จักรพรรดิอะกิฮิโตะ ประสบปัญหาสุขภาพ ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้

สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ แห่งราชวงศ์ญี่ปุ่นประสบปัญหาสุขภาพ ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ 

Japanese Emperor Akihito delivers his opening address for the extraordinary Diet session at the National Diet in Tokyo on August 1, 2016. / AFP / TORU YAMANAKA (Photo credit should read TORU YAMANAKA/AFP/Getty Images)
สมเด็จพระจักรพรรดิอะกิฮิโตะ

หลังจากที่เมื่อกลางเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา มีข่าวลือว่า สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ แห่งราชวงศ์ญี่ปุ่น กำลังจะสละราชสมบัติซึ่งต่อมา ราชสำนักญี่ปุ่นออกมาปฏิเสธข่าวดังกล่าว พร้อมทั้งระบุว่า ข่าวดังกล่าวไม่มีมูลความจริง เพราะกฎมณเฑียรบาลของญี่ปุ่น ไม่มีบทบัญญัติเกี่ยวกับการสละราชสมบัติ หากพระจักรพรรดิ อะคิฮิโตะ สละราชบัลลังก์ จะนับเป็นครั้งแรกในช่วงเวลา 200 ปีของญี่ปุ่น

ล่าสุดสำนักข่าวบีบีซี ได้รายงานข่าวอีกครั้ง ว่าสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ แห่งราชวงศ์ญี่ปุ่น ออกแถลงการณ์ด้วยพระองค์เอง เกี่ยวกับการส่งสัญญาณว่ามีพระราชประสงค์ที่จะสละราชสมบัติ เนื่องจากทรงพระประชวรอยู่บ่อยครั้ง และยังประสบปัญหาสุขภาพ ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ในขณะนี้ ซึ่งอาจเป็นการส่งสัญญาณไปถึงรัฐบาลญี่ปุ่นให้ดำเนินการต่อไป

อย่างไรก็ตาม นายชินโสะ อาเบะ นายกรัฐมนตรีแห่งญี่ปุ่น จะออกมากล่าวถึงเรื่องดังกล่าวในอีกไม่ช้า ซึ่งหากจะมีการสละราชสมบัติเกิดขึ้นจริง อาจต้องมีการเปลี่ยนแปลงกฎมณเฑียรบาลของญี่ปุ่นขึ้น

ที่มา  www.bbc.com

จิตแพทย์เตือน! เล่นโปเกมอนอย่างมีสติ อย่าให้เกมควบคุมตัวเอง

จิตแพทย์เตือน เกมโปเกมอน ให้เล่นอย่างมีสติ อย่าให้เกมควบคุมตัวเอง ผลเสียอาจเกิดขึ้นได้

วันนี้ (8 ส.ค.) นพ.วรตม์ โชติพิทยสุนนท์ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น กรมสุขภาพจิต ได้ออกมาโพสต์เตือนผ่านทางเฟซบุ๊ก “Nat Varoth” ว่า เนื่องด้วยในสภาพแวดล้อมของประเทศไทยเช่นนี้ อยากให้คนไทยที่ออกตามล่าโปเกมอนในเกม Pokemon Go ให้ระมัดระวังให้มาก ๆ เนื่องจากการก้มหน้าก้มตามองดูแต่ในโทรศัพท์ จะทำให้เกิดอุบัติเหตุได้โดยง่าย รวมไปถึงอาชญากรรมที่เชื่อว่ามีกลุ่มมิจฉาชีพจ้องหาโอกาสอยู่

ทั้งนี้ อันตรายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นอาจจะส่งผลร้ายแรงจนถึงชีวิตได้ จึงอยากให้ชาวไทยตระหนักกันให้มากต้องเล่นเกมอย่างมีสติและพอดี ให้เราเป็นคนควบคุมเกม อย่าให้เกมมาเป็นตัวควบคุมเราได้ และอย่าลืมหันไปคุยกับคนข้าง ๆ ด้วย

719736-01

MThai News

ที่มา INN , อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่ >>> Nat Varoth

แชร์ว่อน! “แฟลตตำรวจหรือสลัม” รกร้างสร้างไม่เสร็จ ประตูไม่มี ไร้น้ำไฟ

รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติรับภาพ “แฟลตตำรวจหรือสลัม” ที่ยะลา รกร้างสร้างไม่เสร็จเป็นเรื่องจริง เผยผู้รับเหมาทิ้งงานไปกว่า 10 ปี ระบุได้ดำเนินการแก้ไขแล้ว 

เป็นเรื่องราวที่ผู้คนบนโลกออนไลน์ต่างพากันวิพากษ์วิจารณือย่างหนักหลังแฟนเพจ ตำรวจไทย สู้ๆ ได้โพสต์ภาพ แฟลตสถานีตำรวจภูธรท่าธง จว.ยะลา ที่อยู่ในสภาพรกร้างพร้อมระบุข้อความไว้ว่า …

“แฟลตตำรวจ หรือ สลัม” ขอโทษต้องใช้คำนี้ สภาพแบบนี้คงไม่ได้มีแค่ที่นี่ที่เดียวแน่นอน ชีวิตตำรวจชั้นผู้น้อย มันช่างไร้เสียง ไร้พลัง และไร้อำนาจ ปฏิรูปตำรวจสัก 1,000 ครั้ง ก็ไม่รู้จะแก้ได้ไหม มัวแต่เอาด้านลบมายำ มาอ้าง มาเผยแพร่ เพื่อให้ตำรวจด้อยลงในสายตาประชาชน จะได้เป็นข้ออ้างในการปฏิรูปตำรวจ ‪‎หรือข้ออ้างที่จะตัดแขนตัดขาตำรวจก็ไม่รู้‬

ไม่มีใครสนใจความเป็นอยู่ของตำรวจชั้นผู้น้อยอย่างพวกผมเลยว่าจะอยู่กันอย่างไร ลำบากแค่ไหน ‪ภาพที่เห็น‬ เมื่อเขาสร้างมาให้แค่นี้ เราก็ต่อเติมเอาเองละกัน ดีกว่านอนตากน้ำค้าง สภาพเดิมมีแต่โครง เสาปูน นี่สภาพต่อเติมกันเอง จากทุนส่วนตัว แฟลตสร้างไม่เสร็จ ประตูไม่มี ไฟฟ้าไม่มีใช้ ห้องน้ำใช้ไม่ได้ ต้องลงมาอาบข้างล่าง ผลงานบาปในอดีต… แฟลตสถานีตำรวจภูธรท่าธง จว.ยะลา

13882678_980323178743998_7617356535634647943_n

ล่าสุดวันนี้ (8 ส.ค.) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนะเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติเปิดเผยว่า ยอมรับกรณีเฟซบุ๊ก ตำรวจไทย สู้ ๆ โพสต์ภาพ “แฟลตตำรวจหรือสลัม” ในพื้นที่ สภ.ท่าธง จ.ยะลา ที่รกร้างสร้างไม่เสร็จ ผู้รับเหมาทิ้งงานไปกว่า 10 ปี หลังคาไม่ดี ประตูไม่มี น้ำรั่ว ห้องน้ำใช้ไม่ได้ เป็นเรื่องจริงเนื่องจากยังดำเนินการก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ แต่ได้ดำเนินการแก้ไขแล้ว

โดยให้ข้าราชการตำรวจไปอาศัยอยู่ที่บ้านน็อคดาวน์ และหอประชุมเป็นการชั่วคราว แต่ได้มีข้าราชการตำรวจบางส่วน สมัครใจเข้าไปอยู่ที่แฟลตที่ยังก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ เนื่องจากมีครอบครัวจึงต่อน้ำ และไฟฟ้าจากชุมชนเข้าไปเพื่อแก้ปัญเฉพาะหน้า และจะเร่งดำเนินการของบประมาณมาก่อสร้างให้แล้วเสร็จ ส่วนกรณีที่ตั้งข้อสังเกตว่า หากเป็นการสมัครไปอยู่ เพราะเหตุใดตำรวจถึงนำภาพมาโพสต์นั้น มองว่าส่วนหนึ่งอาจต้องการแสดงให้เห็นถึงการทำงานของเจ้าหน้าที่

รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า การออกมาโพสต์ภาพดังกล่าวนั้น เชื่อว่าไม่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของตำรวจ เพราะเป็นการกระทำส่วนบุคคล และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีการแก้ไขปัญหาอยู่แล้ว

MThai News

ขอบคุณภาพจาก แฟนเพจ ตำรวจไทย สู้ๆ , INN