กลุ่มไฟท์คลับ ไทยแลนด์ ตอบรับหารือตำรวจวันนี้

นายกสมาคมบราซิลเลี่ยน ยูยิสสู ระบุ มีความเป็นไปได้ที่กลุ่มไฟท์คลับ จะยกระดับและเข้ามารวมกับสมาคม มิกซ์มาร์เชียลอาร์ท ไทยแลนด์ ขณะที่การหาทางออกในกิจกรรม วันนี้ (26 ส.ค.) ตัวแทนกลุ่มไฟท์คลับ ไทยแลนด์ เตรียมเข้าหารือกับตำรวจ เพื่อทำให้ถูกกฎหมาย

กลุ่มสมาชิกไฟท์คลับ ไทยแลนด์ เปิดเผยว่า ในวันนี้ (26 ส.ค.) ได้ตอบรับที่จะเข้าพบ พลตำรวจโท ศานิตย์ มหาถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เพื่อหารือถึงแนวทาง หากสมาชิกยังยืนยันที่จะเดินหน้าจัดกิจกรรมต่อ
โดยสมาชิกส่วนใหญ่ ยังคงยืนยันเดินหน้าจัดกิจกรรม แต่ขณะนี้ต้องระงับการจัดกิจกรรมชั่วคราว เพื่อรอเจราจากับเจ้าหน้าที่ เพื่อหาแนวทาง การจัดระเบียบการจัดกิจกรรมให้ถูกต้อง ตามกรอบกติกาให้ชัดเจนก่อน ซึ่งสมาชิกพร้อมที่จะพัฒนาให้อยู่ในรูปแบบที่สากลยอมรับ มีอุปกรณ์ป้องกันตัวแบบมาตรฐาน และพื้นที่ยางรองรับการกระแทก

ขณะที่ นายกสมาคมบราซิลเลี่ยน ยูยิสสู ซึ่งเป็นหนึ่งใน ผู้ขับเคลื่อนก่อตั้ง สมาคม มิกซ์มาร์เชียลอาร์ท ไทยแลนด์ ระบุว่า มีความเป็นไปได้ที่กลุ่มไฟท์คลับ จะยกระดับ และเข้ามารวมเป็นกลุ่มก้อนเดียวกันกับสมาคม มิกซ์มาร์เชียลอาร์ท ไทยแลนด์
แม้ว่าขณะนี้จะยังไม่มีองค์กรรองรับและควบคุมดูแล รวมถึง ไม่อยู่ภายใต้ พ.ร.บ.กีฬามวย 2542 เพราะไม่เข้าหลักเกณฑ์และองค์ประกอบกีฬามวย แต่ในอนาคตมีความเป็นไปได้ ที่กิจกรรมการต่อสู้ของกลุ่มไฟท์คลับจะพัฒนาไปสู่กีฬาการต่อสู้ที่เป็นแบบเฉพาะ แต่ต้องยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย และการตัดสิน รวมทั้งระบุให้ชัดเจนว่า เป็นการต่อสู้ประเภทใด


กลุ่ม Fight Club Thailand ลุยจัดแข่งนักสู้ข้างถนนต่อ แม้ ผ.บชน. มีคำสั่งตรวจสอบกวาดล้าง ชี้เพราะเห็นเป็นกีฬาชนิดหนึ่งไม่ผิดกฎหมาย เพราะไม่มีเงินเดิมพันแต่สร้างสัมพันธ์ให้เกิดความรักสามัคคี แถมแก้ปัญหาวัยรุ่นตีกันได้ 

ความคืบหน้าจากกรณีที่ พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. ได้ออกคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบคลิปวิดีโอผ่านโซเซี่ยลมีเดียชื่อว่า ไฟท์คลับ ไทยแลนด์ (Fight Club Thailand) เนื่องจากอาจเข้าข่ายผิดพ.ร.บ.กีฬามวย และอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้นั้น (อ่านต่อรายละเอียดข่าวที่นี่ >>> ศานิตย์ สั่งสอบด่วน!! คลิปฮอต Fight club นักสู้ข้างถนน )

Fight Club Thailand, ไฟว์คลับ, ต่างคนต่างคิด

วานนี้ (23 ส.ค. 59) สมาชิกกลุ่มไฟท์คลับ ไทยแลนด์ นำโดยนายจักรพงษ์ ภิรมย์ อายุ 32 ปี ได้เดินทางไปยังสถานีโทรทัศน์อมรินทร์ทีวีเพื่อเปิดใจถึงกิจกรรมดังกล่าวผ่านรายการ  “ต่างคนต่างคิด”  ว่า ทางกลุ่มยืนยันว่าจะมีการจัดการแข่งขันดังกล่าวต่อไป

เพราะเห็นว่ากิจกรรมนี้ก็เหมือนกับกีฬาทั่วไป เป็นการรวมกลุ่มของผู้ที่ชื่นชอบ การชกกันก็เหมือนกับการออกกำลังกายหรือการฝึกการป้องกันตัว พวกตนไม่ได้จัดการแข่งขัน ไม่มีผู้แพ้ไม่มีผู้ชนะ ไม่มีเงินรางวัล ไม่มีการพนัน หลังการชกทุกคนจะกลายมาเป็นเพื่อนกัน พูดคุยกินข้าวกันสังสรรค์กัน

นอกจากนี้อาจจะเป็นการแก้ไขปัญหานักเรียนตีกัน หรือวัยรุ่นที่ชอบก่อเหตุทะเลาะวิวาท ให้เข้ามาแสดงออกในพื้นที่ที่จัดไว้ให้ให้รู้ว่าวิถีลูกผู้ชายมีจริง 1ต่อ1ไม่มีการลุม ส่วนที่มีความห่วงใยติเรื่องความปลอดภัย ตนก็น้อมรับและจะนำมาปรับปรุงให้ดีที่สุด

สำหรับกติกาไฟท์คลับ ไทยแลนด์ คล้ายกับมวยทั่วไป ห้ามเตะและต่อยจุดสำคัญ แต่เพิ่มกติการขี้นมาด้วยคือห้ามทุ่มและห้ามเหวี่ยง เพราะพื้นที่ที่ใช้ในการชกเป็นพื้นถนน หรือพื้นปูนทั่วไป อาจจะเกิดอันตรายได้

เวลาที่ใช้ในการแข่งขันคือ 1 ยก 3 นาทีเท่านั้น ส่วนอุปกรณ์ที่ใช้เซฟตี้ในระหว่างการชกก็จะมีฟันยาง ผ้าพันมือและนวมเอ็มเอ็มเอ ส่วนเรื่องการดูแลหากเกิดบาดเจ็บระหว่างการชกจะมีการดูแลปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้แต่ถ้าเป็นหนักจะนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที

ที่มา มติชนออนไลน์

‘สุขุมพันธุ์’ รู้แล้วโดน ม.44 พักงาน-ให้ ‘ผุสดี’ รักษาการ

“ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์” รู้แล้ว โดยคำสั่ง คสช. พักงาน ผู้ว่าฯ กทม. หยุดทำหน้าที่แล้วที่เกาหลี เร่งกลับไทย ให้ “ผุสดี ตามไท” รักษาการ

วันนี้ 26 ส.ค.นายอมร กิจเชวงกุล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ทราบแล้วว่า มีคำสั่ง มาตรา 44 ของ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ผู้ว่าฯ กทม. ซึ่งขณะที่ออกคำสั่งนั้น ตัวของ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ปฏิบัติหน้าที่ผู้ว่าฯ กทม. ที่ประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งทราบว่าได้หยุดปฏิบัติหน้าที่ผู้ว่าฯ กทม.ทันที

724276-01

และยกเลิกกำหนดการทั้งหมดที่มี และกำลังเร่งหาตั๋วโดยสารเครื่องบินเดินทางกลับมายังประเทศไทยโดยด่วนที่สุด โดยยังไม่ได้กล่าวอะไรเกี่ยวกับคำสั่ง คสช. ดังกล่าว โดยรายละเอียดจากนี้ไป คงจะต้องรอให้ท่านกลับมาจากประเทศเกาหลีใต้ก่อน ซึ่งจากนี้ไปตามระเบียบจะมอบหมายให้ นางผุสดี ตามไท รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ปฏิบัติหน้าที่รักษาการผู้ว่าฯ กทม. ไปก่อน ส่วนคนอื่น ๆ ก็ยังปฏิบัติหน้าที่ตามเดิม

ที่มา… INN

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

ศาลฎีกานัดอ่านคดี ‘อมเรศ’ เอื้อขายทรัพย์เอกชนปรส.

ศาลอาญา นัดอ่านฎีกา คดี “อมเรศ ศิลาอ่อน” อดีต ปธ.ปรส. กับพวก ขายทรัพย์สิน 56 สถาบันการเงิน เอื้อประโยชน์เอกชน ทำรัฐเสียหายวันนี้ 09.30 น.

วันนี้ 26 ส.ค.ศาลอาญา รัชดา นัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา ในคดีที่พนักงานอัยการคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ฟ้อง นายอมเรศ ศิลาอ่อน อดีตประธานคณะกรรมการองค์การเพื่อการปฏิรูประบบสถาบันการเงิน (ปรส.) พร้อมกับพวกรวม 6 คน เป็นจำเลยในความผิดฐานกระทำผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การ หรือ หน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 มาตรา 11

724262-01

สืบเนื่องจากกรณีระหว่างวันที่ 2 มิ.ย. – 1 ต.ค. 2541 จำเลยที่ 1-2 มีมติให้มีการจำหน่ายสินทรัพย์หลักการเช่าซื้อที่อยู่อาศัยของสถาบันการเงิน 56 แห่ง เมื่อวันที่ 13 ส.ค. 2541 ซึ่งได้ข้อกำหนดเพิ่มเติมอีกหลายประการ เอื้อประโยชน์ให้ บจก.เลแมน บาเดอร์ส โฮลดิ้ง อิงค์ จำเลยที่ 3 ที่เข้าร่วมประมูล โดยเมื่อถึงวันทำสัญญากลับมีการวางแค่เงินประกันแค่ 10 ล้านบาท และยังไม่ได้ชำระเงินงวดแรก จึงเป็นการไม่ปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย และยังทำให้เกิดการยกเว้นภาษีส่งผลให้รัฐเสียหาย
คดีนี้ศาลชั้นต้นสั่งจำคุก นายอมเรศ และ นายวิชรัตน์ วิจิตรวาทการ อดีตเลขาธิการ ปรส. คนละ 2 ปี ปรับคนละ 2 หมื่น รอลงอาญา 3 ปี ส่วนจำเลยอื่นให้ยกฟ้อง ส่วนศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ ยกฟ้องจำเลยทุกคน โดยศาลฎีกานัดอ่านคำพิพากษา ในวันนี้ เวลา 09.30 น.

ที่มา… INN

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News