‘วัฒนา’ โต้แพทย์บางกลุ่มหนุนร่างฯ ถามไม่อายลิงเหรอครับ?

“วัฒนา” โพสต์โต้แพทย์บางกลุ่ม หนุน “ร่างรธน.” สุดโต่ง เหน็บ ขนาดลิงยังไม่ทน รุมฉีกรายชื่อประชามติ

วันที่ 25 ก.ค.59 นายวัฒนา เมืองสุข โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวตอบโต้ถึงคนบางกลุ่มที่สนับสนุนร่างรัฐธรรมนูญ พร้อมเหน็บแนมต่อกรณีข่าวฝูงลิงฉีกบัญชีรายชื่อประชามติว่า

97-1

“ไม่อายลิงเหรอครับ”

ข้อความที่ผมแชร์ถูกอ้างว่ามาจากเพื่อนกลุ่มแพทย์ แต่ผมไม่ได้สนใจเพราะคิดว่าพวกเหลืองตกขอบหรือสลิ่มสิ้นคิดเป็นคนทำมากกว่า เนื่องจากคนที่เรียนแพทย์ล้วนเป็นคนเก่งจึงไม่น่าพูดอะไรโดยไร้เหตุผล แต่เพื่อให้สิ้นสงสัยผมขอชี้แจงถึงเหตุที่ผมค้านร่างรัฐธรรมนูญ เนื่องจากบทบัญญัติหลายเรื่องมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของประชาชน

พร้อมขอยืนยันว่าไม่ได้เดือดร้อน เพราะคดีคอรัปชั่นไม่มีวันหมดอายุความ หรือการคอรัปชั่นมีโทษหนัก หรือหากร่ำรวยผิดปกติจะถูกยึดทรัพย์ หรือบริหารประเทศผิดพลาดต้องโดนจำคุก หรือเมื่อมีคดีความห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เพราะทั้งหมดที่แชร์มานั้นไม่ได้อยู่ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ แต่มีบัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายอาญา กฎหมาย ป.ป.ช. และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง ดังนั้น ถึงร่างรัฐธรรมนูญจะไม่ผ่านประชามติความผิดและกำหนดโทษดังกล่าวก็ยังมีอยู่ต่อไปตามเดิม

แต่ถึงนักการเมืองจะชั่วเลวอย่างไร ก็ยังตรวจสอบได้และทุกคนต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ไม่เหมือนคนดีของพวกหมอที่ไม่ยอมรับการตรวจสอบเพราะนิรโทษกรรมตัวเองหนีความผิดทั้งหมด

ที่ผมชี้แจงมาทั้งหมดเชื่อว่าด้วยสติปัญญาของหมอคงพอแยกแยะได้ แล้วหมอจะไม่มาช่วยผมปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนเหรอครับ หากเห็นแล้วไม่คิดช่วยประชาชนผมว่าเอาใบอนุญาตประกอบโรคศิลป์ไปคืนดีกว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ขนาดลิงยังทนไม่ได้ต้องยกพวกมาฉีกบัญชีรายชื่อทิ้ง แล้วคนดีๆ อย่างหมอยังจะรับโดยไม่ต้องอ่าน ไม่อายลิงเหรอครับ

อ่านเพิ่มเติม >>> Watana Muangsook

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

ได้ด้วยเหรอ! พระดัดแปลงรถเป็นกุฏิเคลื่อนที่ ตระเวนใบ้หวย เข้าพรรษา

ตำรวจลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ จับพระ ดัดแปลงเป็นกุฏิเคลื่อนที่ตระเวนใบ้หวย สะเดาะเคราะห์ไปทั่ว ไม่เข้าจำพรรษาตามวัด

รายงานข่าวแจ้งว่า วานนี้ (24 ก.ค. 59) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ ได้เข้าจับกุมตัวพระรูปหนึ่ง หลังได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านว่ามีพฤติกรรมไม่สม เนื่องจากมีการดัดแปลงต่อรถทำเป็นกุฏิก่อนจะออกตระเวนใบ้หวย สะเดาะเคราะห์ไปตามจังหวัดต่างๆ ในช่วงเทศกาลเข้าพรรษา ก่อนจะทราบต่อมาคือ พระสันติ ปภากโร วัย 64 ปี

กุฏิ, เข้าพรรษา, ข่าวพระ, ข่าวจังหวัดบุรีรัมย์

ทั้งนี้จากการสอบสวนพระรูปดังกล่าวยอมรับว่ารถคันดังกล่าวเป็นของตนจริง โดยสั่งประกอบรถ 6 ล้อมือสองทำเป็นกุฏิเคลื่อนที่ ที่ อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี ในราคากว่า 300,000 บาท มีอัฐบริขาร เครื่องครัว และติดแอร์ ส่วนคนขับจะวานให้ญาติโยมเป็นคนขับให้ ซึ่งสาเหตุที่ต้องตระเวนขับรถไปแต่ละที่นั้นเป็นเพราะไม่มีเจ้าอาวาสวัดไหนรับรองให้ แม้ว่ามีใบสุทธิพระ ที่ได้อุปสมบทที่วัดแห่งหนึ่ง ใน จ.กาฬสินธุ์ ติดตัวก็ตาม

เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นิมนต์พระรูปดังกล่าวไปยังวัดบ้านกะทิง ต.หินโคน เพื่อให้พระครูพิพิธสารคุณ เจ้าคณะตำบลหินโคน เป็นผู้พิจารณาลงโทษธรรมวินัย เนื่องจากพระรูปดังกล่าวประพฤติไม่เหมาะสม ผิดวินัยทางสงฆ์ ทั้งการตระเวนใบ้หวย สะเดาะเคราะห์ไปตามจังหวัดต่างๆ ทั้งภาคกลาง และภาคอีสาน ไม่ได้จำพรรษาอยู่ที่วัด

ขณะที่รถดัดแปลงคันดังกล่าวนั้น เจ้าหน้าที่ได้ยึดไว้ก่อน เพื่อตรวจสอบอีกครั้งเพราะไม่ได้ติดแผ่นป้ายทะเบียนดัดแปลงต่อเติม แถมไม่มีเอกสารคู่มือรถด้วย

กุฏิ, เข้าพรรษา, ข่าวพระ, ข่าวจังหวัดบุรีรัมย์

วิจารณ์แซด ! พระเครื่องกิ๊ฟช็อป วางขายเกลื่อนสำเพ็ง

แชร์ภาพสะเทือนใจผู้ที่นิยมสะสมพระเครื่องและชาวพุทธ เมื่อพระเครื่องนำเข้าจากจีน ถูกนำมาวางขายเกลื่อนย่านสำเพ็ง เหมือนสินค้าในร้านกิ๊ฟช็อป

ภาพที่เห็นอยู่นี้ อาจทำให้พุทธศาสนิกชนชาวไทย หรือผู้ที่นิยมสะสมพระเครื่องด้วยความเลื่อมใสศรัทธา เกิดความสะเทือนใจ เมื่อมีสมาชิกเฟซบุ๊ก Chatchana Ountiw ได้โพสต์ภาพพระเครื่องนำเข้าจากประเทศจีน หลากหลายรูปแบบ ที่ห้อยแขวนโชว์ พร้อมราคาขายอันแสนถูก ตั้งแต่ 20 บาทขึ้นไปจนถึงหลักร้อย ไม่ต่างจากสินค้าในร้านกิ๊ฟช็อป ที่สำคัญ พระเครื่องเหล่านี้ ยังมีวางขายในย่านสำเพ็ง ที่เรารู้จักกันดี ขณะเดียวกัน ผู้โพสต์ยังได้เขียนข้อความเตือนในทำนองว่า ขอให้ระวังพระปลอมนำเข้าจากประเทศจีน เกลื่อนตลาดสำเพ็ง อีกด้วย

หลังภาพดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป สังคมออนไลน์ได้พากันแชร์และวิพากษ์วิจารณ์ถึงพฤติกรรมการลอกเลียนแบบสินค้าของจีน และความเหมาะสม ตลอดจนอยากให้ผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้ามาจัดการในเรื่องนี้

ด้านสมชาย สุรชาตรี โฆษกสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ให้ความเห็นไว้ว่า เรื่องนี้ถือเป็นพุทธพาณิชย์ รูปแบบใหม่ ที่ผู้ซื้อต้องการนำไปบูชา หรือเป็นของที่ระลึก เช่นงานศพ หรืองานมงคลต่างๆ ซึ่งในประเทศไทย หลายๆที่ก็มีการปลอมแปลงวัตถุมงคลอยู่แล้ว ไม่เฉพาะว่านำเข้าจากจีน

อย่างไรก็ตาม กรณีนี้ ผู้ขายอาจไม่มีความผิด เนื่องจากวัตถุมงคลนั้นไม่มีลิขสิทธิ์ เว้นแต่เป็นการปลอมแปลงพระพุทธรูปที่มีการขึ้นบัญชีไว้ เช่น พระแก้วมรกต หรือพระพุทธชินราช แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม ผู้ค้าควรวางขายในพื้นที่เหมาะสม ไม่วางต่ำเกินไป ทั้งนี้ หากประชาชนพบเจอการเลียนแบบต่างๆ หรือของปลอมแปลงเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา สามารถร้องเรียนเข้ามาได้ที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ

MThai News