จับพ่อเลี้ยง-แม่แท้ๆ ทำนาจาร-น้ำร้อนกรอกปาก ทารกขวบเศษ

ตร.ชลบุรีจับพ่อเลี้ยง-แม่แท้ๆ หลังทำนาจารลูกทารกขวบเศษ-น้ำร้อนกรอกปากสาหัส ก่อนบอกไม่ได้ตั้งใจ ขอโทษและจะไม่ทำอีก

รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ (28 ก.ค. 59) ที่ จ.ชลบุรี   พล.ต.ต.อำพล บัวรับพร ผบก.ชลบุรี พร้อมด้วย พ.ต.อ.ชนพัฒน์ นวลักษณ์ ผกก.สภ.หนองขาม ได้ออกแถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องหากระทำอนาจารและทำร้ายเด็กหญิงวัย 1 ปี 5 เดือน จนได้รับบาดเจ็บสาหัส  จนต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลแหลมฉบังเมื่อวันที่ 26 ก.ค. ที่ผ่านมา

ข่มขืน, ทำร้ายเด็ก, ข่าวจังหวัดชลบุรี
ภาพจากข่าวสด

โดยผู้ต้องหาทั้ง 2 คน เป็นพ่อเลี้ยงและแม่แท้ๆ ของเด็ก ทราบชื่อคือ นายปิยะ หรือยะ โพธิ์สังข์ อายุ 21 ปี ชาว อ.คำตากล้า จ.สกลนคร  และนางนิด (นามสมมติ) อายุ 21 ปี สัญชาติกัมพูชา ทั้งนี้จากการสอบสวนทั้งคู่ให้การรับสารภาพว่าก่อเหตุทำร้ายเด็กหญิงคนดังกล่าวจริง

โดยนายปิยะ  กล่าวว่า ที่ทำอนาจารเด็กและทำร้ายจนแขนหักนั้น เพราะทำไปด้วยอารมณ์ชั่ววูบ ไม่ได้เกิดจากอาการเมาหรือเสพยาแต่อย่างใด ขณะที่นางนิดซึ่งเป็นแม่ของเด็กเผยว่า การที่เด็กปากผองนั้นเนื่องจากตรได้เอาน้ำร้อนให้กิน โดยที่ไม่ว่าน้ำนั้นร้อนมาก่อน จนเด็กหญิงแน่นิ่งไปจึงนำส่งโรงพยาบาลก่อนจะถูกจับกุมดังกล่าว

“ไม่รู้ว่าน้ำร้อน ส่วนที่ลูกแขนขาหัก เพราะถูกนายปิยะทำร้าย ตนพยายามช่วยแล้ว ทั้งนี้รู้สึกเสียใจ รู้สึกผิด และจะไม่ทำอีก”

เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้แจ้งในข้อหาข่มขืนกระทำชำเราและทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส แก่นายปิยะ ขณะที่นางนิด แม่ของเด็กถูกตั้งในข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้รับอันตรายสาหัส ก่อนจะคุมตัวไว้เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

คุก3ปี ‘เบญจา-พวก’ ช่วยลูกทักษิณเลี่ยงภาษี

ศาลนัดพิพากษา คดี “เบญจา หลุยเจริญ” ละเว้น ม.157 ให้จำคุก 3 ปี ไม่รอลงอาญา รอยื่นประกันตัว

วันที่ 28 ก.ค.59 ศาลอาญารัชดา นัดอ่านคำพิพากษา ในคดีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นางเบญจา หลุยเจริญ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง สมัยรัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และอดีตรองอธิบดีกรมสรรพากร/ นางสาวจำรัส แหยมสร้อยทอง อดีตผู้อำนวยการสำนักกฎหมาย/ นางสาวโมรีรัตน์ บุญญาศิริ อดีตผู้อำนวยการสำนักกฎหมาย/ นายกริช วิปุลานุสาสน์ ผู้อำนวยการสำนักกฎหมาย กรมสรรพากร และ นางสาวปราณี เวชพฤกษ์พิทักษ์ อดีตเลขานุการของ คุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร ฐานร่วมกันเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157

100-5

โดย ป.ป.ช. ยื่นฟ้องคดีนี้ เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2558 ว่า นางเบญจา กับพวก ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อไม่ให้ นายพานทองแท้ และ นางสาวพินทองทา ชินวัตร บุตรของ นายทักษิณ ชินวัตร ต้องเสียภาษีอากร หรือเสียภาษีน้อยกว่าที่จะต้องเสีย กรณีซื้อหุ้นบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด เมื่อปี 2549 คนละ 164,600,000 หุ้น ในราคาพาร์หุ้นละ 1 บาท ขณะที่ราคาตลาดหุ้นละ 49.25 บาท ซึ่งจะต้องเสียภาษีของส่วนต่างราคาหุ้น คนละกว่า 7,900 ล้านบาท

ทั้งนี้ ศาลพิเคราะห์จากพฤติการณ์แล้วเห็นว่า การโอนหุ้นดังกล่าว มีการเอื้อประโยชน์เพื่อหลีกเลี่ยงภาษี พิพากษาจำคุก นางเบญจา จำเลยที่ 1 – 4 คนละ 3 ปี โดยไม่รอลงอาญา ส่วน นางสาวปราณี จำเลยที่ 5 พิพากษาจำคุก 2 ปี ฐานเป็นผู้สนับสนุนให้มีการกระทำผิด โดยไม่มีเหตุให้รอลงอาญาเช่นกัน และภายหลังศาลอ่านคำพิพากษา จำเลยทั้งหมดอยู่ระหว่างยื่นหลักทรัพย์ พร้อมคำร้องเพื่อขอประกันตัว ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล

สนับสนุนเนื้อหา INN

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

อุโมงค์ทางแยกพัทยากลางคืบหน้าแล้วกว่า 60%

โครงการก่อสร้างทางลดระดับสุขุมวิทพัทยา เผยขณะนี้คืบหน้าร่วม 60% เผยลุยงานต่อเนื่อง เชื่อแล้วเสร็จทันตามสัญญา

ตามที่กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ได้อนุมัติงบประมาณจำนวนกว่า 800 ล้านบาท ดำเนินโครงการก่อสร้างทางลดระดับ บริเวณแยกถนนสุขุมวิท ถนนพัทยากลาง จังหวัดชลบุรี โดยมีห้างหุ้นส่วนจำกัด นภาก่อสร้าง เป็นผู้รับจ้าง โดยมีสัญญาตั้งแต่วันที่ 15 พฤศจิกายน 2557 ไปจนถึงวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2560 นั้น

1469613074587

ล่าสุดเมื่อวันที่ 27 ก.ค. ที่ผ่านมา นายสมชาย พันธ์เป้า ที่ปรึกษาโครงการฯ และนายราชันย์ จันทร หัวหน้าโครงการฯ ได้นำผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าของโครงการ พร้อมกับเปิดเผยว่าขณะนี้ความคืบหน้าของการก่อสร้างล่าสุดมีผลงานสะสมรวม 56.6% จากแผนที่วางไว้ 65.7% ถือว่ามีความล่าช้ากว่าแผนประมาณ 9% เฉลี่ยเป็นระยะเวลาประมาณ 3 เดือน การก่อสร้างจะกินพื้นที่ทั้งหมดรวมระยะทาง 1,900 เมตร เฉพาะในส่วนของตัวอุโมงค์ลอดทางแยกยาวประมาณ 475 เมตร ส่วนความล่าช้านั้นจะอยู่ที่รายละเอียดเนื้องานบางส่วนที่ยังไม่ได้เก็บรายละเอียดเท่านั้น

ขณะนี้อยู่ในช่วงของการก่อสร้างภายในอุโมงค์ ทั้งเรื่องผนังอุโมงค์และการตกแต่งภายใน ซึ่งนับจากนี้จะเหลือเวลาก่อสร้างตามสัญญาเฉลี่ยประมาณ 7 เดือน และด้วยสภาพภูมิอากาศที่มีฝนตกลงมาอย่างหนักถือว่าเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดอุปสรรคในการทำงานด้วยเช่นกัน ในส่วนของการทำงานนั้นเราก็พยายามกันอย่างเต็มที่เพื่อให้งานเสร็จทันตามกำหนด ซึ่งเชื่อว่าจะแล้วเสร็จจามสัญญาในช่วงต้นปีหน้านี้อย่างแน่นอน

ต่อข้อซักถามของสื่อมวลชนต่อกรณีประชาชนมีความเป็นห่วงว่าหากการก่อสร้างแล้วเสร็จอาจทำให้เกิดน้ำท่วมขังเพราะเมืองพัทยามีปัญหาดังกล่าวอยู่แล้วนั้น ตัวแทนโครงการฯ ระบุว่า ความเข้าใจของประชาชนคือการก่อสร้างอุโมงค์เป็นแบบแอ่งกระทะ แต่แท้จริงแล้วเราก่อสร้างแบบกระทะคว่ำ ซึ่งยืนยันว่าไม่มีปัญหาน้ำท่วมขังอย่างแน่นอน เมื่อมีมวลน้ำจำนวนมากจะถูกระบายทางท่อสู่ระบบระบายน้ำของเมืองพัทยา แต่ก็จะมีการประเมินปริมาณฝนเพื่อจัดทำระบบรองรับการแก้ปัญหาอยุ่โดยตลอดด้วยเช่นกัน

1469613063638

1469613070788

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News