุปเช่นกัน แม้จะสามารถจับกุมกลุ่มคนร้ายได้แล้วทั้งหมด

สำหรับคดีนี้ถือได้ว่า เป็นคดีที่ถูกกล่าวถึงกันเป็นอย่างมากในช่วงเวลานั้น จนมีผู้คนจากโลกออนไลน์ออกมาถ่ายรูปยืนถือป้าย ‘ฆ่าข่มขืน กี่ศพแล้ว กี่ศพเล่า กฎหมายไทยทำไมไม่แก้’ เพื่อเรียกร้องให้ยกเลิกอภัยโทษคดีฆ่าข่มขืน เปลี่ยนเป็น ข่มขืน = ประหาร ซึ่งเคยเกิดขึ้นมาแล้วครั้งหนึ่งกับคดีของ เกมส์ วันชัย หนุ่มพนักงานรถไฟ ลงมือฆ่าข่มขืน ด.ญ. วัย 13 ปี หรือ น้องแก้ม บนรถไฟก่อนโยนศพทิ้งข้างทางเมื่อปี 2557 (อ่านข่าว ปิดคดีฆ่าข่มขืน ด.ญ. 13 เกมส์-วันชัย ไม่ยื่นฎีกาโทษประหาร) แต่จนถึงทุกวันนี้กฎหมายก็ยังไม่ได้รับการปรับเปลี่ยนแก้ไขแต่อย่างใด

6

มาถึงคดีล่าสุด เรียนว่าตอนนี้โลกออนไลน์กำลังร้อนระอุกับประเด็น คนงานหนุ่มข้างห้องบุกฆ่าข่มขืน น.ส.จุฬารัตน์ โทวรรณา หรือ ครูอิ๋ว อายุ 27 ปี ครูสาวอัตราจ้าง โรงเรียนแสงวิทยา จ.สระบุรี เสียชีวิตภายในห้องพัก สภาพศพกึ่งเปลือย คอเกือบขาด เนื่องจากครูสาวต่อสู้ไม่ยอมถูกข่มขืน คนร้ายจึงลงมือฆ่าปาดคอ (อ่านข่าว หนุ่มฆ่าปาดคอ รับแอบชอบครูสาว ตั้งใจข่มขืน แต่เหยื่อสู้จึงลงมือ ! ) จนกลายเป็นคดีสะเทืองขวัญสังคมอยู่ในขณะนี้ และคดีนี้ก็เป็นอีก 1 คดี ที่ปลุกกระแสผู้คนบนโลกออนไลน์ให้ออกมารณรงค์แก้โทษ ‘คดีฆ่าข่มขืน’ อีกครั้ง

ตลอดระยะเวลาครึ่งปีที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุการณ์สะเทือนขวัญอย่าง ‘คดีฆ่าข่มขืน’ มาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 ครั้ง ที่กลายเป็นกระแสสังคม และอีกกี่คดีที่เงียบหายไม่มีใครสนใจ มันถึงเวลาแล้วหรือยังกับการเปลี่ยนแปลงบทลงโทษของ ‘คดีฆ่าข่มขืน’ ที่ใครหลาย ๆ คนเพรียกหา

5

ทั้งนี้การแก้โทษ ‘คดีฆ่าข่มขืน’ เป็น ข่มขืน = ประหาร หากมองดูแล้วโทษประหารชีวิตก็เหมาะสมกับสิ่งที่คนร้ายได้กระทำลงไป แต่เรื่องดังกล่าวไม่ใช่เรื่องง่าย จะใช้เพียงอารมณ์ ณ ขณะที่เสพข่าวคงเป็นไปไม่ได้ ต้องคิดถึงผลกระทบที่จะตามมาอีกด้วย ซึ่งเรื่องดังกล่าวได้เคยเกิดข้อถกเถียงกันมาแล้วครั้งหนึ่ง เนื่องจากมีทั้งกลุ่มคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย โดยกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยมองว่า เป็นเหมือนการบังคับให้คนร้ายลงมือฆ่าเหยื่อ เพราะไม่ว่าอย่างไรก็โดนโทษประหารชีวิตอยู่ดี

ด้าน พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอขา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ก็ได้ออกมาตอบเกี่ยวกับกรณีแก้โทษ ‘คดีฆ่าข่มขืน’ เป็น ข่มขืน = ประหาร ว่า

“ให้กลับไปดูทั่วโลกว่าเขาว่าอย่างไรอย่าไปคิดเอาเอง วันนี้อย่าลืมว่าเราอยู่กับกฎหมายโลก กฎหมายระหว่างประเทศ สิทธิมนุษยชน ทั่วโลกยกเลิกการประหารชีวิตกี่ประเทศแล้ว ของเราประหาร 3 ครั้งก็ยังแก้ไขอะไรไม่ได้เลย ที่ผ่านมาก็ใช้ในทุกมาตราแล้ว ทั้งกฎหมายปกติ และมาตรา 44 ซึ่งไม่มีอะไรแรงไปกล่าวนี้ ก็ยังไม่กลัวกันเลย

ถ้าให้มีการประหารชีวิตก็คงต้องประหารสัก 3 ชาติ ถึงจะกลัว อย่ามาใช้กฎหมายจนเสพติด อย่าไปเสพติดกฎหมายจนไปสู่อำนาจ ไปสู่ผลประโยชน์ อย่าไปเสพติดแบบนั้น ขอให้ใช้ในเชิงสร้างสรรค์ ดีกว่า สังคมก็ต้องช่วยกันกดดัน นักข่าวก็ต้องช่วยกันประณาม สื่อต้องช่วยผมในการกดดัน คนที่ทำความผิดเหล่านี้ให้มันสงบ อย่าปล่อยให้มีปากมีเสียงอยู่ได้”

การประหารหากไม่ใช่วิธีลงโทษคนร้ายคดีข่มขืน และฆ่าข่มขืน อย่างสาสม แล้วคิดว่าวิธีไหนถึงจะควรนำมาบังคับใช้ที่สุด ???

MThai News

ขอรับบริจาครองเท้า-เสื้อผ้า ให้หนูน้อยบนดอย ทางภาคเหนือ

เชิญชวนผู้ใจบุญ ร่วมกันบริจาค รองเท้า เสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่ม ให้หนูน้อยบนดอย

วันนี้ (4 ก.ค.) สมาชิกเฟซบุ๊ก Firzty Shawatida Kuptawatin ได้มีการโพสต์ภาพและข้อความ เชิญชวนผู้ใจบุญร่วมกันบริจาครองเท้าเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มให้เด็ก ๆ และชาวบ้านบนดอย

13439070_1359029050779980_3087581588171600096_n

รายละเอียดระบุไว้ดังนี้ …

เนื่องจากทางเพจคนเป็นครูได้รับทราบข้อมูลจาก พระภูวนารถ ธมมานนโท ซึ่งท่านจะเดินทางขึ้นดอยทางภาคเหนือของประเทศไทยในทุก ๆ ปี ในหลาย ๆ แห่ง เด็ก ๆ บนนั้นขาดเสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่ม เเละรองเท้า ทางเราจึงได้ขอเป็นส่วนหนึ่งในการกระจายข่าวบอกบุญให้ทุก ๆ ท่านทราบ เเละขอความกรุณาทุก ๆ ท่านช่วยบอกต่อ ๆ กันไปด้วยครับ

13599903_1359029040779981_3674448361866729369_n

สิ่งของที่ทางเราประกาศรับบริจาค คือ (ไม่จำกัด)

1.รองเท้าเเตะ รองเท้าบูทยาง รองเท้าผ้าใบ รองเท้านักเรียน

2. เสื้อผ้า ชุดนักเรียน ชุดไปรเวท (ทั้งมือ 1 เเละ มือ 2)

3. สบู่ ยาสีฟัน แปรงสีฟัน ยาสระผม ครีมทาผิว

4. เมล็ดพันธุ์เพื่อเพาะปลูกในการประกอบอาหาร เช่น ถั่ว ผักบุ้ง ผักกาด กวางตุ้ง เป็นต้น

5. ผ้าห่ม เครื่องกันหนาว

13599834_1359029084113310_1331797402930560134_n

รับจำนวนไม่จำกัด เพราะจะนำขึ้นไปมอบให้เด็ก ๆ ในหลาย ๆ ดอยในเขตภาคเหนือ ตลอดทั้งปี

สามารถส่งของร่วมบริจาคมาได้ที่ : นายปัญจพล ขำสัจจา (ไอซ์) 7 ซ.นาคนิวาส 15 แยก 10 ถนนนาคนิวาส แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กทม. 10230 โทรศัพท์ 081-453 – 2213

ท่านใดไม่สะดวกเป็นสิ่งของสามารถร่วมสมทบทุนในครั้งนี้ได้บัญชี บัญชีธนาคาร : กสิกรไทย ชื่อบัญชี : นายปัญจพล ขำสัจจา บัญชีออมทรัพย์เลขที่ : 601 – 2 – 14616 – 5

MThai News

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก สมาชิกเฟซบุ๊ก Firzty Shawatida Kuptawatin