คลิปไฟไหม้ระทึก!ชุมชนใหญ่เมืองลำปาง ควันเหม็นคลุ้งกระทบชาวบ้านนับร้อย

เกิดเหตุ “ไฟไหม้ร้านรับซื้อของเก่า” ภายในชุมชนใหญ่เมืองลำปาง กลุ่มควันไฟพวยพุ่งปกคลุมไปทั่วบริเวณ ส่งกลิ่นเหม็นรุนแรง กระทบชาวบ้าน-นร.นับร้อย ขณะจนท.ใช้รถดับเพลิง 6 คัน เวลา 3 ชม. เพื่อคุมเพลิง 

เมื่อเวลา 12.30น. วันที่22ส.ค.59 ร.ต.อ.สมชาย ปันทะนันท์ สว.(สอบสวน) สภ.เกาะคา อ.เกาะคา จ.ปาง เข้าตรวจสอลเหตุไฟไหม้ร้านรับซื้อของเก่า วิชัยพานิชย์ค้าของเก่า ตั้งอยู่เลขที่298/2บ้านศาลาไชย ต.ศาลา อ.เกาะคา ซึ่งเกิดเหตุไฟกำลังรุกไหม้อย่างรุ่นแรง มีกลุ่มควันไฟโพยพุ่งขึ้นเหนือท้องฟ้า ปกคลุมไปทั่วบริเวณ และส่งกลิ่นเหม็นอย่างรุนแรง เจ้าหน้าที่ต้องใช้ผ้าปิดจมูก แต่ด้วยเพลิงรุกไหม้เศษพลาสติกเช่นตู้เย็นเก่า เบาะนั่งรอง ที่กองสุมกันอยู่เป็นจำนวนมาก

จึงได้ประสานขอสนับสนุนรถดับเพลิง อบต.ที่อยู่ใกล้อีก จำนวนหกคัน ซึ่งใช้เวลานานการดับเพลิงจำนวน3ชั่วโมง จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ ทั้งนี้ไฟไหม้ในครั้งนี้ ส่งผลกระทบกับชาวบ้านที่อยู่โดยรอบพื้นที่ เป็นจำนวนมาก เนื่องจากเป็นชุมชนหนาแน่น ที่มีชาวบ้านอาศัยอยู่จำนวนมาก เกือบสองร้อยหลังคาเรือน รวมทั้งหอพักนักเรียนที่อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุอีกด้วย

ทั้งนี้หลักเกิดเหตุ นายบุญธรรม พรหมปลูก นายกเทศบาลตำบลศาลาไชย ได้มีการประกาศแจ้งเตือนให้ชาวบ้านที่ได้กลิ่นเหม็น ให้อยู่ภายในบ้านโดยเฉพาะผู้สูงอายุ รวมทั้งนักเรียนที่เช่าหอพักอยู่ติดกับจุดเกิดเหตุ ทางเทศบาลฯได้แจกผ้าปิดจมูกเพื่อเป็นการป้องกันผลกระทบในเบื้องต้น

22

จากการสอบสวนในเบื้องต้น เจ้าของร้านชื่อนายวิชัย จงสิริอักษร เล่าว่า เปิดร้านรับซื้อของเก่ามานาน20ปี ก่อนเกิดไฟไหม้ ได้กลิ่นเหม็นและเกิดควันไฟมาจากด้านหลังของร้าน ประกอบกับมีลมพัดแรง ทำให้ไฟลุกไหม้อย่างรวดเร็ว เนื่องจาก เป็นเศษพลาสติก กล่องตู้เย็นเก่า ที่กองรวมกันไว้จำนวนมาก จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทราบดังกล่าว

ทั้งนี้ คาดว่า อาจเกิดจากไฟฟ้ารัดวงจร เนื่องจากจุดต้นเพลิงนั้น มีสายไฟฟ้าต่อพ่วงไปสวนหลังบ้าน และช่วงเกิดเหตุคนงานก็ไม่ได้ตัดเหล็กหรือทำให้มีการเกิดประกายไฟแต่อย่างใด ทางเจ้าหน้าที่ พิสูจน์หลักฐาน5ลำปาง จะเข้าตรวจสอบหาเหตุอีกครั้ง

21144

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

พบแล้ว 4 ศพ ลอยทะเลกระบี่ คาดเป็นลูกเรือประมงจาก จ.ภูเก็ต

พบแล้ว 4 ศพ ลอยทะเลกระบี่ เจ้าหน้าที่คาดเป็นลูกเรือประมงจาก จ.ภูเก็ต เร่งประสานหาญาติ

จากกรณีเรือประมงบำรุงไทยนาวา น้ำเข้าเรือจนเรืออับปางที่ จ.ภูเก็ต มีลูกเรือและไต๋รวม 9 คน ต้องลอยคอกลางทะเลและทางกองทัพเรือภาค 3 ได้เข้าช่วยเหลือในวันแรกเมื่อ 15 สิงหาคม ที่ผ่านมาได้ 5 คน แต่ไต๋เรือเสียชีวิต ส่วนอีก 4 คน ลอยหายไปในทะเล

723212-02

ล่าสุดวันที่ 22 สิงหาคม 59 พ.ต.ท.อนุรักษ์ ปริญญาสถิรกุล สารวัตรตำรวจน้ำกระบี่ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจน้ำ นำเรือตรวจการณ์ 331 เจ้าหน้าที่ศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว จ.กระบี่ เดินทางไปรับศพที่เกาะพีพี หลังมีผู้พบศพลอยมาติดอยู่ที่ชายหาดอ่าวหลัง เกาะพีพี หมู่ 7 ต.อ่าวนาง อ.เมืองกระบี่ เพื่อนำมาไว้ที่ รพ.กระบี่ ซึ่งขณะนี้ทางตำรวจ สภ.เกาะพีพี และชาวบ้านได้ช่วยกันนำศพขึ้นมาแล้ว นอกจากนั้นเมื่อเวลา 12.30 น. ก็ได้รับแจ้งพบศพลอยมาติดชายหาดหมู่ 5 ต.เกาะลันตาใหญ่ อยู่ระหว่างการเข้าตรวจสอบชันสูตร

723212-01

พ.ต.ท.อนุรักษ์ กล่าวว่า ศพที่พบคาดว่าเป็นศพของลูกเรือประมงลำดังกล่าว เนื่องจากเมื่อวานนี้ก็มีการพบศพ 2 ศพ คือ ที่เกาะจำ อ.เหนือคลอง ทางเจ้าหน้าที่นำส่ง รพ.กระบี่ และที่หน้าถ้ำไวกิ้ง เกาะพีพี 1 ศพ และวันนี้ 2 ศพ คือที่ เกาะพีพี และเกาะลันตาใหญ่

รวมขณะนี้พบแล้ว 4 ศพ สภาพเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 5 วัน เบื้องต้นได้ประสานไปยังเจ้าของเรือประมงดังกล่าว ให้ทางญาติผู้สูญหายได้มาดูศพ เนื่องจากมั่นใจว่า น่าจะเป็นศพลูกเรือชาวพม่าที่หายไป ประกอบกับสภาพศพที่พบทั้งหมดเสียชีวิตใกล้เคียงกัน และในพื้นที่ไม่ได้มีการแจ้งบุคคลสูญหาย

MThai News

มหัศจรรย์! ‘แม่น้ำสองสี’ กับวิถีชีวิตเรียบง่ายของชาวลุ่มน้ำ

ความมหัศจรรย์ ‘แม่น้ำสองสี’ ที่ จ.ชัยนาท เหมือนพญางูต่างสีกำลังเลื้อยเข้าหากัน ที่ไหลมาจากแม่น้ำสองสาย จากแม่น้ำสะแกกรัง และแม่น้ำเจ้าพระยา

วันนี้ 22 ส.ค. ผู้สื่อข่าว จ.ชัยนาท รายงานถึงความมหัศจรรย์แม่น้ำสองสีที่ จ.ชัยนาท เหมือนพญางูต่างสีกำลังเลื้อยเข้าหากัน ภาพมุมสูงของอากาศยานไร้คนขับ เหนือเกาะคุ้งสำเภา ที่ตั้งอยู่บนรอยจุดบรรจบของแม่น้ำสะแกกรัง ที่ไหลมารวมกับแม่น้ำเจ้าพระยาที่บริเวณ ต.คุ้งสำเภา อ.มโนรมย์ จ.ชัยนาท

ซึ่งสามารถเห็นได้อย่างชัดเจนถึงสีของน้ำที่ไหลมาจากแม่น้ำสองสาย ด้านซ้ายเป็นแม่น้ำสะแกกรัง ที่ไหลมาจาก จ.อุทัยธานี มีในโทนเขียว ด้านขวา เป็นแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ไหลมจาก จ.นครสวรรค์ สีแดงขุ่น ตัดกันเป็นภาพที่แปลกตา เหมือนพญางู 2 ตัวที่ต่างสีกำลังเลื้อยเข้ามาหากัน โดยมีเกาะคุ้งสำเถาเป็นแนวกัน สุดจากแนวของเกาะคุ้งสำเภาแล้ว น้ำจากแม่น้ำทั้ง 2 สายไหลรวมกันลงสู่ภาคกลางผ่านเขื่อนเจ้าพระยา ในจุดบรรจบของแม่น้ำทั้ง 2 สาย

โดยมีแพขนานยนต์คอยให้บริการข้ามฟากระหว่าง 2 จังหวัด ฝั่งตะวันออกเป็น อ.มโนรมย์ จ.ชัยนาท และฝั่งตะวันตก อ.เมืองอุทัยธานี นักท่องเที่ยวที่สนใจจะมาชมคามงามของแม่น้ำ 2 สี ใช้บริการของแพขนานยนต์ข้ามฟากได้ทุกวัน หรือท่านที่มาเป็นหมู่คณะเช่าเหมาลำเรือเพื่อล่องชมลำน้ำได้ทุกวันเช่นกัน พร้อมชมและสัมผัสวิถีชีวิตชุมชนริมน้ำ อุดหนุนสินค้าประจำถิ่น

ขอบคุณ มติชน

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News