ไม่กลัวบาป! 3 คนร้ายทำทีไหว้พระ ก่อนงัดตู้บริจาคเงินวัด

3 คนร้ายทำทีไหว้พระ ก่อนงัดตู้บริจาคเงินวัดกวาดเงินไปได้กว่า 2,000 บาท ที่วัดต้นสน ต.ตลาดหลวง อ.เมือง จ.อ่างทอง 

วันนี้ 25 ก.ค. ร.ต.อ.สิริชัย สีนิล รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองอ่างทอง ได้รับแจ้งเหตุ คนร้ายงัดตู้บริจาคเงินที่ บริเวณศาลาเจริญบุญ ห้องรับรอง วัดต้นสน ต.ตลาดหลวง อ.เมือง จ.อ่างทอง จึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองอ่างทอง เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจังหวัดอ่างทอง รุดไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุบริเวณศาลาเจริญบุญ ห้องรับรอง ด้านในประดิษฐานรูปปั้น สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ไว้ให้ประชนกราบไหว้บูชา พบตู้บริจาคถูกงัดเสียหายอยู่บริเวณด้านข้างห้อง

จากการสอบสวนแม่ชี ประภารัตน์ ขุนภัคดี อายุ 59 ปี แม่ชีผู้ดู ให้การว่า ขณะที่ตนเองเดินไปเข้าห้องน้ำกลับมาพบว่ามีหญิง 2 คนและชายอีก 1 คนอยู่ในอาการพิรุธ โดยมีผู้หญิงได้ดักรออยู่หน้าประตูและชวนคุยเรื่องต่างจนกระทั้งสักพักก็มีผู้ชายเดินออกมาจากจากศาลาแล้วรีบขับขี่รถจักรยานยนต์ไม่ทราบสีและทะเบียนออกไปอย่างรวดเร็ว เมื่อเดินเข้ามาภายในศาลพบว่าตู้บริจาคที่มีเงินจากศรัทธาญาติโยมบริจาคอยู่กว่า 2,000 บาทหายไป

ร.ต.อ.สิริชัย กล่าวว่าจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ากล้องวงจรปิดจับภาพคนร้ายได้ เป็นหญิงอายุประมาณ 30-35 ปี สวมกางเกงขายาสวมเสื้อคลุมสีเทาทับ 1 คน อีก 1 คนเป็นเด็กหญิงอายุประมาณ 13-18 ปี สวมกางเกงขายา สวมเสื้อคลุมทับ และอีกคน1เป็นชายอายุประมาณ 30-35 ปี นุ่งกางเกงขายา สวมเสื้อเชิ้ตแขนสั้น

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจเห็นหน้าและพฤติการณ์คนร้ายอย่างชัดเจน และทางเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้ตรวจลายนิ้วมือแฝงตามตู้บริจาคและรอยเท้าคนร้าย และจะไปตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพื่อตรวจดูชนิดของรถจักรยานยนต์ เพื่อติดตามคนร้ายทั้งสามคนในภาพกล้องวงจรปิดมาดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

คลิปแท็กซี่โวย ! โดนกระบะแกล้งเบรกใส่ ก่อนถอยชนแล้วหนี

คลิปแท็กซี่โวย ! โดนกระบะแกล้งเบรกใส่ ก่อนถอยชนแล้วหนี ด้านชาวเน็ตลงความเห็นผิดทั้งคู่

คลิปนี้ถูกเผยแพร่ โดยผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อว่า Eak Kub ระบุข้อความสั้น ๆ ว่า “อยากดังก็ไม่บอก ถอยชนแล้วหนี” เป็นคลิปจากกล้องหน้ารถแท็กซี่คันหนึ่ง จับภาพขณะรถแท็กซี่ได้พยายามเปลี่ยนเลนเข้าช่องซ้าย แต่รถกระบะที่ขับอยู่เลนซ้ายอยู่แล้วไม่ยอมเปิดช่องว่างให้รถแท็กซี่เข้า รถแท็กซี่คันนี้จึงขับขึ้นไปแทรกเข้าเลนที่รถคันอื่นแทน แต่เรื่องยังไม่จบเพียงเท่านั้น เมื่อรถกระบะคันนี้ได้ขับแซงขึ้นมาตัดหน้ารถแท็กซี่ และแกล้งเหยียบเบรกกลางถนน ทั้ง ๆ ที่ถนนด้านหน้าก็ว่าง ก่อนที่รถแท็กซี่จะพยายามแซงออกซ้ายและขวา แต่รถกระบะก็ไม่ยอมให้แซง จนสุดท้ายรถกระบะได้เหยียบเบรก และถอยหลังมาชนรถแท็กซี่แบบเบา ๆ แล้วหนีไป

หลังจากที่คลิปวิดีโอนี้เผยแพร่ออกไป ผู้คนในสังคมออนไลน์แห่เข้าชมคลิปนี้กว่า 5 หมื่นครั้ง พร้อมทั้งแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์จำนวนมาก ส่วนหนึ่งให้ความเห็นว่า รถแท็กซี่และรถกระบะผิดทั้งคู่ อย่างรถแท็กซี่ก็ผิดที่เปลี่ยนเลนซ้ายตรงเส้นทึบ ส่วนรถกระบะก็ใจร้ายที่ถอยรถชนแล้วหนี

ด้านเจ้าของคลิปวิดีโอ เปิดเผยว่า เหตุการณ์ในคลิปเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 23 ก.ค. ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 16.00 น. บริเวณถนนวิภาวดีรังสิต ขาออก คุณพ่อของตนเองเป็นผู้ขับรถแท็กซี่คันนี้ ในวันที่เกิดเหตุได้ส่งผู้โดยสารตามปกติ แต่มีอยู่จังหวะหนึ่งที่มีการแย่งกันเข้าเลน ก่อนที่ในตอนท้ายรถกระบะจะขับแซงขึ้นมาตัดหน้า และตั้งใจถอยหลังมาชนเบา ๆ หลังจากนั้นรถกระบะได้ทำทีจอดรถข้างทาง แต่พอเห็นพ่อของตนเองลงจากรถ ก็ได้ขับรถหนีไปเลย ล่าสุดได้ดำเนินการแจ้งความกับตำรวจ สน.วิภาวดี เรียบร้อยแล้ว

MThai News

2ข้อหาหนัก! เด็ก17ฉีกรายชื่อประชามติ อ้างเผาไล่ยุง

รวบแล้ว! เด็กชายวัย 17 ฉีกรายชื่อประชามติ อ้างเผาเพื่อไล่ยุง จนท.ตั้ง 2 ข้อหา ผิด พ.ร.บ.ประชามติ 

ความคืบหน้าเหตุฉีกเผาทำลายรายชื่อผู้มีสิทธิ์ลงประชามติ ในพื้นที่ จ.ขอนแก่น โดยพล.ต.ท.บุญเลิศ ใจประดิษฐ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 (ผบช.ภ.4) เผยว่า เจ้าหน้าที่จับกุมผู้ก่อเหตุได้แล้ว พบเป็นเด็กวัยรุ่นชายวัย 17 ปี และเป็นนักศึกษาระดับชั้น ปวช.วิทยาลัยอาชีวศึกษาแห่งหนึ่งในเขต อ.ชุมแพ

97-5

โดยเจ้ารับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา พร้อมยืนยัน วันก่อเหตุได้เข้าไปนั่งภายในศาลาหน่วยเลือกตั้งที่ 36 ชุมชนใหม่สามัคคี เขตเทศบาลเมืองชุมแพ อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น เพื่อรอรับแฟนสาวและขณะรออยู่นั้นได้มียุงจำนวนมากเข้ามากัดเด็กจึงดึงแผ่นรายชื่อดังกล่าวออกก่อนจะนำมาเผาไล่ยุง ทั้งนี้ เชื่อว่าเป็นการกระทำด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการ

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้ตั้ง 2 ข้อกล่าวหา ในฐานความผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2559 พร้อมทั้งควบคุมตัวดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ภาพ ch7.

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News