อีกหนึ่งประเด็นที่ประชาชนให้ความสนใจอยู่ในขณะนี้ เนื่องจากเป็นช่วงโค้งสุดท้าย ที่คนไทยทั้งประเทศ จะได้ออกมาใช้สิทธิออกเสียงลงประชามติกัน ในวันที่ 7 ส.ค.2559 ซึ่งการออกเสียงประชามติในครั้งนี้ เป็นเรื่องเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญ การลงประชามติมีสองคำถาม คือ คำถามแรก “ให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ” และ คำถามที่สอง “ให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ ให้ ส.ว.ที่ได้รับการแต่งตั้งจาก คสช. ร่วมกับ ส.ส.เลือกนายกรัฐมนตรีเฉพาะ 5 ปีแรก”
โดยการออกเสียงประชามติมี 2 ตัวเลือกเท่านั้นคือ “เห็นชอบ” กับ “ไม่เห็นชอบ” ผู้ไปใช้สิทธิต้องกากบาทในช่องที่เลือกเท่านั้น ห้ามขีด เขียนเครื่องหมายอื่นๆ ไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นบัตรเสียทันที

“บัตรดี” คือ กากบาทเลือกข้อใดข้อหนึ่งของทั้ง 2 คำถาม
“บัตรเสีย” คือไม่กากบาทในช่องใดช่องหนึ่งเลยหรือเขียนอะไรที่ไม่ใช่กากบาทลงในบัตรเลือกตั้ง
“บัตรดีบางส่วน” คือ กากบาทเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบอันใดอันหนึ่งในคำถามที่ 1 หรือคำถามที่ 2 โดยการนับคะแนนจะแยกเป็นรายคำถาม ถ้าหากคิดว่า ไม่เข้าใจ, ไม่ชอบหรือไม่อยากตอบคำถามใดสามารถเว้นว่างไว้ได้
ก่อนถึงวันลงประชามติก็มีเรื่องราวให้ผู้คนได้วิพากษ์วิจารณ์เกิดขึ้นมากมาย วันนี้ MThai News ได้หยิบยกประเด็นเหล่านี้มาเล่าสู่กันฟังอีกครั้ง
เมื่อวันที่ 21 ก.ค.59 เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้รับแจ้งจาก สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งจังหวัดสตูล (กกต.) ว่ามีการทำลายรายชื่อผู้มีสิทธิ์ออกเสียง ภายในอาคารโรงเรียน จุดติดประกาศประชาสัมพันธ์ร่างประชามติ และบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิ์ออกเสียง โดยพบร่องรอยการถูกดึงกระชาก บัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิ์ลงมติร่างประชามติ ขยำและจุดไฟเผาไหม้เพียงครึ่งหนึ่งเท่านั้น ในส่วนอื่นยังปกติ

ต่อมาเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ก่อเหตุได้แล้ว เป็นเยาวชนชาย อายุเพียง 15 ปี จากการสอบปากคำของเยาวชน พบว่า เอกสารรายชื่อได้ปลิวหล่นลงมา ซึ่งตนเองไม่ได้ดึงออกมา เพราะเห็นกองอยู่ที่พื้น และไม่ได้ดูว่าเป็นกระดาษสำคัญจึงจุดเผาเล่น แต่ไม่คิดจะทำลายหรือก่อกวน เบื้องต้น ได้ว่ากล่าวตักเตือนไป เพราะถือว่ายังเป็นเยาวชน พร้อมกับสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกพื้นที่เข้มงวดดูแลหน่วยเลือกตั้งออกเสียงประชามัติ เพื่อความปลอดภัยและป้องกันการก่อกวนทุกรูปแบบ
เมื่อวันที่ 24 ก.ค.59 นอกจากนี้ที่ อ.เมือง จ.พิจิตร ซึ่งเป็นหน่วยออกเสียงลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ หน่วยที่ 1 พบ มีกระดาษบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงลงประชามติ ถูกฉีกไปจำนวน 5 แผ่น จากทั้งหมด 15 แผ่น และกระดาษประกาศรายละเอียดการออกเสียงประชามติที่ติดอยู่ในหน่วยตรวจสอบรายชื่อถูกฉีกไปอีกจำนวน 7 แผ่น จากทั้งหมด 10 แผ่น รวมเสียหายทั้งหมด 12 แผ่น เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

ทั้งนี้ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ช่วงสายที่ผ่านมามีฝูงลิงแสมที่อาศัยอยู่บริเวณ วัดหาดมูลกระบือ เกือบ 100 ตัว ยกฝูงขึ้นไปฉีกกระดาษออกเสียงลงประชามติเล่นจนผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 มาพบและทำการไล่ฝูงลิงออกไป แต่ฝูงลิงยังถือกระดาษที่ฉีกแล้วติดมือไปด้วยอีกหลายแผ่น เลยทำการล้อมจับ แต่ลิงฝูงดังกล่าวได้ทิ้งกระดาษบัญชีรายชื่อไว้และปีนไต่หลบหนีไป จึงได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน
หลังเกิดเหตุชาวบ้านร่วมกันนำผลไม้ กล้วย แตงโม ถั่วฝักยาว แตงกวา จำนวนมาก ไปเลี้ยงฝูงลิงดังกล่าวเพื่อเป็นการผูกมิตรไมตรี ส่วนทางเจ้าหน้าที่งได้มีการนำบัญชีรายชื่อชุดใหม่ไปติดประกาศ โดยจุดที่ติดประกาศครั้งใหม่ มีกระจกใสจึงมั่นใจว่าจะสามารถแก้ปัญหาจากที่เคยเกิดขึ้นได้
ล่าสุด เมื่อวันที่ 2 ส.ค. ที่ผ่านมา นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการ กกต. ได้ทำการทดสอบหีบบัตรออกเสียงประชามติรูปแบบใหม่ มีอายุการใช้งาน 10 ปี รับน้ำหนักได้ 100 กิโลกรัม ทนความร้อนได้ 56 องศาเซลเซียส ราคาต้นทุนใบละ 244 บาท ต่ำกว่าราคากลาง 6 บาท คือ 250 บาท โดยสาเหตุที่เปลี่ยนใหม่ เพราะหีบบัตรเดิมเป็นกล่องกระดาษเคลือบด้วยพีวีซี แม้ต้นทุนจะใบละ 180 บาท แต่กลับใช้ได้ประมาณ 1-2 ครั้งก็ต้องเปลี่ยนใหม่ ดังนั้นของใหม่จึงมีความคุ้มค่ามากกว่า หลังจากนายสมชัยโยนไปประมาณ 4 ครั้ง หีบบัตรออกเสียงดังกล่าวก็แตก

หลังจากการทดสอบดังกล่าวทำให้นายสมชัย ได้ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กเผย ข้อดีหลังโชว์โยนหีบบัตรจนแตกกระจาย โดยมีข้อความระบุว่า…
Positive thinking เรื่อง โยนหีบแตก
- ได้รู้ความคงทนถาวรของหีบที่แท้ ไม่ใช่แค่ใน spec. พนักงาน กกต.จะได้เพิ่มความระมัดระวังในการดูแลรักษาให้ใช้การได้ยาวนานตามที่คาดหวัง
- ทำให้ข่าวประชามติ มีข่าวที่สนุกสนาน รื่นเริงบ้าง หลังจากมีแต่ข่าวเครียด รับ ไม่รับ ฉีก ไม่ฉีก เด็กหรือ ลิง ซ้ำซากประมาณนี้
- ใครไม่รู้จัก อ.สมชัย ได้รู้จักกันทั้งประเทศยิ่งขึ้น
- ทำให้ประชาชนรู้ว่าใกล้ถึงวันออกเสียงประชามติแล้ว ตอนนี้ใครไม่รู้ อาจมีทุ่มซ้ำ

อย่างไรก็ตามภายหลังเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นได้มีการทดสอบความทนทานของหีบบัตรอีกครั้งหนึ่ง โดยในครั้งนี้ได้ให้ผู้สื่อข่าวร่วมทดสอบ โดยการขึ้นไปยืนบนหีบบัตร และโยนลงพื้น ซึ่งคราวนี้หีบบัตรไม่มีการแตกสลายแต่อย่างใด
ทั้งนี้ทาง MThai News ขอเชิญชวนประชาชนทุกท่านร่วมใช้สิทธิออกเสียงลงประชามติ ในวันอาทิตย์ที่ 7 ส.ค. ที่จะถึงนี้ ซึ่งการออกเสียงลงประชามติเริ่มตั้งแต่เวลา 08.00 น. และจะปิดลงในเวลา 16.00 น. อย่าลืมเตรียมบัตรประจำตัวประชาชน, บัตรประจำตัวประชาชนที่หมดอายุ, บัตรหรือหลักฐานอื่นใดของทางราชการหรือหน่วยงานของรัฐที่มีรูปถ่ายและมีเลขประจำตัวประชาชนของผู้ถือบัตร ให้พร้อมเพื่อแสดงตนในการไปออกเสียง
MThai News
ขอบคุณข้อมูลจาก ถาม-ตอบ 20 ข้อสงสัย ก่อนประชามติ 7 สิงหาคม , Srisutthiyakorn Somchai


