เปิดใจ ‘คริส เบญจกุล’ กับอาชีพใหม่ แม้ชีวิตพลิกผัน

เปิดใจ ‘คริส เบญจกุล’ กับอาชีพใหม่จากดาราเป็นพ่อค้าขนมปัง สู้ไม่ท้อ แม้ชีวิตพลิกผัน

กลายเป็นอีกคนที่โลกออนไลน์ต่างพูดถึง และจับตามองอยู่ในขณะนี้ สำหรับคุณ  ‘คริส เบญจกุล’ อดีตนักแสดงดาวรุ่ง ซึ่งเคยประสบอุบัติเหตุครั้งใหญ่ในชีวิต ล่าสุด  ได้ผันตัวเองมาทำงานในร้านขายขนมปัง 60 Plus Bakery ตามที่ชาวเน็ตต่างแชร์ภาพให้ไปช่วยอุดหนุน อ่านข่าวต่อได้ที่ >> จำกันได้ไหม! ‘คริสโตเฟอร์’ อดีตดาราเคยเฉียดตาย มีอาชีพใหม่แล้ว

วันนี้ ทีมข่าว MThai ได้มีโอกาสพบ คุณ ‘คริส เบญจกุล’ จึงไม่รอช้ารีบพามาเปิดใจกับเรื่องราวที่หลายคนอยากรู้ หลังหายหน้าหายตาไปนาน เนื่องจากประสบอุบัติเหตุ จนปัจจุบันได้เริ่มทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ ที่ศูนย์พัฒนาและฝึกอบรมคนพิการแห่งเอเชียและแปซิฟิก “โครงการ 60 พลัส เบเกอรี่” ซึ่งเกิดขึ้นจากแนวคิดกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ร่วมกับสถานเอกราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย บริษัท ไทยยามาซากิ จำกัด , มูลนิธิศูนย์พัฒนาและฝึกอบรมคนพิการแห่งเอเชียและแปซิฟิก

โดยก่อนหน้านี้ ‘คริส’ ได้เคยทำงานเป็นพิธีกร และฝ่ายมาเก็ตติ้ง มาก่อน จนกระทั่งเลขาศูนย์พัฒนาและฝึกอบรมคนพิการแห่งเอเชียและแปซิฟิก ติดต่อเข้ามาเพื่อให้ไปร่วมทำ “โครงการ 60 พลัส เบเกอรี่” ซึ่งตนรู้สึกยินดีเป็นอย่างมาก เพราะคิดว่าถือเป็นการช่วยเหลือคนพิการไปในตัว จึงก้าวเข้ามาทำโครงการดังกล่าวจนถึงปัจจุบัน

‘คริส’ เปิดเผยถึงเรื่องราวของตนเองก่อนมาทำงานที่ร้านขนมปังว่า หลังจากรักษาตัวเองมาพักใหญ่ จนรู้สึกถึงความพร้อมที่จะกลับมาทำงานอีกครั้ง ตนได้เคยไปสมัครงานตำแหน่งครีเอทีฟโฆษณาที่บริษัทแห่งหนึ่ง แต่แล้วในขณะที่มีการสัมภาษณ์ กลับโดนคำถามที่ฟังแล้วต้องรู้สึกสะดุดว่า “พิการแบบนี้จะทำงานได้อย่างไร” เมื่อฟังจบ ตนจึงได้ตอบกลับไปว่า “ขอโทษนะครับ ผมมาสมัครเป็นครีเอทีฟโฆษณา ไม่ได้มาแบกดอลลี่นะครับ” จากนั้นตนเองจึงขยำใบสมัครทิ้ง พร้อมขอโทษทิ้งท้ายที่ต้องทำเสียมารยาท เนื่องจากรู้สึกเหมือนโดนเหยียดศักดิ์ศรีเกินไป โดยตนเองมองว่าแม้ร่างกายจะพิการ แต่ก็มีสมองที่จะสามารถทำงานในการใช้ความคิดสร้างสรรค์ให้ประสบผลสำเร็จได้

หากย้อนกลับไปเมื่อปี 2542 หรือเป็นเวลากว่า 17 ปี นักแสดงหนุ่ม ‘คริส เบญจกุล’ ได้ประสบอุบัติเหตุถูกรถจักรยานยนต์เมาแล้วขับพุ่งชนเข้าอย่างจัง ในระหว่างที่ลงไปช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ จนต้องเข้ารับการรักษาตัวเป็นเวลานาน ซึ่งถือว่าชีวิตในช่วงนั้น ไม่ง่ายเลยที่เขาจะผ่านพ้นวิกฤตครั้งยิ่งใหญ่มาได้

ทุกก้าวที่เดินผมเจ็บตลอดเวลา แม่บอก I Know you can do ลูกทำได้ๆ บอกให้เราสู้ๆ ตลอดเวลา ครอบครัว พ่อกับแม่เป็นกำลังใจที่สำคัญมาก เหนือสิ่งอื่นใด ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด คือ ผมเคยเข้าเฝ้าสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินินาถ นั่งวิวแชร์ไป พระองค์ท่านลูบหัวแล้วเอ่ยว่า หายไวๆ นะคะ ถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างยิ่ง ทำให้มีแรงกำลังใจมาก นอกจากนี้ประชาชนจากทั่วโลกก็เขียนจดหมายมาให้กำลังใจอีกด้วย

เมื่อถามถึงร้านขายขนมปัง 60 Plus Bakery ‘คริส เบญจกุล’ เปิดเผยว่า ทางโครงการจะรับผู้พิการเข้ามาทำงาน โดยจะมีการอบรม และฝึกทักษะหลายขั้นตอนตามกระบวนการอย่างเป็นมาตรฐาน จนมีการคัดเลือก เพื่อให้มาเป็นพนักงาน โดยโครงการนี้ เป็นการส่งเสริมผู้พิการที่มีความสามารถ และยังเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้พิการมีอาชีพติดตัว และรายได้นำไปพัฒนาคุณภาพชีวิต ขณะที่ถ้าอยู่ครบ 6 เดือน – 1 ปี จะมีการส่งตัวไปทำงานในร้านยามาซากิใกล้บ้าน

สำหรับร้านขนมปัง 60 Plus Bakery ตั้งอยู่บนถนนราชวิถี ใกล้กับกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ(พก.) เปิดให้บริการวันจันทร์-ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 7.30 – 17.30 น. โทรสั่งได้ที่เบอร์ 02-354-8634 หรือแฟกซ์ 02-354-7507 ส่วนช่องทางติดตามโซเชียลเฟซบุ๊ก 60 Plus Bakery & Cafe

ทั้งนี้ ‘คริส เบญจกุล’ ได้กล่าวทิ้งท้ายไว้ว่า ตนเองอยากให้กำลังใจถึงคนที่กำลังรู้สึกท้อแท้ ซึ่งเคยผ่านจุดนั้นมาก่อน และเพราะกำลังใจถึงทำให้ตนเองมาถึงจุดนี้ได้อย่างเข้มแข็ง โดยอยากให้คนที่กำลังมีปัญหาในชีวิต ลุกขึ้นมาต่อสู้เหมือนกับตนเอง และทุกอย่างจะผ่านไปได้อย่างแน่นอน

คริส เบญจกุล จับข่าวคุย MONO29

MThai News

ช่วยกันแชร์ คลิปรณรงค์ ‪#‎BETTERSOCIAL‬ คิดก่อนแชร์

โลกออนไลน์ร่วมด้วยช่วยกันแชร์ ‪#‎BETTERSOCIAL รณรงค์ให้คนคิดก่อนแชร์ ป้องกันคนถูกว่าร้ายจนตกนรกทั้งเป็น

วันนี้ (25 ก.ค. 59) โลกออนไลน์ได้มีการส่งต่อคลิปวิดีโอพร้อมชวนติดแฮชแท็ก #‎BETTERSOCIAL เพื่อรณรงค์ให้คนใช้สื่อโซเชียลตระหนักคิดตรวจสอบข้อมูลก่อนจะมีการโพสต์หรือแชร์เรื่องราวลงไป เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้คนถูกทำร้ายทางอ้อมจนไร้ที่ยืนในสังคม

โรคจิต, รถไฟฟ้า, ‪#‎BETTERSOCIAL‬
‪#‎BETTERSOCIAL‬

โดยคลิปเป็นการเล่าความรู้สึกของชายคนหนึ่ง ที่ได้รับผลกระทบจากเรื่องดังกล่าว เพราะมีคนเผยแพร่ภาพของเขาสวมรองเท้าขาดขึ้นรถไฟฟ้า แต่กลับถูกมองว่าเขาแอบซ่อนกล้องไว้ในรองเท้า จนทำให้มีผู้คนเข้าไปแสดงความเห็นโจมตีเขาเป็นจำนวนมาก และตราหน้าว่าเขาผิดเป็นชายโรคจิตไปทันที เพียงเพราะข้อมูลนั้นเป็นเพียงข้อมูลด้านเดียว

ขณะที่เพจ Drama-addict ได้โพสต์ข้อความระบุว่า ยังจำกันได้ไหม กับดราม่าเรื่องชายคนนึง ที่ขึ้น BTS แล้วรองเท้าเขาเป็นรูจากงานช่าง แต่มี “มนุษย์กล้อง” ถ่ายภาพเขาไปกุเรื่องลงเฟซเป็นตุเป็นตะ หาว่ารองเท้าที่เป็นรูของเขา ใส่กล้องไว้แอบถ่ายใต้กระโปรงผู้หญิง

สุดท้ายพอความจริงปรากฏ มนุษย์กล้องแม่งก็อ้าง ผมเจตนาดี ผมทำไปเพราะหวังดีกับทุกคน แล้วก็หายหัวไปเลย แต่ลองมาดูผลที่เกิดจากความหวังดีของมึง กับ “เหยื่อ” คนนี้ดูมั่งสิครับ ว่าสิ่งที่มนุษย์กล้องทำไปเพราะความ “หวังดี” ของมึง มันทำให้เกิดอะไรกับเขาคนนี้บ้าง คิดก่อนแชร์ครับ เพื่อ ‪#‎BETTERSOCIAL‬

ทั้งนี้เมื่อคลิปดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปก็ทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็น โดยส่วนใหญ่เข้าไปให้กำลังใจกับหนุ่มดังกล่าว พร้อมกับขอทุกคนใช้สื่อโซเชียลให้เป็นเพื่อที่จะไม่ต้องมีใครต้องตายทั้งเป็นเช่นกรณีนี้อีก

คำสั่งห้าม ! มอเตอร์ไซค์ ขึ้นสะพาน ลงอุโมงค์ มีผลแล้วตั้งแต่ 23 ก.ค. 59

รองโฆษก ตร. เผยคำสั่งห้ามรถจักรยานยนต์ สามล้อเครื่อง ขึ้นสะพาน อุโมงค์ มีผลแล้วตั้งแต่ 23 ก.ค. ที่ผ่านมา ขอประชาชนเคารพกฎหมาย

32

พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ ปิงเมือง รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงประกาศคำสั่ง ห้ามรถจักรยานยนต์ และสามล้อเครื่อง ขึ้นสะพาน 39 แห่ง และลงอุโมงค์ 6 แห่ง ในเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา โดยให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 23 กรกฎาคม ที่ผ่านมา โดยยืนยันว่าตำรวจทำเพื่อความปลอดภัยของประชาชนเป็นเหตุผลหลัก หลังพบว่าการใช้สะพาน หรืออุโมงค์ ส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุจำนวนมาก

จากนี้หากพบผู้ใดฝ่าฝืน ก็จะดำเนินการจับกุมตามกฎหมาย พร้อมระบุว่า จากสถิติที่ผ่านมา หลังจากที่มีคำสั่งห้าม สถิติการจับกุมผู้ที่ฝ่าฝืนลดลง และลดปัญหาการติดขัดจราจรลงด้วย หากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหาทางปรับปรุงแก้ไขสภาพทางกายภาพของสะพาน หรืออุโมงค์ ให้ถูกหลักวิศวกรรมจราจร ให้รถจักรยานยนต์สามารถใช้สะพาน หรืออุโมงค์ได้อย่างปลอดภัย พร้อมปรับแก้กฎหมายให้รถจักรยานยนต์ใช้ทางดังกล่าวอีกครั้ง

ที่มา : INN

MThai News