รวบหนุ่มลักพาตัว ‘น้องโจ้’ ใช้เกมล่อลวง ไปล่วงละเมิดทางเพศนาน 3 ปี

ตำรวจแถลงข่าว รวบหนุ่มวัย 42 ลักพาตัว ‘น้องโจ้’ ใช้เกมล่อลวง ไปล่วงละเมิดทางเพศนานกว่า 3 ปี

วันนี้(10 ส.ค.) เวลา 14.00 น. กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) นำโดย พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. แถลงข่าวจับกุมนายวิษณุ ศรีวอน อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 900 ต.ทะเลชุบศร อ.เมืองลพบุรี ข้อหาพาบุคคลอายุไม่เกิน 15 ปีไป เพื่อการอนาจารแม้ผู้นั้นจะยินยอมก็ตาม พรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ไปเสียจากบิดา มารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล โดยปราศจากเหตุอันสมควร

พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้รับการประสานจากมูลนิธิกระจกเงา สืบเนื่องจาก น.ส.รัตนาพร (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 30 ปี ได้แจ้งความไว้ที่ สภ.พระประแดง จ.สมุทรปราการว่า น้องโจ้ (นามสมมุติ) อายุ 11 ปี ลูกชาย นักเรียนชั้น ป.4 ได้หายตัวไปตั้งแต่วันที่ 2 ธ.ค. 56 ระหว่างที่เดินทางไปโรงเรียนแห่งหนึ่งย่านพระประแดง ก่อนหายตัวไปลูกชายได้หนีไปเล่นเกม ที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ย่านบางปะกอก มูลนิธิกระจกเงาได้มีการประกาศตามหา

กระทั่งต้นเดือน ส.ค. 59 มีพลเมืองดีแจ้งเบาะแส มายังมูลนิธิฯว่า พบเด็กคล้าย น้องโจ้ มากับชายคนหนึ่งมีตำหนิรูปพรรณผิวคล้ำ ผมสั้น คางเหลี่ยม สูงประมาณ 165 ซม. มักจะพาเด็กมาเล่นที่ร้านเกมเชวู ต่อมาวันที่ 9 ส.ค. ชุดสืบสวนกก.ดส. นำกำลังตรวจสอบพบ น้องโจ้ เล่นเกมอยู่ในร้าน จึงดักรอกระทั่งเจอ นายวิษณุ เดินทางมารับ น้องโจ้ เจ้าหน้าที่กก.ดส. เข้าไปสอบถาม นายวิษณุ อ้างว่า เป็นบิดาของ น้องโจ้ แต่เมื่อนำตัวไปสอบสวนไม่มีเอกสารยืนยัน หลังจากสอบปากคำ น้องโจ้ ให้การว่า นายวิษณุ ไม่ใช่บิดา

จากการสอบสวนนายวิษณุ รับสารภาพว่า ล่อลวง น้องโจ้ จากร้านเกม ย่านบางประกอก ไปอยู่ด้วยกันที่บ้านย่านบางประกอก ตั้งแต่ปี 56 นาน 3 ปี และล่วงละเมิดทางเพศมาโดยตลอด ผู้ต้องหาทราบว่า น้องโจ้ ติดเกมออนไลน์ จึงล่อหลอกเด็กด้วยการพาไปส่งร้านเกม ให้เงินวันละ 100 บาท จากนั้นตอนเย็นก็มารับกลับบ้าน ตรวจสอบประวัตินายวิษณุ ทราบว่า มีหมายจับศาลจังหวัดพิษณุโลก ที่ 135/2553 ลงวันที่ 31 พ.ค.53 ข้อหาพยายามกระชำเราเด็กอายุไม่เกิน 13 ปี แม้ผู้นั้นจะยินยอมก็ตาม ขณะนั้นบวชเป็นพระอยู่ที่วัดแห่งหนึ่ง อ.เนินมะปรางจ.พิษณุโลก นายวิษณุ ล่อลวงเด็กชาย 3 คน อายุ 8 ขวบ 2 คน และอายุ 11 ขวบ 1 คน เข้าไปในกุฏิวัดพยายามจะล่วงละเมิดทางเพศ หลังจาก สภ.เนินมะปราง ขออนุมัติออกหมายจับก็หลบหนีมาอยู่ในกทม. ทำอาชีพรับจ้างนวดแผนโบราณ พนักงานสอบสวนจะดำเนินคดีนายวิษณุ เพิ่มเติมในข้อหาข่มขืนกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี

ทางด้าน พ.ต.อ.เอกสฤษดิ์ วิโรจน์ยุติ ผกก.ดส. กล่าวว่า จากการสอบสวนทราบว่า นายวิษณุ เคยก่อคดีล่วงละเมิดทางเพศเด็กมาแล้ว 2 คดี มีผู้เสียหาย 4 ราย นอกจากนายวิษณุ จะประกอบอาชีพรับจ้างนวดแผนโบราณ ผู้ต้องหายังขายบริการทางเพศด้วย อยากเตือนผู้ปกครองและร้านเกม ให้ช่วยกันสอดส่องดูแลเด็ก การเล่นเกมก็ควรเล่นตามเวลาที่กฎหมายกำหนด ส่วน น้องโจ้ ขณะนี้ส่งตัวไปฟื้นฟูสภาพจิตใจที่สถานแรกรับเด็กชาย บ้านภูมิเวช ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ชุดจับกุมนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สน.ราษฎร์บูรณะ ดำเนินคดีต่อไป

ที่มา ข่าวสด

MThai News

อุทาหรณ์! ปู่เล่นโยนหลาน 3 ขวบ ถูกใบพัดลมเพดานฟันศีรษะสาหัส

อุทาหรณ์สอนให้ระวัง เด็กหญิงวัย 3 ขวบเจ็บสาหัสจากการถูกใบพัดลมเพดานฟันศีรษะ หลังปู่เล่นโยนหลานขึ้นฟ้า ด้านพ่อโพสต์วอนช่วยเหลือเรื่องค่ารักษา เหตุขายของที่มีอยู่เกือบหมดแต่ยังไม่พอใช้จ่ายช่วยลูก ชาวเน็ตสงสัยทำไม ? ไม่พาไปโรงพยาบาลรัฐ 

รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อช่วงเย็นวานนี้ (9 ส.ค. 59) รายการเรื่องเด่นเย็นนี้ ทางช่อง3 ได้มีการเผยแพร่เรื่องราวฝากไว้เป็นอุทาหรณ์ เตือนผู้ปกครองระมัดระวัง หลังเด็กหญิงคนหนึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการเล่นโยนขึ้นฟ้าของผู้ปกครอง (ปู่)

โดยรายงานระบุว่า ผู้บาดเจ็บชื่อว่าน้องอ้อม วัย 3 ขวบ มีบาดแผลฉกรรจ์ที่ศีรษะ นอนอยู่บนเตียงคนไข้ของโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดระยอง พร้อมกับคำบรรยายความเจ็บปวดของผู้เป็นพ่อแม่ บวกกับการประกาศขายสิ่งของเครื่องใช้ภายในบ้าน เพื่อนำเงินมาเป็นค่าใช้จ่ายในการรักษาลูกน้อย

พัดลม, น้องออม,

ที่ถูกแชร์ในโลกออนไลน์ ทราบว่าการบาดเจ็บของเด็กน้อย เกิดจากการเล่นกันระหว่างปู่กับหลาน โดยปู่โยนหลานขึ้นไปกลางอากาศแล้วก็รับ แต่บังเอิญว่าบริเวณนั้นมีพัดลมเพดาน ทำให้ศีรษะของน้องอ้อม ถูกใบพัดของพัดลมเพดานฟันเข้าอย่างแรง หนูน้อยบาดเจ็บสาหัส เพราะบาดแผลลึกจนถึงกระโหลก

อย่างไรก็ดีแม้อาการน้องดีขึ้น เริ่มยิ้มได้หัวเราะได้บ้างแล้ว แต่ยังต้องเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด ซึ่งล่าสุด พ่อแม่ได้นำน้องออกจากโรงพยาบาลมาดูแลที่บ้านแล้ว เนื่องจากสู้ค่าใช้จ่ายไม่ไหว ส่วนการประกาศขายทรัพย์สินในบ้านทั้งหมด เพื่อไปใช้หนี้ค่ารักษาที่หยิบยืมคนรอบข้างไปจ่ายให้กับโรงพยาบาล ซึ่งสูงถึง 60,000 บาทในคืนเดียว

ทั้งนี้หลังจากที่ข่าวดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปก็ทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็นโดยส่วนใหญ่ให้ผู้ปกครองควรหยุดเล่นกับเด็กด้วยวิธีดังกล่าวเพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจขึ้นซ้ำได้ ขณะเดียวกันก็มีคนเข้าไปตำหนิพ่อ-แม่ของเด็กหญิงคนดังกล่าวด้วยว่า ทำไมถึงพาลูกไปรักษาตัวในโรงพยาบาลที่ต้องเสียค่าใช้จ่ายแพง ทำไมถึงไม่ไปโรงพยาบาลของรัฐ จะได้ไม่ต้องมาแบกรับภาระเรื่องค่าใช้จ่ายจำนวนมหาศาลที่เกิดขึ้น

พัดลม, น้องออม,

ทนายเผย! นักโทษคดีข่มขืนธรรมดา ยังมีสิทธิได้รับการอภัยโทษ?

แฟนเพจทนายคู่ใจ เผย! เพราะอะไร? นักโทษคดีข่มขืนธรรมดา ยังมีสิทธิได้รับการอภัยโทษ

หลังจากราชกิจจานุเษกษา เผยแพร่พระราชกฤษฎีกา พระราชทานอภัยโทษ  เนื่องในโอกาสมหามงคล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ แต่เว้นคดีข่มขืน หลังประกาศดังกล่าวถูกเผยแพร่ ผู้คนต่างให้ความสนใจกรณีละเว้นการอภัยโทษนักโทษคดีข่มขืน

เนื่องจากก่อนหน้านี้มีคดีข่มขืนมากมายที่สะเทือนใจผู้คน จนมีการเรียกร้องให้เพิ่มบทลงโทษ ไปจนถึงเรียกร้องให้มีการประหารนักโทษคดีข่มขืน ล่าสุดวันนี้ (10ส.ค.) แฟนเพจ ทนายคู่ใจ ได้โพสต์ข้อความถึงกรณีดังกล่าว โดยระบุว่า ในส่วนของนักโทษคดีข่มขืนธรรมดานั้น ยังมีสิทธิได้รับการอภัยโทษอยู่

13938450_1155793111128368_2108735161684300955_n

รายละเอียดทั้งหมดที่ทางแฟนเพจ ทนายคู่ใจระบุมีดังนี้ …

ไหนบอกว่าจะไม่อภัยโทษให้พวกที่ติดคุกจากคดีข่มขืนไงล่ะ !!!

หลังจากที่พระราชกฤษฎีกาอภัยโทษได้ประกาศใช้ สื่อมวลชนสาขาต่าง ๆ ก็เสนอข่าวกันว่า “ไม่มีการอภัยโทษให้นักโทษข่มขืน” ผมเลยไปค้นกฎหมายฉบับนั้นดู ปรากฏว่าไม่ได้รับการยกเว้นอภัยโทษนักโทษคดีข่มขืนจริงด้วย แต่เป็นเฉพาะเคสข่มขืนที่มีลักษณะรุมโทรม ข่มขืนแล้วฆ่า ข่มขืนเด็ก

กล่าวคือเป็นเคสข่มขืนที่ร้ายแรง เป็นกรณีที่สังคมรุมด่า รุมประณาม อย่างกรณีของน้องที่โดนข่มขืนบนรถไฟแล้วโยนทิ้ง หรือเคสครูสาวที่โดนข่มขืนแล้วฆ่าปาดคอเท่านั้น ซึ่งกรณีเหล่านี้ไม่สามารถยอมความได้ พวกนี้จึงไม่สมควรได้รับการอภัยโทษ

แต่ปรากฏว่านักโทษคดีข่มขืนธรรมดานี่สิ ทำไมถึงยังมีสิทธิได้รับการอภัยโทษอยู่ละ เป็นเพราะอะไร ?

ตามประมวลกฎหมายอาญาม.276 วรรคแรก การข่มขืนกระทำชำเราแบบธรรมดา เป็นการข่มขืนที่ไม่ร้ายแรง เมื่อเป็นการใช้กำลังประทุษร้ายที่ไม่ได้ทำให้เหยื่อเสียชีวิต หรือได้รับอันตรายสาหัสและไม่ได้กระทำในที่สาธารณะ ก็เป็นความผิดที่สามารถยอมความได้ (ม.281) หมายความว่ากฎหมายได้แบ่งชนชั้นวรรณะของการข่มขืน เป็นกรณีร้ายแรง กับธรรมดา ยอมความได้ กับยอมความไม่ได้หรือเนี่ย ? ตราบใดที่การข่มขืนแบบไม่ร้ายแรง ยังสามารถยอมความกันได้ และยังได้รับการอภัยโทษอยู่ คุณคิดจริง ๆ หรือว่า จะทำให้คดีข่มขืนลดลงไปจากสังคม ?

เรื่องนี้สังคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ต้องถกเถียงเรื่องความเหมาะสมกันต่อไป หรือจะปล่อยนักโทษข่มขืนพวกนี้ออกมาเพ่นพ่านในสังคมละครับ

คลิ๊กอ่านข่าว >>> โปรดเกล้าฯ อภัยโทษ ‘ผู้ต้องราชทัณฑ์’ เว้นคดีข่มขืน

MThai News

ขอบคุณข้อมูลจาก แฟนเพจ ทนายคู่ใจ