งานเข้า ! รถจอดซ้อนคันดึงเบรกมือ โดนทุบกระจกพังยับ

งานเข้า ! รถจอดซ้อนคันดึงเบรกมือ บริเวณลานจอดรถคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา โดนทุบกระจกพังยับ 

กลายเป็นเรื่องราวสร้างความแตกตื่นให้กับเหล่าอาจารย์ และนิสิต มหาวิทยาลัยบูรพา สำหรับภาพของรถที่จอดบริเวณลานจอดรถคณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.บูรพา จ.ชลบุรี สภาพโดนทุบกระจกพังยับ หลังจอดขวางซ้อนคัน แต่ดึงเบรกมือไว้ โดยผู้ใช้งานเฟซบุ๊กชื่อ Thanandon Wattanacheep ได้โพสต์ภาพเผยให้เห็นรถยนต์คันหนึ่งที่จอดซ้อนคันอยู่ในลานจอดรถ เมื่อลองซูมเข้าไป จะเห็นว่า กระจกรถฝั่งคนขับนั้นมีรูโหว่เล็กอยู่ ๆ ซึ่งเกิดจากฝีมือเจ้าของรถอารมณ์ร้อนรายหนึ่ง ที่อยากขยับรถออกจากลานจอดรถ แต่ไม่สามารถทำได้ เพราะถูกรถเจ้าปัญหาจอดขวางทางอยู่

หลังจากที่ภาพดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ออกไป บรรดาชาวเน็ตต่างแชร์เตือนภัยกันเป็นจำนวนมาก พร้อมทั้งเข้ามาแสดงความคิดเห็นให้กำลังใจเจ้าของรถคันดังกล่าว และแนะนำให้เอาเรื่องคนทำ ขณะเดียวกันมีบางคนมองว่า ถ้าเจ้าของรถไม่ดึงเบรกมือ คงไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น  ทั้งนี้ ยังไม่มีรายงานเพิ่มเติมว่า หลังทุบกระจกรถแล้ว เจ้าของรถอารมณ์ร้อนคนดังกล่าวได้เปิดประตูรถ เพื่อไปดึงเบรกมือลงหรือไม่

ขอบคุณข้อมูล/ ภาพ Thanandon Wattanacheep

MThai News

สาวโพสต์จวกค่ายมือถือ อ้างโดน พนง. เปลี่ยนภาพหน้าจอดูถูก “ไม่มีปัญญาซื้อ อย่าเล่น”

สาวโพสต์จวกค่ายมือถือ อ้างโดนพนักงานดูถูก หลังเดินดูโทรศัพท์ iPhone 6 แต่พอกลับมาดูอีกครั้ง หน้าจอขึ้นข้อความ “ไม่มีปัญญาซื้อ อย่าเล่น” ด้านชาวเน็ตเถียงกันเสียงแตก

กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อยู่ในโลกออนไลน์ขณะนี้เลยก็ว่าได้ หลังมีสาวรายหนึ่งโพสต์ภาพพร้อมข้อความไปยังเฟซบุ๊กแฟนเพจของค่ายมือถือชื่อดัง โดยต่อว่าการกระทำของพนักงานที่ สาขา เซ็นทรัลรัตนาธิเบศ ซึ่งระบุว่า คุณแม่ของตนเดินดูโทรศัพท์อยู่คนเดียวในร้าน แต่พอเดินกลับไปดูอีกครั้ง ภาพบนหน้าจอโทรศัพท์ได้ถูกเปลี่ยนเป็น “ไม่มีปัญญาซื้อ อย่าเล่น” ทำให้ตนรู้สึกไม่พอใจ แถมยังเห็นพนักงานทั้งชายและหญิง ต่างซุบซิบและหัวเราะกันอีกด้วย

1471533799733

ทั้งนี้ หลังจากเรื่องราวดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ลงบนโลกออนไลน์ ชาวเน็ตต่างพากันเข้ามาแสดงความคิดเห็นอย่างมากมาย แต่งานนี้กับเสียงแตก เป็น 2 เสียง โดนส่วนหนึ่งมองว่า โทรศัพท์ที่เป็นตัวทดลองตามร้านมือถือนั้น มีคนผ่านไปผ่านมา มาลองเล่นเยอะมาก อาจไม่ใช่พนักงานก็เป็นได้ ขณะที่อีกด้านมองว่า หากเรื่องนี้เป็นเรื่องจริง การกระทำของพนักงานเหล่านี้ถือว่าแย่มาก เป็นการดูถูกลูกค้าอย่างไม่ควรให้อภัย

อย่างไรก็ตาม แอดมินเพจดังกล่าว ได้ออกมาแสดงความขอโทษ และจะเร่งติดตามข้อเท็จจริง โดยจะตรวจสอบกล้อง CCTV ว่าเหตุการณ์เป็นเช่นไร หากเป็นจริงจะดำเนินการตามมาตรการควบคุม

MThai News

รวบ! สาวแสบแจ้งความเท็จอ้างถูก ‘แก๊งโอรส’ ทำร้าย

ตำรวจ 191 รวบสาวแสบ แจ้งความเท็จ ปลอมเฟสบุ๊ค อ้างถูกสาวเชียงใหม่ สมาชิกแก๊งโอรส ทำร้าย ปล้นทรัพย์ และพยายามล่วงละเมิดทางเพศ สารภาพต้องการเรียกร้องความสนใจจากแฟนหนุ่ม

วันนี้ 19 ส.ค. พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ หลักบุญ ผู้บังคับการสายตรวจและปฎิบัติการพิเศษ 191 แถลงผลจับ น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 19 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนนทบุรี ข้อหาแจ้งความเท็จ เพื่อแกล้งให้ผู้อื่นต้องรับโทษฯ หลังนางสาวเอ ใช้ชื่อปลอมว่า น.ส.นาทัชชา สายแวว เข้าแจ้งความที่ สน.ทุ่งสองท้อง และ สภ.รัตนาธิเบศร์ จังหวัดนนทบุรี รวม 5 ครั้ง กล่าวหาว่า น.ส.ภิรมย์ยา กองเงิน เป็นแฟนของสมาชิกแก๊งโอรส ได้ทำร้ายร่างกาย ปล้นทรัพย์ และพยายาม ล่วงละเมิดทางเพศ

โดยน.ส.เอ ได้สร้างเฟสบุ๊คปลอมชื่อ “Ooy smil” ลงภาพสมาชิกแก๊งโอรส อ้างว่าเป็นของผู้ก่อเหตุ และนำมาใช้เป็นหลักฐานให้ตำรวจสับสน ซึ่งศาลได้ออกหมายจับน.ส.ภิรมย์ยา แต่ตำรวจ 191 พบพิรุธ และสืบสวนพบว่าเรื่องดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นจริง รวมทรัพย์สินที่อ้างว่าถูกปล้นไม่มีอยู่จริง ทำให้ น.ส.ภิรมย์ยา ได้รับความเสียหายตำรวจจึงขอศาลเพิกถอนหมายจับแล้ว

จากการสอบสวน น.ส.เอ อ้างว่า ตัวเองถูกทำร้าย 5 ครั้ง แต่ไม่ทราบชื่อนามสกุลผู้ก่อเหตุ จึงใช้ชื่อน.ส.ภิรมย์ยา ซึ่งเป็นอดีตลูกค้าที่เคยซื้อครีมกับตัวเองทางอินเทอร์เน็ต และอาศัยอยู่ จ.เชียงใหม่ เข้าแจ้งความโดยอ้างว่าลืมบัตรประชาชน และใช้ชื่อปลอม โดยไม่คาดคิดว่าตำรวจจะติดตามตัวได้

พร้อมแต่งเรื่องแก๊งโอรสขึ้นมา ให้เป็นเรื่องใหญ่ เพื่อเรียกร้องความสนใจจากแฟนหนุ่ม น.ส.เอ อ้างว่าตัวเองถูกทำร้าย 5 ครั้ง เนื่องจากทะเลาะวิวาทกับเพื่อน และปัญหาส่วนตัว เมื่อ 2 เดือนก่อน และขอโทษกับเรื่องที่เกิดขึ้น โดยไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องใหญ่ และตัวเองไม่รู้จักชื่อคนที่ทำร้ายจึงใช้ชื่อ น.ส.ภิรมย์ยา เข้าแจ้งความแทน ส่วนภาพแก๊งโอรส บันทึกภาพมาจากอินเทอร์เน็ต

ด้าน น.ส.ภิรมย์ยา กล่าวว่ารู้สึกตกใจมากเมื่อทราบว่าถูกออกหมายจับ จึงได้ลงบันทึกประจำวันไว้เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ และยืนยันตัวเองอาศัยอยู่ที่ จ.เชียงใหม่ เคยมาที่กรุงเทพฯ หลายปีแล้ว และไม่เคยรู้จักกับผู้ต้องหาหรือสมาชิกแก๊งโอรสแต่อย่างใด

ขอบคุณ มติชน

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News