ฉะยับ ! ช่างขึ้นเหยียบ องค์หลวงพ่อพระพุทธชินราช

ฉะยับ ! ช่างขึ้นเหยียบ องค์หลวงพ่อพระพุทธชินราช รุดขอขมา แต่ยังโดนวิจารณ์ต่อเนื่อง

กลายเป็นอีกประเด็นดราม่าในโลกออนไลน์ หลังผู้ใช้งานเฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์ภาพในกลุ่มพิษณุโลกบ้านเรา ซึ่งเป็นภาพองค์หลวงพ่อพระพุทธชินราช ซึ่งประดิษฐานอยู่ในวิหารวัดใหญ่ หรือ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ วรมหาวิหาร อ.เมือง จ.พิษณุโลก โดยมีผู้ชาย 3 คน กำลังดำเนินการวัดขนาดหลวงพ่อพระพุทธชินราช ชายคนหนึ่งได้ขึ้นไปยืนบนแขนของหลวงพ่อ และใช้ไม้วัด บริเวณหน้าหลวงพ่อ และชายอีก 2 คนอยู่ด้านหน้าองค์พระ

ทั้งนี้ หลังทางวัดใหญ่ทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว เกิดความรู้สึกไม่สบายใจเป็นอย่างมาก การดำเนินการดังกล่าว เป็นการกระทำโดยพละการ และไม่สมควร ของช่างโรงหล่อพระเอกชนในพิษณุโลก ที่ช่างได้ปีนขึ้นไป เพื่อวัดขนาดของหลวงพ่อพระพุทธชินราช การดำเนินการดังกล่าว มาจากดำริของเจ้าอาวาสวัดใหญ่ ที่จะสร้างองค์พระพุทธชินราชองค์จำลอง หล่อด้วยทองแดง ขนาดเท่าองค์จริง เพื่อนำไปประดิษฐานที่วิทยาสงฆ์พระพุทธชินราช และได้ว่าจ้างโรงหล่อพระเอกชนให้มาดำเนินการ เป็นช่วงค่ำของวันที่ 2 ก.ค.ที่ผ่านมา .

ซึ่งเวลาก่อนวิหารหลวงพ่อจะปิด ช่างได้เข้ามาและบอกกับผู้เฝ้าวิหารว่า จะมาวัดขนาดองค์หลวงพ่อตามดำริของเจ้าอาวาส จากนั้นก็ดำเนินการวัดขนาด และมีมีการปีนขึ้นไปที่องค์พระ ซึ่งโดยปกติของการดำเนินการบูรณะองค์หลวงพ่อพระพุทธชินราชนั้น จะต้องสร้างใช้นั่งร้าน ตั้งโดยรอบองค์หลวงพ่อ โดยจะไม่มีกระทำการอย่างนี้อย่างเด็ดขาด

หลังจากเกิดเหตุการณ์ขึ้น ทำให้ชาวพิษณุโลกและผู้คนทั่วไป ได้ตำหนิการกระทำที่ยากจะให้อภัย เหมือนเหยียบหัวใจของพุทธศาสนิกชน เนื่องจากทราบอยู่แล้วว่า พระพุทธชินราชเป็นพระคู่บ้านคู่เมือง และเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์กราบไหว้ของคนทั้งประเทศ ไม่ใช่เฉพาะคนพิษณุโลก หลังกระแสฮือไม่พอใจที่คนของทางโรงหล่อกระทำที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง กระจายไปทั่วจนความไม่พอใจเกิดขึ้นในกลุ่มผู้คนจำนวนมาก เป็นเหตุให้ทางโรงหล่อมาทำพิธีขอขมาภายหลัง เพื่อลดกระแสดังกล่าว แต่ก็ยังไม่ทำให้ผู้คนพุทธศาสนิกชนพอใจอยู่ดี เพราะถือว่าเป็นการแก้ตัว เนื่องจากสามัญสำนึกต้องรู้ว่าสถานที่ดังกล่าวเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิของคนไทยทั้งประเทศที่กราบไหว้บูชา

ที่มา ข่าวสด

MThai News

ชาวเน็ตวิจารณ์! ปมหมอก้อง สรวิชญ์ โดนล็อคล้อขอจ่ายเงินให้ตำรวจ

หมอก้อง-สรวิชญ์ สุบุญ  โพสต์ชื่นชมตำรวจไม่รับสินบน หลังโดนล็อคล้อ

เป็นเรื่องราวที่ผู้คนบนโลกออนไลน์ต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างหนัก หลังจากวานนี้ (3 ก.ค.) หมอก้อง-สรวิชญ์ สุบุญ ได้โพสต์ภาพตัวเองกับเจ้าหน้าที่ตำรวจนายหนึ่ง ลงในอินสตาแกรม kong_sarawit พร้อมระบุข้อความบอกเล่าเรื่องราวขณะไปร่วมงาน SILENT RUN วิ่ง เงียบ มาราธอน’ ที่ สมาคมกีฬาคนหูหนวกแห่งประเทศไทย (สกหท.) จัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในมหามงคลเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติครบ 70 ปี ภายใต้โครงการ ‘รวมพลังความสร้างสรรค์ สานสายใยสัมพันธ์ สู่สังคมที่ยั่งยืน

cats

ข้อความที่ หมอก้องโพสต์ไว้มีดังนี้ …

โดนแต่เช้าครับวันนี้ 555… เรื่องของเรื่องคือ มางานวิ่งเงียบมาราธอนของสมาคมคนหูพิการ ที่สวนหลวง ร.9 แล้วหาที่จอดยากมาก เห็นช่องว่างก็เข้าเลย… โดนล็อคล้อสิครับ 555 โดยพี่คนนี้ล่ะ ไอ้เราก็งัดทุกกระบวนท่ามาขอให้ช่วยปลดล็อคให้ ยังไงก็ไม่ยอม จะขอจ่ายค่าปรับตรงนี้เลยไม่ไปที่ สน. แกก็ไม่รับ (เข้าข่ายติดสินบนไหมเนี่ย?) บอกว่าไม่รู้ทางแถวนี้.. แกขับนำให้เลยครับ สุดยอดป่ะล่ะ แล้วก็ถึงที่หมาย เสียค่าปรับเรียบร้อย ค่าจอดรถวันนี้แพงมาก 55 แต่โคตะ ระ มีความสุขเลยครับที่เห็นพี่ตำรวจท่านนี้ ขอบคุณมาก ๆ ที่ซื่อตรงต่อหน้าที่ และเกียรติภูมิตำรวจไทย ขอยกย่องและขอให้เจริญในหน้าที่การงานต่อ ๆ ไปครับ

หลังจากโพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ มีผู้คนเข้าไปแสดงความเห็นชื่นชมเจ้าหน้าที่ตำรวจคนดังกล่าวเป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ตามมีชาวเน็ตบางส่วนไม่เห็นด้วยกับการกระทำของหมอก้อง ซึ่งทางด้านหมอก้องก็ได้ออกมาชี้แจงต่อเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว

cats

1

2

MThai News

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก อินสตาแกรม kong_sarawit

สุดเหี้ยม! โจรดักปล้น เหยื่อฮึดสู้ถูกยิงสวนอาการปางตาย

2 คนร้ายขี่ จยย. ประกบหวังชิงทรัพย์ เหยื่อฮึดสู้ ก่อนที่คนร้ายจะใช้ปืนตบหน้าจนสลบ แล้วยิงซ้ำอาการบาดเจ็บสาหัส ขณะนี้ ตร. กำลังเร่งไล่ล่า

วันที่ 4 ก.ค. พ.ต.ท.สมคิด เฮียงเสถียร สว.สอบสวน สภ.หนองปรือ จ.ชลบุรี รับแจ้งเหตุคนร้ายก่อเหตุใช้อาวุธปืนทำร้ายร่างกายแล้วชิงทรัพย์ เหตุเกิดขึ้นที่บริเวณหน้าร้านขายของชำติดกับร้านขายวัสดุก่อสร้างร้อยล้าน สาขา 2 บนถนนเส้นพัฒนาการ ม.10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

_MG_0007

ที่เกิดเหตุพบผู้บาดเจ็บสองราย รายแรกทราบชื่อคือนายนิรุจน์ ศรีหาราช อายุ 38 ปี ได้รับบาดเจ็บถูกอาวุธปืนตบเข้าที่ใบหน้าจนปูดบวม อีกรายทราบชื่อคือ น.ส.ธนาพร ทาทอง อายุ 33 ปี อาชีพ รปภ.หมู่บ้านแห่งหนึ่ง ถูกอาวุธปืนยิงเข้าไหปลาร้าด้านซ้าย 1นัด ได้รับบาดเจ็บสาหัส เจ้าหน้าทีกู้ภัยฯได้ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนเคลื่อนย้ายส่งโรงพยาบาลก่อนหน้านี้แล้ว ตรวจสอบยังพบ น.ส.แพรวพรรณ ระดารงค์ อายุ 25 ปี อยู่ในอาการตกใจยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

จากการ น.ส.แพรวพรรณ เล่าว่า ขณะที่ตนเองพี่ชายและพี่สาวรวม 3 คน ขับขี่ จยย. จะไปเยี่ยมคนเจ็บจากอุบัติเหตุรถชน จนกระทั่งขับมาจนถึงบริเวณทางเปลี่ยวได้มีคนร้ายเป็นชายวัยรุ่น 2 คนขับขี่จยย.มาประกบชักปืนขึ้นข่มขู่ให้จอดรถ พร้อมบังคับให้ส่งทรัพย์สินมีค่าทั้งหมดให้

แต่นายนิรุจน์ (พี่ชาย) ฮึดสู้จนถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนตบเข้าที่ใบหน้าจนสลบ ก่อนหันมายิงใส่พี่สาวคือ น.ส.ธนาพร ได้รับบาดเจ็บ แล้วแย่งเอากระเป๋าสะพายภายในมีทรัพย์สินเป็นโทรศัพท์ มือถือ 2 เครื่องและเงินสดจำนวนหนึ่งไป ก่อนขับขี่จยย.หลบหนีไปตามเส้นทางเส้นพัฒนาการ ตนเองจึงตะโกนขอความช่วยเหลือจากเจ้าของร้านขายของชำให้แจ้งตำรวจดังกล่าว

เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้ ได้วิทยุสกัดจับตามเส้นทางที่คาดว่าคนร้านจะหลบหนีผ่านไปแต่ก็ไร้วี่แวว จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่ผู้เสียหายขับมา ทั้งนี้เจ้าหน้าที่มั่นใจว่าเป็นคนร้ายกลุ่มเดิมที่เคยก่อเหตุต่อเนื่องมาแล้ว 3 ครั้ง ในพื้นที่เดียวกัน อย่างไรก็ตามคาดวาน่าจะได้ตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีอย่างเร็วที่สุดเพื่อความปลอดภัยของประชาชน

ติดตามข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ news.mthai.com

MThai News