ฝากขัง ‘กิมเอ็ง’ พี่สาว’หญิงไก่’ ตุ๋นเหยื่อ3ล้านแลกเครื่องราชฯ

กองปราบปราม หิ้ว “กิมเอ็ง” พี่สาว “หญิงไก่” ฝากขังหลังตุ๋นเปื่อยเหยื่อเรียก 3 ล้าน แลกเครื่องราชฯ ไร้ญาติประกัน ก้มหน้า นอนเรือนจำ

724647-02
ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก พนักงานสอบสวนกองปราบปราม ได้นำตัว นางกมนทรรศน์ ธนธรณ์โฆษิตจิร หรือ นางกิมเอ็ง แซ่เตียว อายุ 62 ปี ผู้ต้องหาคดีร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์, ร่วมกันปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม ซึ่งเป็นพี่สาวของ นางมณตา หรือ หญิงไก่ หยกรัตนกาญ ผู้ต้องหาคดีหมิ่นเบื้องสูงมายื่นคำร้องฝากขังต่อศาลครั้งแรก โดยพนักงานสอบสวนระบุในคำร้องสรุปว่า เมื่อระหว่างประมาณเดือน ส.ค. 53 – 30 ส.ค. 55 ผู้ต้องหาได้แอบอ้างกับผู้บริหารบริษัท ฮุยเหลียง สดรีน พริ้นติ้ง จำกัด ผู้เสียหายว่า มีความใกล้ชิดสนิทสนม และปรุงอาหารถวายบุคคลในสถาบันเบื้องสูง สามารถขอพระราชทานเครื่องราชฯ ให้ได้ จนผู้เสียหายหลงเขื่อยอมมอบเงินให้ผู้ต้องหาจำนวน 17 ครั้ง รวม 2,979,300 บาท เพื่อแลกกับเครื่องราชฯ ซึ่งล้วนเป็นความผิดกฎหมายต่อมาพนักงานสอบสวนกองปราบปราม ได้ขออนุมัติหมายจับผู้ต้องหาจากศาลอาญา เมื่อวันที่ 11 ส.ค. 2559 ติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้จากบ้านพัก จ.นครสวรรค์ ส่งพนักงานสอบสวนกองปราบปราม แจ้งข้อหาดำเนินคดี และได้ขอฝากขังผู้ต้องหาเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 27 ส.ค. – 7 ก.ย.นี้

อย่างไรก็ตาม ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนขอคัดค้านการประกัน เนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูง และเกรงผู้ต้องหาจะหลบหนี ศาลพิจารณาคำร้อง จึงอนุญาตให้ฝากขังได้ โดยไม่มีญาติมายื่นคำร้อง และหลักทรัพย์ขอปล่อยชั่วคราวแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ จึงนำตัว นางกิมเอ็ง ไปควบคุมไว้ที่ทัณฑสถานหญิงกลางต่อไป

ดราม่า ! ภาพแอบถ่าย นทท.จีนดื่มกะทิ ต้องเงิบเมื่อรู้ความจริง

หลังจากเกิดประเด็นถกเถียงกันอย่างกว้างขวาง ถึงกรณีนักท่องเที่ยวชาวจีนดื่มน้ำกะทิจากกล่อง ซึ่งเป็นยี่ห้อที่วางขายอยู่ในไทย 

ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Thai Kasetsart ได้โพสต์ข้อความชี้แจงกรณีคนไทยถ่ายภาพนักท่องเที่ยวชาวจีน และโด่งดังในโลกออกไลน์เมื่อปี 2558 ที่ผ่านมา  โดยนักท่องเที่ยวรายนี้กำลังดื่มน้ำกะทิ ซึ่งคนไทยมองว่า นักท่องเที่ยวรายนี้ แท้จริงแล้วไม่ทราบว่า กะทิสำเร็จรูปที่วางขายในไทยนั้นไม่ได้เป็นแบบพร้อมดื่ม และแสดงความเห็นเป็นเรื่องตลกขบขัน แต่แท้จริงแล้วนั้น คนจีนและอีกหลายชาติในเอเชีย ต่างดื่มกะทิในลักษณะดังกล่าวเป็นเรื่องปกติ โดยมีเนื้อหาดังนี้

cats123

เดือนสิงหาคม ปีที่แล้ว (2558) นักท่องเที่ยวจากประเทศจีนคนหนึ่งซื้อกะทิกล่อง เสียบหลอดดูด อยู่ที่สนามบินสุวรรณภูมิเผอิญว่ามีคนไทยเห็นเข้า จึงถ่ายรูป นำไปลงทวิตเตอร์

หลังจากนั้นภาพของชาวจีนที่ดื่มกะทิ ก็กลายเป็นเรื่องตลกขบขัน ของคนไทยหลายคนโดยเข้าใจว่าชายชาวจีนคงคิดว่ากะทิกล่อง เป็นน้ำมะพร้าวหรือไม่ก็นม เพราะข้างกล่องเขียน Coconut Milk

แต่แล้วในที่สุดความจริงก็ปรากฎเมื่อผู้รู้เรื่องประเทศจีน ได้นำข้อมูลมาเปิดเผยว่าประเทศจีนในบางพื้นที่ การดื่มน้ำกะทิ เป็นเรื่องปกติ

มีเครื่องดื่มน้ำกะทิทั้งแบบกล่อง แบบกระป๋อง แบบขวด หรือแม้แต่ ตักขายใส่แก้วตามข้างทางวางจำหน่ายเต็มไปหมดและไม่เพียงในประเทศจีนเท่านั้นที่มีการดื่มเครื่องดื่มน้ำกะทิเวียดนาม ก็ดื่มมาเลเซีย ก็ดื่มไต้หวัน ก็ดื่ม ฮ่องกง ก็ดื่ม

มีประเทศไทยที่ไม่ดื่มเราจึงมองคนที่ดื่มน้ำกะทิ เป็นเรื่องตลก

ขอบคุณที่มา www.pisitzhong.com

เนติวิทย์ แฉ รุ่นพี่จุฬากดดันรุ่นน้อง เป็นลมกลางห้องเชียร์นับ 10

เนติวิทย์ โพสต์เฟซบุ๊ก เปิดโปง รุ่นพี่คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาฯ กดดันรุ่นน้องจนเป็นลมนับ 10 ราย แต่ข่าวถูกปิดเงียบ

14095916_1161695533894475_1711388144724273359_n

นายเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล ได้โพสต์เฟซบุ๊ก Netiwit Chotiphatphaisal เผยเรื่องราวในระหว่างการรับน้องโดยมีเนื้อหาดังนี้

เลิกการกระทำ วิธีการกดดันรุ่นน้องและเพื่อนๆ
เถอะนะครับ คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาฯ
ผมเคยโพสต์เป็นนัยถึงพวกคุณ อันนี้ผมขอพูดชื่อตรงๆไปเลย พอเถอะครับ
ทั้งจากรุ่นพี่เองที่เก่งกล้าสามารถ ปรารถนาจะสร้างสามัคคีให้น้องโดยไปพังเผามาสคอตที่รุ่นน้องทำ พอเพื่อนเ้าห้องเชียร์ไม่ครบก็เอาหัวออกเอาแขนออก
มันไม่ได้สร้างสามัคคีเลยแต่เกลียดชังกัน
รุ่นน้องอีกคนก็ไปด่าเพื่อนที่ไม่มา คนที่มาก็ถูกว้ากใส่
ถูกลงโทษ เด็กคณะศิลปกรรมที่ทนไม่ได้ บ่น ร้องไห้
ข่าวหลุดมาถึงผม พวกคุณก็รุมยำหาตัวพวกเขาให้ได้
ด่ากันมั่วในไลน์ราวกับเป็นอาชญากร
รุ่นน้องเองก็น่าจะรู้ตัวเองเป็นมนุษย์เท่ารุ่นพี่
อยู่ในโรงเรียนถูกครูอบรมไม่พอหรือยังไง ต้องมาถูก
อบรมอีก แล้วตัวเองผิดอะไรที่จะมีความคิดและไม่ชอบการว้าก? รุ่นพี่ก็น่าจะฉลาด วิธีการเก่าทำมาทุกปีนี้เชื่อและไม่ดูบริบทยุคสมัย มันคือไม่ได้คิดไม่ไตร่ตรอง
ผมไม่ท้าให้เด็กสินกำมาตอบหรอกครับ
พวกเขาไม่กล้า ไม่ได้ยกตัวเองแต่รุ่นพี่พวกเขาอายุอาจจะน้อยกว่าพวกเขาด้วยซ้ำบางคน กระซิบกันในไลน์พวกเขาว่า ถ้ามาตอบผมจะทำให้เรื่องที่เขาทำมันแดง
เขาใช้คำว่า discuss option นี่รุ่นพี่บอกรุ่นน้องนะว่าถ้าเกิดการเถียง แพ้แน่ดังนั้นอย่าเถียง รุ่นน้องก็ไม่ฉงนใจว่าถ้าสิ่งที่ตัวเองทำตามๆมามันดีจริงทำไมกลัวให้คนอื่นรับรู้
ผมขอย้ำอีกทีพอเถอะเพื่อนๆๆละรุ่นพี่ศิลปกรรม
แหกจากระบบล้าหลังหยามหมิ่นกันเถอะครับ