เตือน!! 30 ก.ย.นี้ วันสุดท้าย ลงทะเบียนรับเงินเด็กแรกเกิด แนะแม่ยากจนอย่าลืม!!

คุณแม่ฐานะยากจนอย่าลืมไปใช้สิทธิ์ ลงทะเบียนรับเงินเด็กแรกเกิด หลังจะหมดเขต  30 ก.ย.นี้  

ความคืบหน้าจากกรณีที่คณะรัฐมนตรี ได้มีมติให้ขยายระยะเวลาการจ่ายเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด จากเดิมที่กำหนดให้จ่ายเงินตั้งแต่เด็กแรกเกิดจนอายุครบ 1 ปี จำนวนหัวละ 400 บาทต่อเดือน ขยายเป็นตั้งแต่แรกเกิดจนถึงอายุ 3 ปี พร้อมทั้งเพิ่มวงเงินเป็น 600 บาทต่อเดือน ตามที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พณ.) ได้ยื่นเสนอในที่ประชุมไปเมื่อวันที่ 22 มี.ค.59 ที่ผ่านมา โดยเด็กที่จะรับสิทธิ์ดังกล่าวต้องเกิดตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2558 ถึงวันที่ 30 ก.ย.59 นั้น

เงินเด็กแรกเกิด, ทารก

วันนี้ (15 ส.ค. 59) เพื่อเป็นการย้ำความจำไม่ให้คุณแม่ผู้ปกครองที่มีฐานะยากจนพลาดโอกาสในการรับสิทธิ ทางทีมข่าว MThai จึงขอเตือนอีกครั้งด้วยการเสนอข่าวว่า ภายในเดือนกันยายน หรือ 30 ก.ย.นี้ จะเป็นวันสุดท้ายในการเปิดลงทะเบียนรับสิทธิตามโครงการของรัฐ

ที่ต้องการให้คุณพ่อคุณแม่ นำเงินส่วนนี้ไปใช้แบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในการดูแลลูกๆ เพื่อทำให้เด็กแรกเกิดได้รับการเลี้ยงดูที่มีคุณภาพ เข้าถึงบริการทางสาธารณสุข สามารถส่งเสริมให้เด็กมีพัฒนาการเหมาะสมตามวัย เป็นพื้นฐานที่สำคัญในการพัฒนาอย่างต่อเนื่องในช่วงวัยอื่นๆ ได้

โดยคุณแม่ที่มีความประสงค์จะขอลงทะเบียนสามารถไปได้ที่องค์กรปกครองท้องถิ่น (อปท.) ทั่วประเทศ และที่สำนักงานเขตใน กทม.กรณีที่ลงทะเบียนไม่ทันตามกำหนดให้ยื่นเรื่องที่กรมกิจการเด็กและเยาวชน (ดย.) หรือที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.) ทุกจังหวัด

ซึ่งมีหลักเกณฑ์ในการลงทะเบียนรับเงินอุดหนุนเด็กแรกเกิด คือ

เกิดระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2558 ถึง 30 กันยายน 2559
พ่อแม่ หรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีสัญชาติไทย
มีรายได้เฉลี่ยต่อคน ต่ำกว่า 3,000 บาทต่อเดือน
ครอบครัวมีภาระพึ่งพิง หรือสภาพที่อยู่อาศัยทรุดโทรม หรือไม่มีรถยนต์ส่วนบุคคล หรือเป็นเกษตรกรที่มีที่ดินทำกินไม่เกิน 1 ไร่
ไม่ได้รับสวัสดิการอื่นๆ จากรัฐ รัฐวิสาหกิจ กองทุนประกันสังคม

สำหรับเอกสารในการลงทะเบียน ประกอบด้วย

แบบลงทะเบียน (ดร.01) (รับที่สถานที่ลงทะเบียน)
แบบรับรองสถานะของครัวเรือน (ดร.02) ที่ได้รับการรับรองแล้ว
สำเนาบัตรประชาชนของคุณแม่
สำเนาเอกสารการฝากครรภ์ หรือสมุดบันทึกสุขภาพแม่และเด็ก
สำเนาสูติบัตรเด็กแรกเกิด (นำมายื่นหลังคลอด)
สำเนาสมุดบัญชีธนาคารกรุงไทย (กรณีต้องการรับเงินผ่านบัญชี)
เมื่อลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว สามารถรับเงินด้วยตนเองได้ที่ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.) หรือ กรมกิจการเด็กและเยาวชน (ดย.) หรือรับผ่านบัญชีธนาคาร

หมายเหตุ
กรณีแม่เป็นบุคคลต่างด้าว ไม่มีสถานะทางทะเบียนราษฎร์ หรือเสียชีวิต อนุโลมให้พ่อสัญชาติไทยตามสูติบัตร ลงทะเบียนแทนได้

หรือหากอยากสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ สามารถติดต่อได้ที่

สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.)
กรมกิจการเด็กและเยาวชน (ดย.) โทร. 0-2651-6532
ศูนย์ช่วยเหลือสังคม (OSCC) โทร. 1300 ตลอด 24 ชั่วโมง

ขอบคุณภาพจาก mothersdigest.in.th

ปมบึ้มใต้!นายกฯขออย่ากดดัน-หยุดขัดแย้ง ชี้ยังไม่กล่าวหาใคร

 นายกฯ ประชุมสมช.คาดถกเข้มเหตุ “ระเบิดภาคใต้” ย้ำ ยังไร้สรุป-กล่าวหาใครอยู่เบื้องหลัง วอนทุกฝ่ายหยุดขัดแย้ง  หันหน้าช่วยจนท.ทำงาน 
ความเคลื่อนไหวที่ทำเนียบรัฐบาลในช่วงเช้าวันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. จะเป็นประธานการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช. ซึ่งคาดว่าการประชุมดังกล่าวเพื่อติดตามความคืบหน้าเหตุการณ์ลอบวางระเบิดและลอบวางเพลิงในหลายจังหวัดทางภาคใต้

Prayuth Chan-Ocha, Thailand's prime minister, attends the National Economic and Social Development Plan at the Impact Arena in Muang Thong Thani, Bangkok, Thailand, on Monday, Sept. 14, 2015. After two interest-rate cuts this year failed to stimulate growth and reverse a contraction in exports, the onus is on Prime Minister Prayuth's $6.5 billion stimulus program. Photographer: Dario Pignatelli/Bloomberg via Getty Images

นอกจากนี้ อาจจะมีการติดตามความคืบหน้าในการค้นหาเฮลิคอปเตอร์ รุ่น UH-72 หรือ ลาโกต้า ซึ่งมี พล.ต.นพพร เรือนจันทร์ ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 4 และผู้บัญชาการกองกำลังนเรศวร พร้อมนักบิน และช่างเครื่อง รวม 5 นาย หลังขาดการติดต่อในพื้นที่รอยต่อ อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน และ อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่

ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ได้กล่าวถึงเหตุระเบิดภาคใต้ว่า ขอทุกฝ่ายหยุดขัดแย้ง เพราะเจ้าหน้าที่ยังไม่ได้สรุปหรือกล่าวหาใครอยู่เบื้องหลัง พร้อมขออย่ากดดันเจ้าหน้าที่ทำงาน และขอให้ภาคประชาชนช่วยสอดส่องและแจ้งเบาะแส อย่างไรก็ตาม ยังได้หามาตรการเพิ่มความปลอดภัยระดับภูมิภาค โดยจัดสรรให้ภาคประชาชนจัดตั้งและดูแลกันเอง แต่ไม่ใช่การโยนความรับผิดชอบให้ประชาชน โดยจะจัดให้ภาครัฐคอยส่งเสริมและสนับสนุน เพื่อป้องกันเกิดเหตุซ้ำ

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

จ.ตากฝนตกต่อเนื่องหินถล่ม เตือนระวังน้ำป่าไหลหลาก

จ.ตากฝนตกต่อเนื่อง หินถล่มทับเส้นทาง น้ำป่าหลากเข้าท่วมบางส่วน ขณะระดับแม่น้ำเมยสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ประกาศแจ้งเตือนประชาชนระวังน้ำป่าไหลหลาก

วันนี้ 15 ส.ค. นายประสงค์ หล้าอ่อน นายอำเภอพบพระ จ.ตาก และนายธนยศ ปานขาว นายอำเภอแม่สอด จ.ตาก ได้มีประกาศแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ที่อยู่ติดริมแม่น้ำเมย ชายแดนไทย-เมียนมา และตามลำห้วยสายต่าง ๆ ให้เพิ่มความระมัดระวัง เนื่องจากขณะนี้มีฝนตกลงมาอย่างหนัก จนอาจส่งผลทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก

721411-01

ซึ่งขณะนี้ที่ อ.พบพระ ต้นกำเนิดแม่น้ำเมย มีระดับเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะแนวชายแดนไทย-เมียนมา รวมทั้งที่บ้านมอเกอร์ไทย หมู่ 1 บริเวณท่าข้ามบ้านมอเกอร์ไทย ต.วาเลย์ อ.พบพระ น้ำเพิ่มสูงขึ้นประมาณ 30 เซนติเมตรต่อชั่วโมง นายอำเภอพบพระจึงขอให้หมู่บ้านที่อยู่ท้ายแม่น้ำเมยเฝ้าระวังสถานการณ์

นอกจากนี้ บริเวณเส้นทางสายตาก-แม่สอด บริเวณเนินพิศวง ได้มีดินและหินจากภูเขา ถล่มลงมาทับเส้นทางบางส่วน ล่าสุด ร.ท.ศาศวัตรสัตยพงษ์ นายทหารหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 4 แม่สอด (ฉก.ร.4) ทำหน้าที่หัวหน้าด่านฝ่ายความมั่นคงห้วยหินฝน ได้นำกำลังทหาร ฉก.ร.4 แม่สอด ไปเคลียร์เส้นทาง นำดินออกและนำป้ายไปปิดกั้นให้ประชาชนเพิ่มความระมัดระวังการใช้เส้นทางสายดังกล่าวแล้ว

ขณะเดียวกัน ในพื้นที่ หลายตำบล ของ อ.แม่สอด และ อ.พบพระ เริ่มมีน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วม ตามเส้นทางถนนสายต่าง ๆ แล้ว รวมทั้งบ้านเรือนราษฎรและพื้นที่ทำการเกษตรน้ำเริ่มขังท่วม จากการที่ฝนได้กระหน่ำตกติดต่อกันมาหลายวัน ล่าสุดที่บ้านแม่โกนเกน ต.มหาวัน อ.แม่สอด จ.ตาก สะพานข้ามห้วยแม่โกนเกนที่ประชาชนใช้สัญจรไป-มา ขาด การคมนาคมใช้การไม่ได้

ที่มา… INN

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News