ไปรษณีย์ไทย พาย้อนตามรอย แสตมป์ครบรอบ “ 720 ปีเชียงใหม่”

ไปรษณีย์ไทย พาย้อนเวลามหาสนุก ตามรอยแสตมป์ครบรอบ “ 720 ปีเชียงใหม่”

บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) เดินหน้าโครงการตะลุยโลกแสตมป์ต่อเนื่องเป็นปีที่ 9 โดยปี 2559 นี้ จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “ย้อนเวลามหาสนุก” ผ่านองค์ความรู้บนแสตมป์ที่ระลึกชุด 720 ปี จังหวัดเชียงใหม่ ณ จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพทางปัญญาแก่เยาวชน พร้อมนำเยาวชนเรียนรู้ประวัติศาสตร์ กระตุ้นความเป็นนักคิด นักสร้างสรรค์ในกิจกรรมต่าง ๆ ประกอบด้วย ทักษาเมือง 8 ทิศ พิชิตแสตมป์ กิจกรรมเพื่อบ้านเมืองที่มั่นคงเราจะลงขันดอก หัตถกรรมล้านนาพาร่มเย็น กิจกรรมลดมลพิษ ชีวิตดี และกิจกรรมจดหมายมิตรภาพ โดยไปรษณีย์ไทยจะพาน้องๆ ไปสัมผัสและรับรู้เรื่องราวจากสถานที่สำคัญต่าง ๆ ของเมืองเชียงใหม่ การจัดกิจกรรมเพื่อเยาวชนและสังคมเช่นนี้เป็นประจำทุกปี ก็เพื่อเสริมสร้างความรอบรู้ผ่านตราไปรษณียากร ควบคู่กับการส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพทางปัญญาแก่เยาวชน ภายใต้แนวคิด “แสตมป์ยิ่งเรียนรู้ ยิ่งรอบรู้”

พลเอกสาธิต พิธรัตน์ ประธานกรรมการ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กล่าวว่า กิจกรรมตะลุยโลกแสตมป์นี้เป็นหนึ่งในกิจกรรมตามแผนยุทธศาสตร์ความรับผิดชอบต่อสังคม ซึ่งมุ่งเน้นการใช้ศักยภาพความเชี่ยวชาญของเครือข่ายคนไปรษณีย์ และที่ทำการไปรษณีย์เพื่อสร้างประโยชน์ต่อชุมชน สังคม และประเทศชาติ การสร้างความรอบรู้ผ่านตราไปรษณียากร

โดยส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนไทยมีความรอบรู้ในเรื่องราวต่างๆ ผ่านตราไปรษณียากร นอกจากการบรรยายให้ความรู้ในสถานศึกษา จัดแสดงนิทรรศการถาวรและหมุนเวียน ณ พิพิธภัณฑ์ตราไปรษณียากรทั่วประเทศแล้ว ยังมีโครงการ “ตะลุยโลกแสตมป์” ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ปลูกฝังให้เยาวชนเห็นคุณค่าและรักษาเอกลักษณ์ ภูมิปัญญาของชาติผ่านตราไปรษณียากร มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพทางปัญญาแก่เยาวชน ผ่านองค์ความรู้บนดวงแสตมป์และสถานที่ที่ปรากฏบนดวงแสตมป์ พร้อมทั้งปลูกฝังให้เยาวชนเห็นคุณค่าของแสตมป์ในฐานะเป็นสื่อเรียนรู้ โดยรับสมัครเยาวชนอายุ 8 -13 ปี จากเด็กของมูลนิธิ ต่าง ๆ นักเรียนในสถานศึกษา นักสะสมแสตมป์รุ่นเยาว์ ตลอดจนบุตรหลานพนักงานไปรษณีย์ รวมครั้งละประมาณ100 คน สำหรับปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “ย้อนเวลามหาสนุก”

นางสมร เทิดธรรมพิบูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) กล่าวเพิ่มเติมว่า กิจกรรมตะลุยโลกแสตมป์ “ย้อนเวลามหาสนุก” ครั้งนี้ได้นำแสตมป์ที่ระลึกชุด 720 ปี จังหวัดเชียงใหม่ มาเป็นแนวคิดหลัก ซึ่งเป็นแสตมป์ที่ถ่ายทอดประวัติศาสตร์เมืองเชียงใหม่ตั้งแต่กำเนิดจนถึงยุคปัจจุบัน ผ่าน 4 สัญลักษณ์สำคัญ ได้แก่ เสาอินทขีล พระบรมราชานุสาวรีย์สามกษัตริย์ หลักจารึกดวงเมืองเชียงใหม่วัดเชียงมั่น และ ถนนคนเดินท่าแพ ประกอบตราสัญลักษณ์สมโภช 60 รอบนักษัตร 720 ปี เมืองเชียงใหม่ โดยน้อง ๆ จากโรงเรียนในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ได้แก่ โรงเรียนตำรวจตระเวณชายแดนเจ้าพ่อหลวงอุปถัมภ์ 2 โรงเรียนคำเที่ยงอนุสสรณ์ และโรงเรียนปรินซ์รอยแยลส์วิทยาลัยเชียงใหม่ รวมไปถึงบุตรหลานไปรษณีย์ไทยเขต 5 รวมทั้งสิ้น 102 คน จะได้ร่วมกิจกรรมย้อนรอย สัมผัสวัฒนธรรม และอารยธรรมของจังหวัดเชียงใหม่ ตามฐานกิจกรรม ดังต่อไปนี้

ฐานที่ 1 ทักษาเมือง 8 ทิศ พิชิตแสตมป์ ศึกษาประวัติศาสตร์และความสำคัญของเมืองเชียงใหม่ ผ่านการเรียนรู้เรื่องราวเกี่ยวกับศิลาจารึกและดวงเมืองเชียงใหม่ ณ วัดเชียงมั่น ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่ที่สุดของเชียงใหม่และมีความสำคัญในฐานะพุทธ ศาสนสถานสำหรับชาวเชียงใหม่เป็นอย่างยิ่ง โดยน้อง ๆ จะต้องออกตามหาชื่อวัดที่ประจำตามทักษาเมืองต่าง ๆ ที่ระบุไว้ในจดหมาย เพื่อนำมาแปะในตำแหน่งของทักษาเมืองให้ถูกต้อง

ฐานที่ 2 เพื่อบ้านเมืองที่มั่นคง เราจะลงขันดอก สืบสานประเพณีลงขันดอก หรือประเพณีตักบาตรดอกไม้เก่าแก่ของจังหวัดเชียงใหม่ โดยน้อง ๆ จะได้เรียนรู้วิธีการทำกรวยดอกไม้สักการะด้วยตัวเอง พร้อมได้ร่วมนำกรวยดอกไม้ดังกล่าวไปสักการะเสาอินทขีล หรือ เสาหลักเมืองเชียงใหม่ อันเป็นศูนย์รวมความเชื่อ ความศรัทธา และเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจของชาวเมืองเชียงใหม่ ซึ่งปัจจุบัน เสาอินทขีลนี้ประดิษฐานอยู่ภายในวิหารจตุรมุขทรงไทยหลังเล็ก ณ วัดเจดีย์หลวง

ฐานที่ 3 หัตถกรรมล้านนาพาร่มเย็น อนุรักษ์งานหัตถกรรมพื้นบ้านของจังหวัดเชียงใหม่อย่าง “ร่มบ่อสร้าง” เอกลักษณ์สำคัญอันเก่าแก่ของจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งปัจจุบันได้กลายเป็นสินค้าพื้นเมืองที่นักท่องเที่ยวนิยมซื้อเป็นฝากของที่ระลึก โดยในกิจกรรมนี้น้อง ๆ จะได้ทำร่มด้วยตัวเองตั้งแต่เริ่มต้น ไปจนถึงการวาดและตกแต่งลวดลายลงบนร่ม ณ ศูนย์หัตถกรรมทำร่มบ่อสร้าง และสามารถนำผลงานของตัวเองกลับบ้านได้

ฐานที่ 4 ลดมลพิษ ชีวิตดี ร่วมคืนอากาศบริสุทธิ์และสร้างบรรยากาศเมืองเชียงใหม่ให้น่าอยู่ ด้วยการเพิ่มเติมออกซิเจนโดยการปลูกต้นไม้ร่วมกัน พร้อมเรียนรู้ประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีและเรื่องราวต่างๆ ตั้งแต่กำเนิดเมืองเชียงใหม่จนถึงปัจจุบัน ที่ถูกรวบรวมไว้ ณ หอประวัติศาสตร์เมืองเชียงใหม่

ฐานที่ 5 จดหมายมิตรภาพ (Friendship Letter) ทิ้งท้ายด้วยการบันทึกความทรงจำ และแลกเปลี่ยนความรู้สึกกับเพื่อนในกลุ่ม ผ่านการเขียนจดหมาย โดยน้องๆ จะได้รู้จักการเขียนจดหมายและเรียนรู้วิธีการจ่าหน้าซองไปรษณีย์และผนึกแสตมป์ที่ถูกต้องพร้อมส่งถึงกัน ณ ลานอนุสาวรีย์สามกษัตริย์

ทั้งนี้ ตลอดการจัดกิจกรรม 8 ปีที่ผ่านมา มีเยาวชนสนใจเข้าร่วมโครงการฯ กว่า 3,000 คน ไปรษณีย์ไทย ในฐานะหน่วยงานเพื่อประชาชนและสังคม ตลอดจนองค์กรที่จัดสร้างแสตมป์ที่ระลึกอันทรงคุณค่ามาอย่างยาวนาน จึงไม่หยุดยั้งความมุ่งมั่นในการจัดกิจกรรมเพื่อเยาวชนและสังคมผ่านดวงแสตมป์เช่นนี้ต่อไปในทุก ๆ ปี โดยในปี 2559 นอกจากครั้งนี้แล้ว ยังจะมีกิจกรรมตะลุยโลกแสตมป์ ย้อนเวลามหาสนุกอีกครั้งในเดือนตุลาคมที่จะถึง กับแสตมป์ชุด 100 ปี สถานีรถไฟกรุงเทพ ทั้งนี้ก็เพื่อปลูกฝังให้เยาวชนเห็นคุณค่าและภาคภูมิใจในประวัติศาสตร์ของชาติ ควบคู่กับการรู้จักใส่ใจความเป็นอยู่ของสังคมและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนสร้างความสัมพันธ์ระหว่างผู้อื่นและชุมชนอยู่เสมอ นางสมร กล่าว

สำหรับประชาชนที่สนใจแสตมป์ที่ระลึกชุด 720 ปี เชียงใหม่ สามารถหาซื้อได้แล้ว ณ ที่ทำการไปรษณีย์ทั่วประเทศ ในราคาดวงละ 3 บาท เต็มแผ่น 30 บาท (10 ดวง) พร้อมซองวันแรกจำหน่าย 11 บาท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ THP Contact Center 1545 หรือเว็บไซต์ www.thailandpost.co.th และไลน์stampinlove

MThai News

แชร์ว่อน! โพสต์แจงปมเก๋งพุ่งชนศาลพระพรหมฯ คนขับไม่ได้ป่วยลมชัก

แชร์ว่อน! เพื่อนลูกชายคนขับรถเก๋งพุ่งชนศาลพระพรหมฯ โพสต์แจงคนขับไม่ได้ป่วยลมชัก แต่เส้นเลือดในสมองแตกเฉียบพลัน

จากกรณีที่รถเก๋งคันหนึ่ง ขับพุ่งชน ศาลพระพรหมฯ แยกราชประสงค์ ซึ่งตรวจสอบที่เกิดเหตุ เป็นเก๋งโตโยต้าโซลูน่า สีเขียว พร-915 กทม.พุ่งเข้าไปในศาลพระพรหม เอราวัณ แยกราชประสงค์ คนขับรถเป็นหญิง แล้วเกิดเป็นลมชัก ขณะขับรถเข้าโค้งขวา ที่จะเข้า ถ.ราชดำริ ทำให้ควบคุมรถไม่ได้ รถพุ่งเข้าไปในศาลพระพรหม ผู้บาดเจ็บ 4 คน เป็นหญิง 3 คน ชาย 1 คน นำส่งโรงพยาบาลตำรวจ ตามข่าวที่นำเสนอไปแล้วนั้น

ภาพ @Zhouyimodx

ล่าสุด โลกออนไลน์ได้มีการแชร์ข้อความอ้างว่าเป็นเพื่อนของลูกชายคนขับรถจากเหตุการณ์ดังกล่าว โดยผู้ใช้งานเฟซบุ๊กชื่อ Funknathee Prapasawat ได้โพสต์ชี้แจงกรณีดังกล่าวข้อความ ระบุว่า

“กรณีรถยนต์พุ่งชนคนที่แยกราชประสงค์เป็นคุณแม่เพื่อนผมเองครับ ตอนนี้สิ่งที่แย่มากที่สุดสำหรับครอบครัวหนึ่งที่เกิดเรืองแบบนี้ขึ้นนอกจากความเสียหายแก่ครอบครัว และผู้อื่นที่ทำให้เค้าทุกข์ใจแล้ว คำพูดของหลายคนในสังคมsocial ที่พูดโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม สิ่งมี่ผมจะช่วยเพื่อนได้ตอนนี้คือกระจายข้อความนี้ให้มากที่สุด

” แกช่วยกระจายข่าวหน่อยนะ ว่า 1. แม่ชั้นไม่ได้เปนลมชัก แม่เราเส้นเลือดในสมองแตกเฉียบพลัน 2. ตอนที่รถถอยหลังในคลิป เป็นเพราะเราเห็นว่า รถกำลังพุ่งไปทางผู้หญิงแก่คนหนึ่ง ก็เลยดึงเกียร์ให้เป็นเกียร์ถอยหลัง คือตอนนั้น แม่เราไม่รู้ตัวแล้ว แล้วเราก็ปาร์กรถไว้ให้อยู่นิ่ง หลังจากนั้น เราก็ค่อยลงมาร้องให้คนช่วย และโทรหาพ่อให้ส่งรถพยาบาลมา ”

ที่สำคัญคือคุณแม่เพื่อนไม่ได้มีอาการป่วยมาก่อนเลยครับ แข็งแรงปกติดี edit เพิ่มเติมเพื่ออธิบายเรื่องโรคจากจ่านะครับ กรณีนี้ เป็น “เส้นเลือดโป่งพองในสมองแตก” ประมาณว่าเส้นเลือดในสมองบางตำแหน่ง มีความผิดที่ผนังหลอดเลือด ทำให้มันกลายเป็นเส้นเลือดโป่งพอง แล้ววันดีคืนดีก็แตกโพละออกมา ที่น่ากลัวคือ ส่วนมากคนที่เป็นโรคนี้ มักจะไม่ค่อยแสดงอาการ รู้ตัวอีกทีก็แตกไปแล้ว หรือถ้าเป็นกลุ่มที่เจอแต่เนิ่นๆ ส่วนมากก็มักเจอโดยบังเอิญจากการทำ CT scan หรือ MRI  ขอร้องใครก็ตามที่เห็นข้อความนี้ รบกวนช่วยกันบอกต่อๆหรือแชร์ให้ด้วยครับ ขอบพระคุณเป็นอย่างสูงครับ”

ที่มา เฟซบุ๊ก Funknathee Prapasawat

MThai News

สุดเศร้า ! งานศพลูกสาวคนดังเมืองสารคาม เหยื่อฆ่าโหดล้างหนี้

สุดเศร้า ! งานศพลูกสาวคนดังเมืองสารคาม เหยื่อฆ่าโหดล้างหนี้ เพียงพันกว่าบาท

จากคดีสะเทือนขวัญเมืองมหาสารคาม คนร้ายลวงสังหาร น.ส.รุจิษยา หรือแจน อมรศรีรัตนชัย อายุ 23 ปี ลูกสาวนายสมชาติ อมรศรีรัตนชัย หรือชื่อในวงการพระเครื่อง “เล็ก สารคาม” รองประธานบริหารพระเครื่องภาคอีสานเขต 2  โดยคนร้ายได้ทิ้งศพ บริเวณพงหญ้าข้างถนนบายพาสรอบเมืองมหาสารคาม หลังตลาดเกษตร ต.แก่งเลิงจาน

ทั้งนี้ น้องแจน เพิ่งเดินทางกลับมาจากเมืองนอก ได้ไม่กี่เดือน และได้หายออกจากบ้านไปตั้งแต่วันที่ 19 ก.ค. ที่ผ่านมา โดยบอกพ่อว่าจะไปเดินตลาดไนท์ที่ห้างเสริมไทยคอมเพล็กซ์ จากนั้นก็ติดต่อไม่ได้อีกเลย จนมาพบเป็นศพ ต่อมาวันที่ 21 ก.ค. เวลา 15.00 น. พล.ต.ต.ก่อเกียรติ วงศ์สุเมธ ผบก.ภ.จว.มหาสารคาม พร้อมฝ่ายสืบสวน ร่วมกันแถลงจับกุมนายศักดา ประเสิร์ฐสังข์ อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 114 หมู่ 15 ต.ขามเรียง อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม พนักงานเสิร์ฟร้านอาหารแห่งหนึ่งใน ต.เกิ้ง อ.เมือง จ.มหาสารคาม ผู้ต้องหาฆ่า น.ส.รุจิษยา โดยจับกุมตัวได้ที่บ้านของผู้ต้องหา

จากการสอบสวน นายศักดา ผู้ต้องหา รับสารภาพว่า สังหารน้องแจนจริง อ้างว่าตนเคยคบหากับผู้ตายสมัยเรียนอยู่ชั้นมัธยม และเลิกรากันไปได้ประมาณ 4-5 ปี จากนั้นตนได้ขอยืมเงินผู้ตายไป 1,800 บาท และได้ใช้คืนไปแล้ว 500 บาท กระทั่งผู้ตายได้มาทวงเงินที่เหลือ จึงลวงผู้ตายให้ออกมาพบแล้วใช้เชือกที่หาได้ในบริเวณนั้นมารัด จนเสียชีวิต ก่อนจะเตรียมตัวหลบหนี แต่ก็มาถูกจับกุมได้เสียก่อน

ด้าน นายสมชาติ อมรศรีรัตนชัย หรือ เล็ก สารคาม เซียนพระชื่อดัง เปิดเผยว่า โดยส่วนตัวไม่เชื่อในคำให้การของผู้ต้องหาที่กล่าวอ้างว่าแค้นที่ลูกสาวทวงเงิน 1,500 บาท เนื่องจากยังพิสูจน์ไม่ได้ แต่ก็ต้องให้ตำรวจสอบสวนไปถึงปมเหตุที่แท้จริง ขณะนี้ครอบครัวต้องจัดงานศพของลูกสาวให้เสร็จสิ้นไปก่อน จากนั้นค่อยว่ากันจะดำเนินการอย่างไร

นอกจากนี้ ชาวเน็ตต่างร่วมแสดงความเสียใจต่อการจากไปของน้องแจนกันจำนวนมาก ล่าสุด นายสมชาติ ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวว่า “ขอบคุณในน้ำใจทุกๆ ท่านที่แสดงความเสียใจในเหตุการณ์ร้ายที่เกิดขึ้นครับ น้องเขาไปสบายแล้ว โดยงานศพน้องแจน ลูกสาวผม ตั้งบำเพ็ญกุศลเป็นเวลา 3 วัน เริ่มคืนนี้ ที่วัดโพธิ์ศรี อ.เมือง จ.มหาสารคาม”

ที่มา ข่าวสด

MThai News