ออมสินยันไม่จริง!! ออกแบงก์ทองคำให้สะสม ยันแค่ข่าวมั่ว

“ธ.ออมสิน” แจงข่าวมั่วบนโลกออนไลน์ที่ให้แลกธนบัตรผลิตด้วยทองคำ 24 เค ให้ประชาชนได้สะสมและเก็บเป็นที่ระลึก

วันนี้ (9 ส.ค. 59) ธนาคารออมสินได้ออกมาชี้แจง ถึงกรณีที่มีคนส่งต่อข้อมูลข่าวลือในโลกออนไลน์ว่า ธนาคารออมสิน และธนาคารกรุงไทย เตรียมเปิดให้แลกธนบัตรทองคำในราคาต่างๆ เพื่อให้ประชาชนสะสมและเก็บเป็นที่ระลึก ในราคา 3,500 บาท ต่อใบว่า

แบงก์ทองคำ, ธนบัตรทองคำ, ธนาคารออมสิน


เรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง และขอแจ้งให้ทราบว่า ธนาคารไม่ได้มีการจำหน่าย หรือรับแลกธนบัตรดังกล่าวแต่อย่างใด ทั้งนี้ ธนาคารออมสินได้สอบถามไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แล้ว และได้รับการยืนยันว่า ธปท.ไม่ได้มีการพิมพ์หรือจำหน่ายธนบัตรประเภทดังกล่าวเช่นกัน

ธนบัตรทองคำ, แบงก์ทองคำ

ธนบัตรทองคำ, แบงก์ทองคำ

CblxeQ3UUAQLefq

แมวมอง เล็งพาสาวไซด์ไลน์ในคลิปฉาว เข้าวงการ

นักปั่น เตรียมพาสาวไซด์ไลน์เข้าวงการนางแบบ ขณะที่สังคมห่วง จากไซด์ไลน์กลายเป็นเน็ตไอดอล หวั่นเป็นตัวอย่างที่ไม่ดี 

ยังคงเป็นประเด็นร้อนที่ถูกพูดถึงอย่างต่อเนื่องในขณะนี้ หลังพริตตี้สาวคนหนึ่งได้ถ่ายคลิปขณะจับได้ว่าแฟนหนุ่มพาสาวไซด์ไลน์มาที่คอนโด และกำลังนัวเนียกันอยู่ รวมถึงได้มีการไล่ให้ฝ่ายสาวไซด์ไลน์ออกไปแต่งตัวนอกห้อง ซึ่งต่อมาทางฝ่ายสาวไซด์ไลน์ได้เดินทางเข้าแจ้งความแล้ว ตามข่าวที่เคยนำเสนอไปแล้วนั้น

ล่าสุด มีรายงานระบุว่า นักปั้นนางแบบชื่อดัง ได้ประกาศตามหาสาวไซด์ไลน์คนดังกล่าว จะพาเข้าวงการ เพื่อถ่ายแบบแนวเซ็กซี่ และนักปั้นก็ได้เจอตัวสาวไซด์ไลน์แล้ว พร้อมสัญญาว่าจะเปลี่ยนชีวิตให้สาวไซด์ไลน์ด้วยการให้เข้าอยู่ในสังกัดนางแบบ ซึ่งสาวไซด์ไลน์ก็ตอบตกลงแล้วด้วย

นอกจากนี้ เพจ Drama-addict ก็ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวด้วย โดยระบุว่า การที่สาวไซด์ไลน์ไปแจ้งความก็ถือว่าเป็นเรื่องดี และเป็นสิทธิของน้องเขา ส่วนการที่มีคนชวนไปทำอาชีพอื่น และเลิกเป็นไซด์ไลน์ก็ถือว่าดี ติดแต่ตรงที่ว่าอาชีพ “ไซด์ไลน์” เป็นอาชีพที่ค่อนข้างสีเทา เกรงว่าจะมีคนเข้าใจว่าทำอาชีพนี้พอมีดราม่าก็ได้เข้าวงการบันเทิงแบบง่าย ๆ

หลังจากที่เรื่องราวดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ออกไป ชาวเน็ตต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นนี้จำนวนมาก ส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับการเปลี่ยนอาชีพเข้าสู่วงการบันเทิง เพราะไม่อยากให้สาวไซด์ไลน์กลายเป็นเน็ตไอดอล เนื่องจากอาชีพดังกล่าวไม่ใช่ตัวอย่างที่ดีของสังคม

ที่มา workpointtv / Drama-addict

MThai News

ดราม่า! ผู้ใหญ่บ้านก้มกราบกลางที่ประชุม วอนเลิกเก็บงบสูตรลับ..!?

ดราม่า! ผู้ใหญ่บ้าน อ.สิชล จ.จ.นครศรีธรรมราช ก้มกราบกลางที่ประชุมผู้ใหญ่บ้าน วอนเลิกเก็บงบสูตรลับโครงการประชารัฐ

วันนี้ 9 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายว่า โลกโซเชียลได้มีการเผยแพร่คลิปภาพการประชุมของข้าราชการที่แต่งชุดสีกากี มือถือไมค์ และยืนกล่าวหน้าห้องประชุม และบนเวทีมีข้าราชการแต่งชุดสีกากี และชุดข้าราชการตำรวจ จำนวน 2 คน นั่งอยู่บนโต๊ะหน้าที่ประชุม จากการตรวจสอบคลิปดังกล่าวพบว่าเป็นคลิปที่ถ่ายในการประชุมของกลุ่มข้าราชการ และกลุ่มผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช

โดยคลิปมีการระบุว่า “ผู้ใหญ่บ้านเมืองคอน ก้มลงกราบกลางประชุม ขอร้องเลิกเก็บงบสูตรลับ ด้วยความเคารพผมเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของท่าน วันนี้มีเรื่องไม่สบายใจ กับเสียงด่าของเหล่าข้าราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน พี่น้องชาวอำเภอสิชลด่า ด้วยเรื่องสูตรลับ จึงอยากจะบอกให้ท่านทราบว่าเกิดอะไรขึ้น

เราพี่น้องชาวอำเภอสิชลที่อยู่กันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ ร่วมกันต่อสู้เพื่อให้เกิดเมืองนี้ เมืองแห่งการต่อสู้เพื่อความถูกต้อง นั่นเป็นความภาคภูมิใจในการต่อสู้มาจนถึงทุกวันนี้ แต่เสียงด่าที่ดังวนเวียนเข้ามาในหูของพวกเรา ท่านเคยถามพวกเราบ้างหรือไม่ เคยถามถึงความสมัครใจกันหรือไม่ ที่สูตรลับของท่านเกิดขึ้นมาในโครงการประชารัฐของรัฐบาล พวกเรารักท่าน เคารพท่าน พอเถอะ หยุดเถอะครับ ด้วยความเคารพ”

จากนั้นผู้ใหญ่บ้านคนดังกล่าวจึงก้มลงกราบกับพื้น และเกิดเสียงฮือฮาขึ้นในที่ประชุม พร้อมกับเสียงของประธานในที่ประชุมที่กล่าวว่า “มาคุยส่วนตัวได้”

จากการสอบถามผู้ใหญ่บ้ารายหนึ่งในพื้นที่ อ.สิชล ได้รับการเปิดเผยว่า คลิปดังกล่าวเป็นคลิปที่เกิดขึ้นจริงในที่ประชุมประจำเดือนของกำนันผู้ใหญ่บ้านพื้นที่ อ.สิชล และได้มีการแชร์คลิปดังกล่าวอย่งกว้างขวางบนโลกโซเชียล ซึ่งเจตนาผู้ที่แชร์คลิปต้องการให้ประชาชน ผู้รับเหมา ได้รับทราบว่ามีการเรียกเก็บสูตรลับจากทางอำเภอ

ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นน่าจะเป็นคับแค้นใจที่ถูกเรียกเก็บเงินใต้โต๊ะจากโครงการประชารัฐของรัฐบาล ตามสูตรลับที่ชาวบ้าน ผู้รับเหมาโครงการรัฐบาล เพราะโครงการเหล่านี้จะต้องเป็นโครงการประชารัฐของรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นโครงการ 2 แสน หรือตำบลละ 5 ล้านบาท วันนี้พวกเราผู้ใหญ่บ้านโดนด่ากันว่าหักเงินค่าโครงการประชารัฐ ตามสูตร 8-10-15 ไปจนถึงสูตร 25-30-35

จึงไม่แปลกใจ ว่าทำไมประชาชนถึงด่าว่าถนนทำไม่นานก็พัง หรือตลิ่งทำยังไม่เรียบร้อยผู้รับเหมาทิ้งงาน ล้วนแล้วแต่มีเหตุที่เกิดขึ้น เงินจากโครงการประชารัฐของรัฐบาลทำให้ เพื่อเกิดการหมุนเวียนกันในท้องถิ่น เมื่อเงินไม่ครบตามจำนวน เนื้องานที่ออกมาก็ไม่เสร็จสมบรูณ์ สูตรลับดังกล่าว ผมว่าไม่เพียงแต่ที่พื้นที่อำเภอสิชล ทุกพื้นที่ก็มีทั้งนั้น ไม่เชื่อลองสอบถามดู เพียงแต่ว่าใครจะกล้าบอกเท่านั้นเอง

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News