คุมโจ๋หื่น ! ข่มขืนผู้ช่วยพยาบาลทำแผน หวิดโดนรุมกระทืบ

เจ้าหน้าที่คุมตัวโจ๋หื่น ข่มขืนผู้ช่วยพยาบาล ทำแผน หวิดถูกประชาทัณฑ์ ชาวบ้านนับพันตะโกนให้ประหารชีวิต

715125-01

พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ แสงเพชร ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์ พร้อมด้วย พ.ต.อ.พิสิษฐ์ ศรีสุพล ผกก.สภ.คูเมือง พร้อมกำลังตำรวจ สภ.คูเมือง และตำรวจ นปพ.ภ.จว.บุรีรัมย์ รวมกว่า 100 นาย ควบคุมตัว นายอ๊อฟ อายุ 24 ปี ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุทำร้ายร่างกาย และข่มขืนผู้ช่วยพยาบาลสาว ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ที่เกิดเหตุบริเวณป่ายูคาฯ ข้างทาง ริมถนนสาย อ.ลำปลายมาศ-อ.คูเมือง ต.คูเมือง อ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์ โดยมีญาติพี่น้องเพื่อนบ้านที่ทราบข่าวกว่า 1,000 คน มารอดูการทำแผน

715125-08

ทั้งน้ี พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ ได้ใช้เครื่องขยายเสียงประชาสัมพันธ์ ประกาศขอร้องให้ชาวบ้านที่มาดูการทำแผน อยู่ในความสงบ และขอให้เจ้าหน้าที่ทำแผนให้เรียบร้อย พร้อมสัญญาว่าจะดำเนินคดีกับ นายปกครอง หรือ อ๊อฟ ในขั้นเด็ดขาดคัดค้านการประกันตัวทุกกรณี รวมทั้งจะรื้อฟื้นคดีต่าง ๆ ที่ นายอ๊อฟ เคยก่อไว้ ท่ามกลางเสียงประณามสาปแช่งคนร้ายที่กระทำการครั้งนี้อย่างโหดเหี้ยมผิดมนุษย์ และทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงของหมู่บ้าน พร้อมตะโกนเรียกร้องให้ประหารชีวิตผู้ต้องหา

เมื่อทำแผนประกอบคำรับสารภาพเสร็จแล้ว ขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัว นายอ๊อฟ ขึ้นรถตู้ สภ.คูเมือง เพื่อนำไปฝากขัง ชาวบ้านทั้งเด็ก-สตรี ผู้ใหญ่ และคนชรา ที่ยืนรออยู่บริเวณรถตู้ได้แหวกวงล้อมของตำรวจฮือเข้ามาใช้ทั้งกำปั้นและกิ่งไม้รุมทุบตีเพื่อประชาทัณฑ์ผู้ต้องหาชุลมุนอยู่พักใหญ่ ก่อนเจ้าหน้าที่นำตัวผู้ต้องหาขึ้นรถตู้ สภ.คูเมือง กลับมาได้อย่างปลอดภัย ก่อนจะควบคุมตัวมาฝากขังไว้ที่ สภ.เมืองบุรีรัมย์ เพื่อป้องกันเหตุชาวบ้านบุกปิดล้อมทำร้ายร่างกายผู้ต้องหาดังกล่าว

ที่มา : INN

MThai News

เจ้าของ ‘แพจรเข้’ ท้าชาวเน็ตจัดทีม 17 คนหากทำเรือล่มได้รับ 5ล.

อาณาจักรช้างพัทยาประกาศท้าชาวเน็ตรวมตัวจัดทีม 17 คน ถ้าสามารถทำ ‘แพจรเข้’ ล่มได้ภายใน 5 นาที รับไปเลย 5 ล้านบาท

จากกรณีกระแสโซเชียลเน็ตเวิร์กวิพากษ์วิจารณ์กิจกรรมการท่องเที่ยวสุดเสียว “นั่งเรือตกจระเข้” ของสถานที่ท่องเที่ยว “อาณาจักรช้างพัทยา” จนที่ผ่านมาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบ ก่อนกรมประมงจะมีคำสั่งปิดหนังสือห้ามทำกิจกรรมเป็นการชั่วคราว ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

4610699014241

ล่าสุด เย็นวันนี้ (21 ก.ค.) นายเรวัต พงศ์ประดิษฐ์ ผู้อำนวยการส่วนอนุญาต กรมประมง นายบัญชา สุขแก้ว ประมงจังหวัดชลบุรี พร้อมคณะได้เดินทางมาติดตามผลการปรับปรุงแก้ไขภายหลังจากกรมประมงมีหนังสือห้ามจัดกิจกรรมการท่องเที่ยวนั่งเรือตกจระเข้ โดยมี นายอุเทน ยังประภากร กรรมการผู้จัดการอาณาจักรช้างพัทยา ให้การต้อนรับท่ามกลางสื่อมวลชนแขนงต่างๆ ร่วมสังเกตการณ์ความคืบหน้า

ทั้งนี้ ทางคณะได้เปิดห้องประชุมโดยให้ผู้ประกอบการอาณาจักรช้างพัทยาได้ชี้แจงข้อมูลต่างๆ ตามมาตรการป้องกันความปลอดภัย โดยให้ความเป็นห่วงใน 3 ประเด็น คือเรื่องของน้ำหนักการบรรทุกผู้โดยสาร เรื่องของกระแสและทิศทางลม และเรื่องของความพร้อมของอุปกรณ์ ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าสภาพความพร้อมทุกอย่างค่อนข้างมีความรัดกุม จึงแนะให้ทางอาณาจักรช้างพัทยาทำแบบโครงสร้างของเรือแนบมาด้วย ก่อนจะได้นำข้อสรุปการปรับปรุงแก้ไขทั้งหมดต่อส่วนกลางพิจารณาต่อไป

ด้านนายอุเทน ยังประภากร กรรมการผู้จัดการอาณาจักรช้างพัทยา เปิดเผยว่าเราดำเนินธุรกิจการท่องเที่ยวกับจระเข้มานานถึง 12 ปี มีการต่อใบอนุญาตไปแล้ว 2 ครั้ง ซึ่งไม่เคยมีปัญหา ที่ผ่านมาก็มีรายการทีวีชื่อดังมาถ่ายทอดนำเสนอข่าวไปแล้วมากมายไม่เคยมีปัญหา เพราะเรามีการจัดการที่ดี เราไม่เอาตัวเองไปเสี่ยงกับความไม่ปลอดภัย ประสบการณ์การการทำงานช่วยสอนเราให้รู้ว่าเราต้องอะไร ซึ่งทุกอย่างก็อยู่ในมาตรฐาน 12 ปีที่ผ่านมามีการศึกษาออกแบบเรือตกจระเข้มาแล้วทั้งสิ้น 5 เวอร์ชัน โดยแต่ละเวอร์ชันจะมีการอัพเดทสภาพความพร้อมมาโดยตลอด จึงอยากขอความเป็นธรรมในส่วนนี้ด้วย

อย่างไรก็ตาม อาณาจักรช้างพัทยาขอท้าเหล่านักท่องโซเชียลเน็ตเวิร์กทุกท่านที่มองว่าเรือของเราไม่มีความปลอดภัยนั้น ให้ส่งทีมรวมทั้งหมด 17 คน เพื่อทดสอบมาตรฐานความปลอดภัยของเรือตกจระเข้ดังกล่าว หากทีมใดสามารถทำเรือล่มได้ภายใน 5 นาที เราให้ทันทีเงินสด 5 ล้านบาท แต่ถ้าพิสูจน์แล้วไม่สามารถล่มเรือของเราได้ เราก็อยากให้ผู้เกี่ยวข้องพิจารณาให้เราได้เปิดดำเนินการด้วย เพราะหลังจากเป็นข่าวไปแล้ว นักท่องเที่ยวที่เคยมาใช้บริการหายไปถึง 80% ทำให้เสียรายได้เป็นเงินจำนวน 6 หลักต่อวัน ซึ่งทั้งหมดนี้ส่งผลกระทบให้คนงานภายในอาณาจักรช้างพัทยาที่มีอยู่นับร้อยชีวิตด้วยเช่นกัน

นอกจากนี้ นายอุเทน กรรมการผู้จัดการอาณาจักรช้างพัทยา ยังได้นำตัวอย่างชนิดโฟมที่ใช้ในการสร้างเรือตกจระเข้ ที่มีความหนา 30 ซม.และมีไฟเบอร์หนา 10 มม.หุ้มภายนอก มาแสดงต่อที่คณะประมงและสื่อมวลชน หลังจากทำการทดสอบยิงด้วยปืนขนาด 9 มม.ในระยะหวังผล 15 ม. รวมทั้งสิ้น 50 นัด ซึ่งเข้าเป้ารวม 41 นัด โดยพบว่าความแรงของหัวกระสุนเข้าไปฝังอยู่ในโฟมได้โดยไม่ทะลุออกมา เพื่อเปรียบเทียบความรุนแรงกับแรงกัดของจระเข้ด้วยเช่นกัน

ติดตามข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ news.mthai.com

MThai News

ลดแล้ว! ระดับน้ำป่าที่เชียงแสน จนท.เร่งช่วยเหลือ

ระดับน้ำป่าที่ไหลหลาก บริเวณเชียงแสน จ.เชียงราย ลดลงแล้ว ผจว.เชียงรายสั่งการให้เจ้าหน้าที่เร่งช่วยเหลือชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อน

กรณีช่วงเช้าที่ผ่านมาเกิดน้ำป่าจากน้ำแม่แอบ ไหลหลากทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรและเรือกสวนไร่นา ได้รับความเสียหายในพื้นที่ ต.บ้านแซว ประกอบไปด้วยบ้านแม่แอบ หมู่ 11 บ้านห้วยข่อยหล่อย หมู่ 12 บ้านห้วยน้ำเย็น หมู่ 13 และบ้านป่าตึง หมู่ 5 และไม่มีฝนตกลงมาเพิ่มทำให้ระดับน้ำได้ลดลงอย่างรวดเร็ว ทำให้ระดับน้ำที่ท่วมถนนสายป่าตึง-แม่แอบ แห้งลงจนเกือบหมด ทำให้ยวดยานสามารถสัญจรไปมาได้ตามปกติ นายบุญส่ง เตชะมณีสถิตย์ ผวจ.เชียงราย ได้สั่งการให้หน่วยงานในพื้นที่เร่งเข้าทำการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบเหตุในครั้งนี้อย่างเร่งด่วน

IMG_3704

ต่อมา นาวาเอกชลทัย รัตนเรือง ผู้บังคับหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำน้ำโขง(นรข.)เขตเชียงราย นำกำลังพลไปร่วมกับ นายพินิจ แก้วจิตคงทอง นายอำเภอเชียงแสน พร้อมกำลังกองร้อย อส.เชียงแสน เจ้าหน้าที่ทหารพรานที่ 3103 เชียงแสน กองกำลังผาเมือง เจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลบ้านแซว หน่วยกู้ภัยอนุภาวธรรมเชียงแสน เข้าทำการช่วยเหลือชาวบ้านที่ประสบเหตุอุทกภัยในครั้งนี้โดยได้ไปช่วยกันขนย้ายทรัพย์สินที่เสียหาย ทำความสะอาดบ้าน

เบื้องต้นจากการสำรวจพบว่ามีบ้านนางกฤษณา งามบุษกรแก้ว บ้านเลขที่ 324 หมู่ 11 จนไม่สามารถอยู่อาศัยได้ต้องขนย้ายสิ่งของไปอาศัยอยู่บ้านญาติเนื่องจากตัวบ้านอยู่ใกล้กับลำห้วยทำให้กระแสน้ำที่พุ่งแรงเซาะโครงสร้างฐานรากได้รับความเสียหายและทำให้ผนังบ้านพัง 2 ด้านแต่โชคดีไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ส่วนที่เหลือบ้านหลังอื่นๆที่เหลือได้รับความเสียหายแตกต่างกันไปแต่ไม่มาก ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะได้สำรวจความเสียหายทั้งหมดรวมไปถึงพืชผลทางการเกษตรที่เสียหาย เพื่อทำรายงานถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อทำการช่วยเหลือประชาชนต่อไป

IMG_3696

IMG_3743

ติดตามข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ news.mthai.com

MThai News