ใจสลาย ! ลูกสาว 4 ขวบ วิ่งตามพ่อข้ามถนน ถูกรถชนหัวขาด

ใจสลาย ! ลูกสาววัย 4 ขวบ วิ่งตามพ่อข้ามถนนกลับไปเอาเงินมาให้แม่ ถูกรถชนศรีษะขาดกระเด็นไปอยู่ในพงหญ้าข้างทาง

อุบัติเหตุสยองรายนี้เกิดขึ้น บนถนนสุขุมวิท ขาเข้าเมืองบ้านฉาง หน้าหมู่บ้านรามนุช 14 ต.บ้านฉาง อ.บ้านฉาง จ.ระยอง ในที่เกิดเหตุพบ นางจิระภา แก้วปราณี อายุ 40 ปี กำลังกอดร่างลูกสาววัย 4 ขวบ ปานจะขาดใจอยู่ริมถนน ใกล้กันพบรถเก๋งหมายเลขทะเบียน วฮ 291 กรุงเทพ มี นายธวัชชัย เสนานิ่ม อายุ 40 ปี เป็นคนขับยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่ด้วยสีหน้าตกใจพร้อมกับเปิดเผยว่า ตนเองขับมาจากตัวเมืองระยอง มุ่งหน้าเข้าบ้านพักในอ.บ้านฉาง เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุได้มีรถยนต์เก๋งไม่ทราบยี่ห้อพุ่งชนคนเดินเท้าเข้าอย่างจัง จนทำให้ส่วนศรีษะขาดกระเด็นมากระแทกด้านหน้าตัวรถของตนเองอย่างจัง แล้วหลบหนีไป ตนจึงจอดลงไปดูไม่คิดว่าจะเป็นร่างหนูน้อยวัย 4 ขวบ

สอบถามผู้อยู่ในเหตุการณ์เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุ นางจิระภา ได้ออกมาซื้อของในร้านสะดวกซื้อริมถนน โดยมาด้วยกัน 3 คนพ่อแม่ลูก แต่ว่า นางจิระภา เตรียมเงินมาซื้อของไม่พอจ่าย จึงได้ให้สามีกลับไปเอาเงินเพิ่มที่บ้านพัก จากนั้นลูกสาววัย 4 ขวบได้หายไป โดยนางจิระภา คิดว่าลูกสาวไปกับสามี แต่เมื่อเห็นอุบัติเหตุรถชนคน จึงรีบวิ่งข้ามถนนมาดูแล้วก็พบร่างลูกสาวถูกรถชนเสียชีวิต โดยส่วนหัวขาดกระเด็นไปตกอยู่ในพงหญ้าข้างทาง

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบในที่เกิดเหตุอย่างละเอียด พร้อมกับตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่ติดอยู่ตามแยกต่าง ๆ
ส่วนสาเหตุคาดว่าหนูน้อยคงวิ่งข้ามถนนเพื่อหาผู้เป็นพ่อจนถูกรถชนสยองศรีษะกระเด็นไปอยู่ในพงหญ้าข้างทาง

MThai News

งานเข้า! จ่อลงโทษสปริงนิวส์-วอยซ์ทีวี ขัด ม.37-ประกาศ คสช.

งานเข้า! ที่ประชุม กสท. เตรียมพิจารณาลงโทษสปริงนิวส์-วอยซ์ทีวี ขัด ม.37-ประกาศ คสช.

วันที่ 1 ส.ค. 2559 การประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ หรือ กสท.เตรียมพิจารณาเรื่องการออกอากาศรายการเผชิญหน้า Face Time ทางโทรทัศน์ช่องสปริงนิวส์ เมื่อวันพุธที่ 20 กรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งมีเนื้อหาไม่เหมาะสม อาจขัดมาตรา 37 พ.ร.บ.การประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551 โดยสัมภาษณ์นายสุลักษณ์ ศิวรักษ์ หัวข้อ ดราม่า…เนติวิทย์ เด็กเกรียนหรือหัวก้าวหน้า ไม่หมอบกราบพิธีถวายสัตย์

04

โดย นางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการ กสทช. กล่าวว่า หากรายการนำเสนอมุมมองด้านเดียว ก็ควรเสนอแนะให้เชิญมุมมองอีกด้านมาออกอากาศ ไม่จำเป็นต้องใช้การลงโทษตามมาตรา 37 เพราะยิ่งตอกย้ำให้ กสทช. เป็นองค์กรเซ็นเซอร์สื่อย้อนยุคไปสมัยทีวีขาวดำ ทั้งที่ควรส่งเสริมสื่อในยุคดิจิตอลให้เป็นตลาดเสรีทางความคิดของคนในสังคม

นอกจากนี้ ที่ประชุม กสท. ยังเตรียมพิจารณาช่องวอยซ์ทีวี หลังออกอากาศเนื้อหารายการ Tonight Thailand เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคมที่ผ่านมา อาจมีลักษณะต้องห้ามมิให้ออกอากาศ ตามประกาศ คสช. ฉบับที่ 93/2557 และฉบับที่ 103/2557 และขัดต่อข้อกำหนดในบันทึกข้อตกลงที่ทำร่วมกับสำนักงาน กสท. ซึ่งมีข้อเสนอให้มีคำสั่งเตือนทางปกครองไปยังช่องรายการ

ขอบคุณข้อมูล voicetv

ติดตามข่าวเศรษฐกิจอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com/economy

MThai News

หนุ่มชาวอังกฤษจุดไฟเผาบ้าน ก่อนผูกคอตัวเองดับ

หนุ่มชาวอังกฤษวัย 56 ปี จุดไฟเผาบ้านพักหรู ใน จ.ชลบุรี ก่อนผูกคอเสียชีวิต ตำรวจยังไม่สรุปว่าเป็นการฆ่าตัวตายหรือการฆาตกรรม

เมื่อเวลา 04.00 น. วันที่ 1 ส.ค. ร.ต.อ.พรชัย เหลือผล รองสว.สอบสวน สภ.ห้วยใหญ่ จ.ชลบุรี รับแจ้งเหตุคนผูกคอตายเสียชีวิตแล้ววางเพลิงเผาบ้าน เหตุเกิดที่บ้านเลขที่ 81/6 ม.12 ภายในซอยถนนเทศบาล 1 ซอย 36 ข้างวัดห้วยใหญ่ ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

100_0154 (1)

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านหรู 4 หลัง พบบ้านหลังในสุด มีเปลวเพลิงลุกไหม้อย่างรุนแรง เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจึงให้รถน้ำระดมฉีดระงับจะเพลิงสงบลง ตรวจสอบข้างบ้าน พบร่างผู้เสียชีวิตทราบชื่อคือ นายแอนดิว กรีน โทมัส อายุ 56 ปี สัญชาติ อังกฤษ ใช้เชือกผูกคอตัวเองกับราวเหล็กฐานแท้งน้ำ สูงประมาณ 3 เมตร เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯจึงช่วยกันนำร่างลงมาสู้พื้น

สอบถามน.ส.นฤมล แจ่มวงษ์ อายุ 29 ปี เล่าว่าผู้ตายเป็นพ่อเลี้ยงของตน ได้โทรมาบอกแม่ของตนว่าจะฆ่าตัวตายให้มาพบด้วย แต่ด้วยความกลัวที่จะถูกทำร้ายเหมือนที่ผ่านมาจึงไม่กล้าไปพบ จนกระทั่งเวลาผ่านไปไม่นานพบว่าเกิดเพลิงลุกไหม้ห้องนอนของบ้านหลังที่นายแอนดิว อยู่ จึงรีบตักน้ำจากสระน้ำข้างตัวบ้านสาดสกัดเพลิง

แต่เปลวเพลิงโหมแรงขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เกิดแสงสว่างขึ้น ทุกคนก็ต้องถึงกับตกใจเมื่อภาพเงาที่แสดงอยู่ข้างตัวบ้านคือร่างไร้วิญญาณของนายแอนดิว ผูกคอตายอยู่กับราวเหล็กฐานแท้งน้ำ เมื่อรวบรวมสติได้จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ดังกล่าว

เบื้องต้น ร.ต.อ.พรชัย เหลือผล รองสว.สอบสวน เจ้าของคดี ได้บันทึกภาพในที่เกิดเหตุไว้เป็นหลักฐาน ส่วนสาเหตุการตายนั้นยังไม่สรุปว่าเป็นการฆ่าตัวตายหรือการฆาตกรรม จะต้องส่งศพผู้เสียชีวิตไปชันสูตรยังสถาบันนิติเวชวิทยาโรงพยาบาลตำรวจ เพื่อหาสาเหตุการตายที่แท้จริงต่อไป

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News