สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน อ้างอิงข้อมูลจากกระทรวงยุติธรรมญี่ปุ่น ระบุจำนวนชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในญี่ปุ่นอย่างผิดกฏหมายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ล่าสุดสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองญี่ปุ่นออกมาเรียกร้องให้สถานทูตของ 5 ประเทศ ประกอบด้วย จีนอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ไทย รวมถึงสำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมของไต้หวัน ออกนโยบายสนับสนุนให้ผู้ที่เข้ามาพำนักในประเทศญี่ปุ่นอย่างผิดกฎหมายยินยอมกลับประเทศบ้านเกิดอย่างสมัครใจ พร้อมทั้งเปิดเผยตัวเลขผู้พำนักในญี่ปุ่นแบบผิดกฎหมาย ซึ่งพุ่งแตะ 63,000 คนในเดือน ม.ค.ปี 2559 โดยสัดส่วนที่เยอะที่สุดคือเกาหลีใต้ 13,000 คน
ล่าสุดมีการเรียกร้องให้สถานทูตทั้ง 5 ประเทศ ประชาสัมพันธ์ผ่านหน้าเว็บไซต์หรือแจกใบปลิว ชี้แจงกระบวนการเดินทางออกจากประเทศญี่ปุ่น ที่จะอนุโลมผ่อนปรนให้กับผู้เข้าเมืองแบบผิดกฏหมายทุกคน ให้เดินทางออกจากประเทศโดยจะไม่มีการจับกุม หากปฏิบัติตามกฎที่ออกมา เช่น การไปรายงานตัวที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองด้วยความสมัครใจ
ระบบคำสั่งเดินทางออกนอกประเทศของญี่ปุ่น เริ่มบังคับใช้ตั้งแต่ปี 2547 มีเป้าหมายลดจำนวนผู้พำนักแบบผิดกฎหมายในญี่ปุ่นลง โดยจะผ่อนปรนอนุญาตให้ผู้ที่สมัครใจกลับประเทศถิ่นกำเนิด สามารถกลับมาญี่ปุ่นได้อีก หากพำนักอยู่นอกญี่ปุ่นนานกว่า 1 ปี แต่หากถูกเนรเทศส่งกลับประเทศถิ่นกำเนิด ตามกฎหมายแล้วจะไม่ได้รับอนุญาตเข้าญี่ปุ่นอย่างน้อย 5 ปี
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ระบุว่า จำนวนผู้พำนักเถื่อนที่เพิ่มขึ้น เป็นผลมาจากการผ่อนปรนการออกวีซ่าให้กับบางประเทศในเอเชีย รวมถึงชาวต่างชาติที่เข้ามาทำงานในญี่ปุ่น ผ่านโครงการฝึกอบรมต่างๆ โดยขณะนี้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองได้เพิ่มมาตรการเข้มงวดขึ้น และเรียกร้องบริษัททุกแห่งที่ว่าจ้างแรงงานต่างชาติ ให้ปฏิบัติตามกฎและข้อบังคับที่ระบุไว้บนบัตรที่ทางสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองออกให้
ขอบคุณข้อมูลจาก www.springnews.co.th



