ตื้นตัน ! พ่อขับวินกระซิบลูกสาว “ถ้าได้ผู้โดยสารจะมีตังค์ให้ลูกไปโรงเรียน”

ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Winyoo Sata ได้เผยแพร่เรื่องราวอันน่าประทับใจ เกี่ยวกับความรักที่พ่อมีต่อลูก และมีประโยคเด็ดว่า “ถ้าพ่อได้ผู้โดยสารสักรายพ่อ จะมึตังค์ให้ลูกไปโรงเรียน” โดยมีเนื้อหาโดยละเอียดดังนี้

ขณะผมยืนรอแท็กซี่ข้างวินมอเตอร์ไซด์ เห็นพี่วินมอเตอร์ไซด์คนหนึ่งมีลูกสาวนั่งข้างๆรอพ่อไปส่งโรงเรียน ผมได้ยินเสียงพ่อกระซิบลูกสาวว่า “ถ้าพ่อได้ผู้โดยสารสักรายพ่อจึงจะมึตังค์ให้ลูกไปโรงเรียน” ผมเปลี่ยนใจไม่ขึ้นแท็กซี่ตัดสินใจเรียกพี่วินให้ไปส่งแยกหน้าเพื่อไปรอต่อแท๊กซี่ในราคา40บาท ผมเห็นแววตาเด็กน้อยมีประกายความหวังอย่างประหลาด เมื่อพ่อบอกให้ลูกรอพ่อส่งผู้โดยสารกลับมาก่อน ด้วยความสงสัยขณะนั่งซ้อนไปก็ถามข้อมูลไปด้วย

page12333333333333333333333333333333333333

พี่วินเล่าว่า มีลูกสองคน ลูกชายคนโตเรียน ม.2ความจริงต้องเรียน ม.3 แต่ต้องดร็อปไปหนึ่งปีเพราะไม่มีค่าเทอม ส่วนลูกสาวที่นั่งข้างพ่อเรียน ป.4 อยู่กัน3พ่อลูก เช่าบ้านอยู่ตามสภาพ ส่วนแม่หนีตามผู้ชายไปเมื่อ4-5ปีที่แล้ว และไม่เคยกลับมาหาลูกอีกเลย พี่แกจึงสู้กัดฟันเลี้ยงดูลูกสองคนเพียงลำพัง ผมตัดสินใจให้พี่วินไปส่งจนถึงที่ประชุมเลยไม่ขึ้นแท็กซี่แล้วแกขอเพิ่มอีก40บาทรวม80บาท ผมตอบตกลงทันทีไม่ต่อสักบาท พี่วินเล่าต่อว่า ด้วยความเป็นพ่อต้องอดทน ไม่ว่าจะยากลำบากขนาดไหนต้องสู้ การขับวินแม้จะรายได้น้อยแต่ทำให้ได้ใกล้ชิดลูกสามารถไปรับไปส่งไปหาลูกได้ทุกเวลา

แม้จะเจ็บปวดทุกครั้งที่ลูกถามถึงแม่ ในวันแม่แห่งชาติที่ลูกไม่มีแม่ พ่อต้องทำหน้าที่แม่ให้ลูกไหว้ ถึงตรงนี้ผมเห็นพี่วินเปิดหมวกกันน๊อกปาดน้ำตาไปด้วย ไม่ว่าจะเจ็บป่วยไข้ต้องกัดฟันลุกขึ้นมาขับวิน เพราะมันคือรายได้เดียวที่ใช้ประคองชีวิต มันคือเงินในกระเป๋าที่ลูกต้องถือไปโรงเรียนทุกวัน ในขณะที่ลมหายใจพ่อยังมีอยู่ ลูกต้องได้เรียน ลูกต้องมีข้าวกิน แม้ว่าวันข้างหน้าจะไม่มีลมหายใจ จนกว่าจะถึงวันนั้นพ่อจะต้องพาลูกไปถึงจุดที่จะต้องโตพอที่ลูกจะเอาชีวิตรอดต่อไปได้แล้ว การมีรายได้วันละ400-500บาทต่อวันในสังคมปัจจุบันที่ค่าครองชีพสูงลิบลิ่วแม้จะหนักหนาสาหัส ก็ต้องกัดฟันสู้ ผมขอเอาใจช่วยให้พี่วินคนนี้และลูกๆก้าวข้ามทุกอุปสรรคให้ได้ ผมควักค่าจ้างให้พี่วิน200บาทจากราคาที่ตกลงไว้เพียง80บาท แม้จะเป็นเงินไม่มาก แต่เชื่อว่าเงินจำนวนนี้ จะไปอยู่ในกระเป๋าเด็กน้อยสองคนเดินทางไปโรงเรียนด้วยความอุ่นอกสบายใจ ผ่านไปได้อีกหนึ่งวัน

ที่มา ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Winyoo Sata

จวกเพจรีวิวหนัง ใช้คำหยาบคายวิจารณ์หนังดาราไทยโกอินเตอร์

เกิดเป็นกรณีถกเถียงกันบนโลกออนไลน์ หลังจากที่เพจ ‘ตั๋วร้อน ป๊อปคอร์นชีส’ ซึ่งเป็นเพจรีวิวหนังบนเฟซบุ๊ก ซึ่งมีผู้ติดตามกว่าหลักแสนคน จากการใช้ถ้อยคำที่ดุเดือดซึ่งล่าสุด ได้โพสต์รูปของอดีตดารา นางแบบชาวไทย ที่ไปโก อินเตอร์ แสดงภาพยนตร์ที่ต่างประเทศ โดยมีเนื้อหาดังนี้

Sun Choke เป็นหนังที่ ซาร่า มาลากุล เลน ก้าวขยับขึ้นมาอีกขั้นในการเป็นตัวเลือกของผู้กำกับต่างชาติ หลังจากที่พยายามใช้เต้าไต่ในหนังเกรดบีเกรดซีมาหลายปี ทั้ง ติดคุก วิ่งหนีไดโนเสาร์ —กับฉลาม แต่ก็ยังไม่ดังซะที

cats

แต่ถือเป็นอีกย่างก้าว เพราะในหนังเขย่าขวัญสั่นอวัยวะเรื่องนี้ ถือเป็นงานที่ได้รับคำชื่นชมพอสม— และซาร่าคือหนึ่งในสามนักแสดงนำ แต่…. ติดตรงที่ว่า ผู้กำกับเลือกเธอมาแสดงเพราะเธอแก้ผ้าได้ ส่วนเรื่องฝีมือการแสดงยังธรรมดา ดังนั้นก็คงจะพูดได้ไม่เต็มปากนักว่า ซาร่า ได้เล่นหนังเรื่องนี้เพราะฝีมือล้วนๆ

ทำไมน่ะเหรอ เพราะจากเรื่องก่อนอย่าง Jailbait ซาร่าก็ได้อวด-ให้ชาวโลกได้เห็นกันไปแล้วในวงแคบๆ แต่หนัง—มาก และนั่นถือเป็นการแก้ผ้าที่ไม่ได้—ไรกลับมาเลยนอกจากความผิดหวังที่หลงไปเล่นหนังห่วยๆ

แต่กับ Sun Choke เรื่องนี้ -เธอกำลังจะเฉิดฉายให้ผู้ชายผงาดกันทั่วโลก สองเต้าอันมโหฬารตระกาลตา กับเนินแคมเกลี้ยงเกลาไร้ขนหมอยของเธอปรากฏในหนังอย่างเย้ยฟ้าท้า— เอาเถอะอย่างน้อยดาราอย่าง อีวา กรีน ก็เคยเปลือง-มาก่อน ก่อนที่จะโด่งดังมาจนทุกวันนี้ ใครเล่าจะรู้ว่าวันหนึ่งซาร่าอาจขึ้นไปยืนบนแถวหน้าดาราฮอลลีวู้ดค่าตัวหลายสิบล้านจากการที่เธอเฝ้าคอยอดทนในการใช้เต้าไต่ใช้-ตะเกียกตะกายขึ้นไปสู่จุดที่เธอต้องการ เพียงแต่ซาร่าต้องรอให้ผู้กำกับฯผู้สร้างเรียกใช้บริการจากฝีมือการแสดงของเธอจริงๆ ไม่ใช่เรียกใช้เธอเพราะเธอโชว์-ในหนังได้

โชคดีครับซาร่า เอาใจช่วย เห็นรูปจากหนังเซ็ตนั้นแล้วเกิดอาการ—คัด มือสั่น จนต้องขอตัวไป–ในส้วมก่อน

จากโพสต์ดังกล่าว ได้เกิดกรณีถกเถียงไปในหลายทิศทาง เช่น การเปลื้องผ้าในหนังต่างประเทศเป็นเรื่องปกติ แม้จะดูขัดต่อวัฒนธรรมไทย บ้างก็วิจารณ์ว่าเพจดังกล่าวใช้ถ้อยคำรุนแรงจนเกินไป และใช้ถ้อยคำที่รุนแรงมาดึงดูดความสนใจในงานเขียน