บรูไนเริ่มใช้กฏหมายเฆี่ยนลงโทษกลุ่มคนรักร่วมเพศ

บรูไนจะเริ่มใช้กฏหมาย ลงโทษด้วยการเฆี่ยนตี ผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับการละเมิดทางเพศ และผู้ที่ทำการผิดประเวณี

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานข่าว กรณีที่สุลต่านแห่งบรูไนดารุสสาลามได้ปรับใช้กฏหมายรัฐธรรมนูญแห่งชาติด้วยนำกฏหมายอิสลามมาประกาศใช้ โดยกฏหมายฉบับนี้จะลงโทษ ผู้ที่กระทำความผิดทางเพศ การมีความสัมพันธ์ทางเพศก่อนแต่งงาน การข่มขืน และการรักร่วมเพศที่มักเกิดจากกลุ่มเพศทางเลือก โดยใช้การเฆี่ยนตี หรืออาจมีโทษถึงชีวิต

BEVERLY HILLS, CA - MAY 5:  Demonstrators protest draconian punishment of women and gay people announced by the Sultan of Brunei near the Beverly Hills Hotel, which is owned by the Sultan, on May 5, 2014 in Beverly Hills, California. The Sultan of Brunei is planning to implement a brand of Sharia Penal Code which calls for the stoning of people for various offenses including homosexual acts, adultery, sodomy and extramarital sexual relations, a move that has been criticized by The United Nations. (Photo by David McNew/Getty Images)
การประท้วงต่อต้านกฎหมายที่รุนแรงในบรูไน

โดยบทลงโทษดังกล่าว อ้างอิงจากโองการของอัลกุรอานและอัลฮาดิษ ที่อาจเริ่มมีผลใช้จริงในวันนี้ (2 ส.ค.)

กลุ่มเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติหรือยูเอ็นเฮชซีอาร์ ตั้งคำถามต่อ รัฐบาลภายใต้สุลต่านฮาซานัล โบลเกียร์ โดย นายโรเพอรต์ คอลวิลลี่ กล่าวว่า การดำเนินการสำหรับทุกๆ บทลงโทษของตัวบทกฏหมาย ถือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานของสากล และได้เรียกร้องให้รัฐบาลบรูไน ชะลอการประกาศใช้กฏหมายดังกล่าวออกไปก่อน และควรทำการศึกษาอย่างถี่ถ้วนเพื่อเป็นการเลือกแนวทางที่ดีที่สุดที่เหมาะสมกับพื้นฐานของหลักการสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ

ทั้งนี้กลุ่มรักร่วมเพศ มีปฏิกริยาในเชิงไม่เห็นด้วยต่อกฏหมายฉบับดังกล่าว ด้วยแสดงออกทางการต่อต้านทางสัญลักษณ์หน้าโรงแรมแห่งหนึ่ง ซึ่งมีชื่อ สุลต่านฮาซานัล โบยเกียร์ ร่วมลงทุนอยู่ด้วย

อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่ปี 1957 ยังไม่เคยมีการดำเนินคดี พิพากษาประหารชีวิตผู้กระทำความผิดดังกล่าวมาก่อน ส่วนทางด้านยูเอ็นเฮชซีอาร์ได้เรียกร้องไปยังสุลต่านบรูไนเพื่อยุติและยกเลิกกฏหมายดังกล่าว

อย่างหลอน!! ภาพศพหญิงติดต้นกระถิน คาดถูกกิ่งทับคอหักตาย

ภาพชวนสยอง หญิงกลายเป็นศพยืนตายบนต้นกระถิน กลางทุ่งนาในอ.ตระการพืชผล จ.อุบลราชธานี คาดถูกกิ่งไม้หักทับระหว่างขึ้นไปตัดบนต้น

เพจ “หน่วยกู้ภัยจีตัมเกาะ จุดตระการพืชผล” จ.อุบลราชธานี ได้มีการเผยแพร่ภาพสุดสยองชวนขนหัวลุก หลังมีคนพบศพผู้หญิงคนหนึ่งเสียชีวิตอย่างปริศนาอยู่บนต้นกระถินบริเวณทุ่งนาผืนหนึ่ง ในพื้นที่บ้านดอนงัว ต.ไหล่ทุ่ง อ.ตระการพืชผล จ.อุบลราชธานี

ข่าวจังหวัดอุบลราชธานี, ศพ, ต้นกระถิน

โดยภาพได้เผยเห็นร่างของผู้เสียชีวิตยืนอยู่บนกิ่งไม้ขนาดใหญ่ แล้วถูกกิ่งไม้อีกท่อนหักทับอยู่ตรงกลางหน้าอก จนทำให้หน้าอกและคอหัก ทราบชื่อผู้ตายต่อมาคือ นางกุหลาบ จันทร์ อายุ 64 ปี เจ้าของที่นาดังกล่าว

ทั้งนี้จากการสอบสวนทราบว่าผู้ตายได้ออกมาที่นาตัวเองเป็นประจำ วันนี้ (2 ส.ค. 59) ก็ออกไปปกติ แต่พลบค่ำแล้วยังไม่กลับมา ญาติพี่น้องออกตามหาตามบ้านญาติบ้านเพื่อนก็ไม่เจอตัว จึงไปดูที่ที่นา ถึงพบศพเสียชีวิตอยู่บนต้นกระถิน เชื่อว่าผู้ตายได้ปีนขึ้นไปตัดต้นกระถิน แต่พลาดจนทำให้ต้นไม้หักทับร่างจนเสียชีวิตดังกล่าว

ข่าวจังหวัดอุบลราชธานี, ศพ, ต้นกระถิน

ขอบคุณภาพจาก หน่วยกู้ภัยจีตัมเกาะ จุดตระการพืชผล

‘บิ๊กต๊อก’ ชี้ชัดความต่างคดี ‘พุทธะอิสระ-ธัมมชโย’ วัดกันที่กฎหมาย?

รมว.ยุติธรรม ปัด เลือกปฏิบัติคดี “พุทธะอิสระ-ธัมมชโย” ชี้ชัด ความต่างวัดกันด้วยกระบวนการกฎหมาย? 

กรณีการดำเนินคดีกับพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ผู้ต้องหาตามหมายจับในข้อหาสมคบร่วมกันฟอกเงิน และร่วมกันรับของโจร ภายใต้การสอบสวนคดีของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า การที่ดีเอสไอแจ้งความก็เป็นการทำตามหน้าที่ให้พระธัมมชโยเดินทางมารับทราบข้อกล่าวหา แต่ก็ไม่เคยเกิดผลสำเร็จสักครั้ง

BANGKOK, THAILAND - 1999/06/01: Abbot Dhammajayo Bhikku, leader of the Dhammakaya Buddhist movement at his main temple headquarters Wat Dhammakaya. Thai Buddhism's ruling body, the Sangha Supreme Council, is investigating claims that the Abbot has embezzled funds donated for religious use and more seriously, the Sangha charges that some of Dhammakaya's Teachings, including what some allege are claims of miracles, are heretical.. (Photo by Peter Charlesworth/LightRocket via Getty Images)

จึงต้องเป็นหน้าที่ของกระบวนการยุติธรรมที่จะเข้ามาจัดการหาหนทางให้ผู้ถูกกล่าวหาเข้ามาต่อสู้ตามกระบวนการกฎหมาย และตัดสินตามข้อเท็จจริง ไม่ใช่การรังแต่ให้เครือข่ายและทนายความพยายามใช้เวทีนอก เพื่อจัดแถลงให้สังคมรับรู้ว่าฝ่ายตนบริสุทธิ์ ซึ่งสิ่งที่ถูกต้อง คือ ทนายควรนำลูกความของตนเข้าสู่กระบวนการกฎหมาย

พร้อมยกตัวอย่างคดีของพระพุทธะอิสระ เจ้าวาสวัดอ้อน้อย ที่สื่อมวลชนคอยถามในเชิงเปรียบเทียบว่าคดีนี้ปรากฎอยู่ส่วนไหน ขอย้ำที่ผ่านมาไม่เคยสองมาตรฐานหรือเลือกปฏบัติ เพราะกรณีพระพุทธอิสระตามที่ตนได้ไล่ตรวจสอบแล้ว มีการเข้ามอบตัวทุกคดี จึงเกิดข้อเปรียบเทียบชัดเจนกับคดีของพระธัมมชโยที่พยายามหลีกเลี่ยงต่อสู้ตามกระบวนตามกฎหมาย

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News