ช่วยกันแชร์! เตือนผู้ป่วยโรคไตวาย ห้ามกินมะเฟืองเด็ดขาด‬

แพทย์โพสต์ข้อความเตือน ผู้ป่วยโรคไตวาย ห้ามกินมะเฟืองเด็ดขาด‬

วันนี้ (28 ก.ค.) สมาชิกเฟซบุ๊ก Solos Jaturapisanukul ซึ่งเป็นแพทย์ ได้มีการโพสต์ข้อความเตือนผู้ป่วยโรคไตวาย เกี่ยวกับอันตรายจากการรับประทานมะเฟือง ข้อความทั้งหมดระบุไว้ดังนี้ …

คุณตาคนหนึ่งเป็นโรคไตวาย แกล้างไตโดยวิธีการฟอกเลือดมาได้ประมาณ 5 ปี ถึงกระนั้นผู้ป่วยคนนี้ก็ยังแข็งแรงดี สามารถไปทำงานในบ้านได้ ออกกำลังกายได้ โดยคุณตาคนนี้ได้ฟอกเลือดอาทิตย์ละสามครั้ง ทุกครั้งไม่ได้มีปัญหาอะไร วันนี้ก็น่าจะเป็นวันธรรมดาวันหนึ่ง คุณตาไปไหว้พระกับที่บ้านตอนเช้า หลังจากกลับมาคุณตาเห็นมะเฟืองลูกหนึ่งที่บ้าน ปกติหมอจะแนะนำคุณตาว่าให้หลีกเลี่ยงผักหรือผลไม้บางอย่าง ที่มีสารโปตัสเซี่ยมสูง เพราะการรับประทานปริมาณมากอาจทำให้เกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะได้ คุณตาปฎิบัติตามอย่างดี แต่หมอก็ไม่ได้ห้ามให้กินปริมาณผลไม้ปริมาณน้อยๆ ผลเลือดล่าสุดก่อนการฟอกเลือดก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร กินแค่ซีกสองซีก คงไม่มีปัญหา แต่หารู้ไม่ว่า นั่นคือครั้งสุดท้ายที่คุณตาอาการทั่วไปปกติ

159361-attachment

หลังจากนั้นคณตาเริ่มบ่นว่ามีอาการชาตามแขนขา คลื่นไส้อาเจียน ลูกสาวคุณตาสงสัยว่าอาหารน่าจะเป็นพิษ อาจจะเป็นร้านข้างทางตอนเช้า?  ถ้าพักแล้วก็อาการน่าจะดีขึ้น แต่ก็ไม่ได้เป็นอย่างนั้น คุณตาเริ่มมีอาการสะอึก สะอึกแบบควบคุมไม่ได้ แล้วเริ่มมีอาการเพ้อสับสน แล้วซึมลง ตอนนี้ลูกสาวรู้แล้วว่านี่ไม่ใช่อาหารเป็นพิษธรรมดา รีบเรียกรถรพมารับ แต่ระหว่างนั้นเองคุณตาก็เริ่มชัก ชักเกร็งกระตุกทั้งตัว ที่ รพ. คุณตาชักอีกสองถึงสามครั้ง แพทย์หลาย ๆ คนพยายามซักประวัติว่าเกิดอะไรขึ้นในช่วงทีผ่านมา

แกกินเหล้า สารพิษ หรือยาอะไรเกินขนาดหรือไม่ ? แพทย์ถาม ลูกสาวได้แต่ส่ายหน้า ที่ผ่านมาลูกสาวจัดยาให้แกทานตลอด
อยุ่ด้วยตลอด แกเชื่อมั่นว่าไม่มีอะไรที่นอกเหนือสายตาแกแน่นอน ตอนนี้หลังจากที่ใส่ท่อช่วยหายใจแล้ว ได้ยากันชักขนาดสูง อาการชักก็ยังไม่หยุด ผลเอกซ์เรย์คอมพิวเตอร์ ผลน้ำเจาะไขสันหลังและผลเลือดทุกอย่างดูไม่อธิบาย

แพทย์เดินกลับไปถามอีกครั้ง ถามทีละเหตุการณ์ จนในที่สุด ลูกสาวก็ถามขึ้นมาว่า…คุณตากินมะเฟืองไปสองซีก นั่นอธิบายหรือปล่าวคะ?

มะเฟือง(Starfruit) เป็นผลไม้ที่มีรายงานว่า สามารถทำให้มีอาการทางระบบประสาท โดยเฉพาะกลุ่มคนไตวายเรื้อรังมานานแล้วตั้งแต่ปี 1980 โดยในรายงาน Intoxication by star fruit (Averrhoa carambola) in 32 uraemic patients: treatment and outcome ของ Miguel Moyses Neto และคณะ พบว่าผู้ป่วยที่มีปัญหาไตวายเรื้อรังทั้งผู้ป่วยที่ได้รับการฟอกเลือด และไม่ได้ฟอก จำนวน 32 รายที่ได้รับประทานมะเฟือง โดยรายที่รับประทานน้อยที่สุดคือน้ำมะเฟือง 25 ซีซี โดยทุกรายที่ไม่ได้รับการทำฟอกเลือดทันเวลา เสียชีวิตทั้งหมด (มีรายงานการเกิดในผู้ป่วยที่ไตปกติ แต่ได้รับประทานปริมาณมากเช่นกัน)

โดยอาการจะเริ่มออกหลังจากรับประทานไปประมาณ 3-8 ชั่วโมง จะเริ่มมีคลื่นไส้อาเจียน ชา สะอึก เดินเซ ซึมลงและมีอาการชัก การตรวจเลือดอาจพบผลผิดปกติเพียงเล็กน้อย และไม่ได้จำเพาะ ถ้าแพทย์ไม่ได้ประวัติ อาจจะทำให้ได้รับการฟอกเลือดล่าช้า นำไปสู่ทุพพลภาพถาวรหรือเสียชีวิตได้ เดิมเราเชื่อว่าการเกิดพิษของมะเฟืองนั้นเกิดจากมะเฟืองมีกรดออกซาเลทสูง ซึ่งทำให้เกิดนิ่วตกตะกอนในไตและทำให้เกิดไตวายฉับพลันได้ ถ้ากินปริมาณมาก อย่างไรก็ตามมันดูไม่อธิบายอาการทางระบบประสาท รวมถึงไม่อธิบายว่าเหตุผลผักชนิดอื่นๆ ที่มีออกซาเลทสูงเช่น ผักโขม ถึงไม่มีอาการดังกล่าว นอกจากนี้ถ้ามันมีพิษจริงทำไมถึงเกิดแค่ในคนไตวาย?

เพิ่งจะปี 2557 นี้เอง ที่เราได้รู้ว่าตัวของมะเฟือง ยังมีสารพิษอีกชนิดหนึ่ง สารตัวนี้ชื่อ Caramboxin โดยสารตัวนี้จะออกฤทธิ์ผ่าน Glutamate receptor ทำให้เกิดการกระตุ้นระบบประสาทอย่างรุนแรงจนมีอาการดังกล่าว ซึ่งสารนี้ขับออกทางไต จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมผู้ป่วยไตวายถึงมีโอกาสได้รับพิษจากมะเฟืองมากกว่าคนปกติ

นอกจากนี้ตัวของมะเฟืองเอง ยังมีผลต่อการขับของยาชนิดอื่นๆ เนื่องจากตัวมันเองไปยับยั้งเอนไซม์ที่จะทำลายยาที่ชื่อว่า Cytochrome P450 ซึ่งผู้ป่วยที่รับประทานยาลดไขมัน ยากันชัก หรือรับประทานยาหลายชนิด อาจจะทำให้เกิดภาวะเป็นพิษจากยาได้

ดังนั้นคำแนะนำสำหรับตอนนี้คือ ผู้ป่วยที่มีภาวะไตวายเรื้อรัง ไม่ควรกินมะเฟืองโดยเด็ดขาด ถ้ามีอาการเป็นพิษ สงสัยจากมะเฟือง ซึ่งอาการเหมือนดังผู้ป่วยรายนี้ ควรแจ้งให้แพทย์ทราบ เพราะการรักษาคือการฟอกเลือด ยิ่งทำได้เร็ว ยิ่งเพิ่มโอกาสรอดชีวิต

MThai News

ขอบคุณข้อมูลจาก สมาชิกเฟซบุ๊ก Solos Jaturapisanukul

กยศ.‎ชี้แจง ปม‪ปัญหาชำระหนี้ ปิดบัญชีแล้วทำไมจึงถูกฟ้องคดี?‬

กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาชี้แจง ปม‪ปัญหาชำระหนี้ ปิดบัญชีแล้วทำไมจึงถูกฟ้องคดี?‬

เมื่อวันที่ 26 ก.ค.ที่ผ่านมา แฟจเพจ กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา ได้มีการโพสต์ข้อความชี้แจง เกี่ยวกับปัญหาชำระหนี้ ปิดบัญชีแล้วทำไมจึงถูกฟ้องคดี‬

ข้อความทั้งหมดระบุไว้ดังนี้ …

กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา มีหนังสือแจ้งให้ผู้กู้ยืม กยศ. และผู้รับทุน กรอ. ชำระหนี้และบอกเลิกสัญญา ดังนี้

1. ผู้กู้ยืม กยศ. ให้ชำระหนี้ที่ค้างชำระ พร้อมดอกเบี้ยและเบี้ยปรับที่ค้างชำระ ภายในวันที่ 31 พฤษภาคม 2559

2. ผู้รับทุน กรอ. ให้ชำระหนี้ที่ค้างชำระ พร้อมดอกเบี้ยและเบี้ยปรับที่ค้างชำระ ภายในวันที่ 10 มิถุนายน 2559

1459910_549297838492441_571099995_nเมื่อผู้กู้ยืมหรือผู้รับทุนไม่ชำระหนี้ที่ค้างชำระ ภายในระยะเวลาดังกล่าวข้างต้น ถือว่าเป็นการผิดสัญญาและเป็นการบอกเลิกสัญญาโดยทันที กองทุนฯ จะสรุปข้อมูลลูกหนี้ทั้งหมดเพื่อส่งดำเนินคดี ซึ่งหากมีการชำระหนี้หลังวันที่ 31 พฤษภาคม 2559 หรือ 10 มิถุนายน 2559 แล้วแต่กรณี โดยไม่มีการแจ้งให้กองทุนฯ ทราบ กองทุนฯ จะไม่ทราบว่าผู้กู้ยืมหรือผู้รับทุนรายใดชำระหนี้แล้ว กองทุนฯ จะไม่สามารถระงับฟ้องได้ทันเวลา

‪แนวทางแก้ไข‬

หากผู้กู้ยืมรายใด ได้ชำระหนี้ปิดบัญชีภายหลังวันที่กำหนดให้ชำระหนี้แล้ว ขอให้ติดต่อฝ่ายบริหารหนี้ หมายเลขโทรศัพท์ 02-0164888 ต่อ 550 – 585 เพื่อทำการถอนฟ้องต่อไป ทั้งนี้ ขอให้ติดต่อก่อนวันที่ศาลนัด

MThai News

ผู้ใจบุญหลั่งไหล บริจาคเงินค่าทำศพ เด็ก1ขวบ ถูกพ่อเลี้ยงเมาทำร้ายดับ

เด็ก 1 ขวบ 5 เดือน ถูกพ่อเลี้ยงเมาทำร้ายเสียชีวิต ไม่มีเงินค่าทำศพ สังคมออนไลน์แชร์ จนมีผู้ใจบุญหลั่งไหลช่วยเหลือ

ที่ จ.สงขลา ได้มีการแชร์เรื่องราวชะตากรรมหนูน้อยคนหนึ่ง ซึ่งมีอายุเพียงแค่ 1 ขวบ 5 เดือน ซึ่งถูกพ่อเลี้ยงทำร้ายร่างกาย จนเสียชีวิตอย่างทรมาน และขณะนี้ตั้งศพบำเพ็ญกุศลอยู่วัดเกาะเสือ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยมีผู้ใจบุญทราบเรื่อง ไปช่วยกันทำบุญให้กับหนูน้อย เนื่องจากว่าครอบครัวลำบาก ไม่มีแม้ค่าจัดงานศพ

716739-03

หนูน้อยเคราะห์ร้ายคือ ด.ช.เดชา เสมสัน หรือ น้องพีพี อายุ 1 ขวบ 5 เดือน ศพตั้งอยู่ที่ศาลา 2 วัดเกาะเสือ เสียชีวิตวันที่ 24 กรกฎาคม ที่ผ่านมา และตั้งศพบำเพ็ญกุศล 3 วัน ก่อนที่จะมีพิธีฌาปนกิจพรุ่งนี้ ซึ่งบรรยากาศภายในงานศพเต็มไปด้วยความเศร้าและเงียบเหงา มีเพียงแม่ น้าสาว รวมทั้งเพื่อนบ้านและนักเรียนของโรงเรียนพาณิชยการหาดใหญ่ ที่ช่วยงานศพเท่านั้น

716739-02

นางสาวซีดีฮาวา อายุ 25 ปี น้าสาวของน้องพีพี เล่าว่า ทราบจากแม่ของน้องพีพี ว่าในช่วงตี 2 คืนวันที่ 22 กรกฎาคม ลูกชายมีอาการท้องบวม หน้าบวม และปัสสาวะไหลผิดปกติ จึงนำตัวส่งโรงพยาบาล แต่หลังจากแพทย์ได้ตรวจร่างกายอย่างละเอียดพบว่าเด็กถูกทำร้ายอย่างรุนแรงจนอวัยวะภายในแหลกเหลว กระทั่งเสียชีวิตลง เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม

716739-01

ส่วนทางคดี ร.ต.อ.วัลลภ สุภาไชยกิจ พนักงานสอบสวน สภ.หาดใหญ่ เปิดเผยว่า ได้แจ้งข้อหา นายศิริศักดิ์ พ่อเลี้ยงฐานทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และขณะนี้ได้ส่งตัวไปฝากขังผัดแรก 12 วัน ที่เรือนจำ จ.สงขลา แล้ว และผู้ต้องหาสารภาพว่าวันเกิดเหตุอยู่ในอาการเมาสุรา และน้องพีพี ได้ขึ้นไปเล่นบนรถจักรยานยนต์ ทำให้โมโห และชกไป 10 ครั้ง ไม่คิดว่าจะรุนแรงจนถึงขั้นเสียชีวิต

MThai News

ที่มา INN