ดีเดย์! 1 ก.ย.นี้ จ่ายค่าปรับจราจรผ่านธนาคาร-ตู้ ATM

ดีเดย์ ! 1 ก.ย.นี้ ขยายช่องทางการรับชำระ ‘ค่าปรับจราจร’  ผ่านธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ตามนโยบายอีเพย์เมนต์

พลตำรวจเอก จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย นายวรภัค ธันยาวงษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย แถลงความร่วมมือขยายช่องทางการรับชำระค่าปรับจราจร ด้วยวิธีการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยผู้บัญชาการตำรวจ ระบุว่า ที่ผ่านมา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กำหนดให้การชำระค่าปรับต้องไปที่สถานีตำรวจ, กองบังคับการตำรวจจราจร หรือ กองบังคับการตำรวจทางหลวง เท่านั้น

20140830212316909

จึงมีการปรับแก้กฎหมาย ให้สามารถชำระค่าปรับผ่านธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ตามนโยบายอีเพย์เมนต์ (e-payment) ของรัฐบาล เพื่อลดขั้นตอนและระยะเวลาการเดินทางของประชาชน โดยเชื่อว่า จะลดการกระทบกระทั่งระหว่างประชาชนกับตำรวจ

นอกจากนี้ ในอนาคตมีแนวคิดจะนำรถใช้ไฟฟ้าติดกล้อง เพื่อตรวจจับการจอดรถกีดขวางจราจร ในพื้นที่จราจรแออัด รวมถึงการตรวจจับรถยนต์และรถจักรยนต์ที่ใช้ทะเบียนปลอม ซึ่งจะขยายไปใช้ยังพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อสนับสนุนงานด้านความมั่นคงด้วย

ส่วนแนวคิดของกองบัญชาการตำรวจนครบาล ในการเสนอให้เอกชนเข้ามาร่วมดำเนินการ เห็นว่า หากเป็นข้อเสนอที่เป็นประโยชน์กับประชาชน ก็พร้อมที่จะพิจารณา

ด้าน นายวรภัค กล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายนนี้ ประชาชนที่ได้รับใบสั่งจราจรในรูปแบบที่ไม่ยึดใบขับขี่ ซึ่งเป็นใบสั่งจากกล้อง และมีแถบบาร์โค้ด สามารถนำไปชำระผ่านช่องทางธนาคารกรุงไทย ทั้งที่ธนาคารกว่า 1,200 สาขา ตู้เอทีเอ็มกว่า 9,000 ตู้ทั่วประเทศ และเน็ตแบงก์ได้ นอกจากนี้ ธนาคารจะขยายการรับใบสั่งทุกประเภทจากทุกสถานีตำรวจทั่วประเทศ ภายในเดือนมกราคม 2560

สำหรับปัจจุบัน รูปแบบใบสั่งของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มี 3 รูปแบบ คือ ใบสั่งแบบเล่ม, ใบสั่งผ่านกล้องรูปแบบเดิม และ ใบสั่งผ่านกล้องรูปแบบใหม่ ซึ่งจะมีแถบบาร์โค้ด ส่วนการชำระค่าปรับรูปแบบใบสั่งแบบเล่มผ่านช่องทางธนาคาร อยู่ระหว่างการพัฒนาระบบ

คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2560 พร้อมขยายช่องทางการชำระเงินไปยังตัวแทนรับชำระเงิน รวมถึงการชำระด้วยบัตรเดบิต และบัตรเครดิต ผ่านเว็บไซต์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ที่มา  INN

ติดตามข่าวเศรษฐกิจอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com/economy

MThai News

แห่ขอเลขเด็ดศาลปู่เสี้ยว งวดนี้เจอเลขเด็ด 3 ตัว 2 ตัว ที่ผ่านมาถูกหลายราย

ชาวบ้านใน จ.พะเยา พากันมาขอเลขเด็ดที่ศาลปู่เสี้ยวบ้าน(วัดทองแสนขันธ์) ซึ่งเป็นวัดร้างโบราณอายุกว่า 1,000 ปี งวดนี้เจอเลขเด็ด 3 ตัว 2 ตัว หลังงวดที่ผ่านมาถูกไปหลายราย

วันนี้ (31 ส.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีกลุ่มชาวบ้านสันป่างิ้ว หมู่ 12 ต.ต๋อม อ.เมือง จ.พะเยา พากันมาขอโชคเลขเด็ดกับศาลปู่เสี้ยวบ้าน (วัดทองแสนขันธ์) ซึ่งเป็นร้างโบราณบริเวณท้ายหมู่บ้าน หลังจากงวดที่ผ่านมา มีชาวบ้านหลายรายถูกรางวัลเลขเด็ด กระทั่งล่าสุด งวดวันที่ 1 กันยายนนี้ ชาวบ้านได้พากันมาขอเลขเด็ดอีกครั้ง โดยพบว่าบริเวณใต้ต้นขี้เหล็กที่ชาวบ้านระบุว่ามีอายุกว่า 1,000 ปี มีรูปใบหน้าพระพุทธรูป (ชาวบ้านบอกว่าเป็นใบหน้าของพระพุทธเจ้า) ติดอยู่กับลำต้น เมื่อสังเกตุพบว่า มองเห็นเป็นตัวอย่างชัดเจน เลข 3 ตัวคือ 487 และเลข 2 ตัว 48

นายฉลองชัย ธิศรีไชย อายุ 61 ปี บ้านเลขที่86 หมู่ 12 บ้านสันป่างิ้ว หมู่ 12 ต.ต๋อม อ.เมือง จ.พะเยา กล่าวว่า ตนเองพร้อมด้วยภรรยา และเพื่อนบ้านได้พากันมาขอโชคลาภเลขเด็ดกับปู่เสี้ยวบ้าน ซึ่งเป็นที่เคารพสักการะของชาวบ้าน ซึ่งตั้งศาลอยู่ต้นขี้เหล็กอายุกว่า 1,000 ปี โดยกลางลำต้นมีลักษณะคล้ายใบหน้าของพระพุทธเจ้าติดอยู่ ซึ่งบริเวณดังกล่าวอดีตเคยเป็นวัดโบราณมาก่อนอายุว่า 1,000 ปีแล้ว

unnamed (3)

โดยงวดก่อนตนเองได้ฝันเห็นเลขเด็ดเอาไปแทงหวยได้รางวัล และงวดนี้ได้เห็นเลขเด็ด 3 ตัวคือ 487 และ 2 ตัว 48 เป็นสีแดงชัดแจ๋ว ซึ่งทุกคนที่มาก็เห็นเช่นเดียวกัน หลังจากไปดูใต้ต้นขี้เหล็กและเสื้อปู่เสี้ยวบ้าน ที่มีคนเอามาถวายไว้ในศาลเป็นเลข 48 แดงชัด ตนเองพร้อมด้วยเพื่อนบ้านจึงพากันไปเสี่ยงโชคงวดที 1 กันยายน

ky

สำหรับต้นขี้เหล็กต้นนี้มีก่อนวัดแสงขันธ์ ซึ่งปัจจุบันได้ล่มสลายไปแล้ว เหลือเพียงเศษและเขตแนวเดิมท้ายหมู่บ้าน ทางชาวบ้านจึงได้พากันรักษา และอนุรักษ์เขตวัดไว้ ควบคู่กับสร้างศาลปู่เสี่ยวบ้านใต้ต้นขี้เหล็ก ที่มีรูปใบหน้าพระพุทธเจ้าติดอยู่กับลำต้นจนถึงปัจจุบัน โดยที่ผ่านมาได้มีผู้คนทั้งใน และต่างจังหวัด ที่ทราบข่าวต่างพากันเดินทางมาขอโชคลาภกันเป็นจำนวนมาก และที่สำคัญคือถูกรางวัลไปหลายรายแล้ว

unnamed

MThai News

5 อันดับข่าวที่ถูกแชร์มากที่สุด ประจำวันที่ 30 สิงหาคม 2559

สรุปข่าวเด่นที่เกิดขึ้นในช่วงวันที่ 30 สิงหาคม 2559 ซึ่งมีประเด็นข่าวที่น่าสนใจและน่าติดตามอีกหลายเรื่อง ทั้งกระแสสังคมและเหตุบ้านการณ์เมืองหลายเรื่อง ทางทีมข่าวเอ็มไทยนิวส์ จึงได้คัดเนื้อหารวมไว้เป็น 5 ข่าวเด่นที่มีคนแชร์และพูดถึงมากที่สุดในช่วงวัน มานำเสนอให้ผู้อ่านได้ติดตามกันต่อว่า สุดท้ายแล้ว ประเด็นเหล่านี้จะไปในทิศทางไหนและจะมีอะไรคืบหน้าบ้าง เพื่อที่ผู้อ่านจะได้ไม่ตกข่าว . . .

1. ‘มูลนิธิกระจกเงา’ ดึงคนดังหน้าเหมือนคนหาย ทำภาพเทียบชวนตามหา !
คนหาย

กลายเป็นกระแสการแชร์ส่งต่อมากมายอยู่ในโลกออนไลน์ขณะนี้เลยก็ว่าได้ หลัง ‘มูลนิธิกระจกเงา’ ได้จัดทำภาพตามหาคนหายในรูปแบบใหม่ที่เห็นแล้วต้องยกนิ้วให้ในไอเดีย ส่วนแนวคิดใหม่ที่เป็นอย่างไรลองไปหาคำตอบจากข่าวนี้ อ่านต่อ >>>

2.แม่น้องการ์ตูน โพสต์ความในใจ หลังศาลตัดสินคดีรถซิ่งชนร้านสเต๊กปี 57

น้องการ์ตูน

แม่น้องการ์ตูน เหยื่อคนขับรถซิ่งพุ่งชนร้ายสเต๊กปี 57 จนลูกพิการ สามีเสียชีวิต ได้โพสต์ข้อความระบายความในใจผ่านเฟซบุ๊ก หลังศาลได้มีคำสั่งตัดสินให้คู่กรณีจ่ายค่าเสีย แต่เรื่องกลับพลิกกลับไปเป็นอีกแบบจนทำให้เธอต้องทุกข์หนักเหมือนตายทั้งเป็น ส่วนสาเหตุจะเป็นอะไรนั้น ต้องไปติดตามได้จากข่าวนี้ อ่านต่อ >>>

3.มหาวิทยาลัย แจงภาพเฟรชชี่ปี 1 ทำกิจกรรมกลางสายฝน ไม่ได้บังคับ

รับน้อง

จากกรณีที่มีการแชร์ภาพในสังคมออนไลน์ที่เป็นภาพนักศึกษาปีที่ 1 ของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง กอดคอบูมกันท่ามกลางสายฝน ในพิธี อัญเชิญตราพระราชลัญจกร และประดับตรามหาวิทยาลัย จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์จำนวนมาก ตามข่าวที่เคยนำเสนอไปแล้วนั้น
ล่าสุดทางมหาวิทยาลัยได้ออกมาชี้แจงเหตุที่เกิดขึ้นแล้ว ลองไปหาคำตอบกันจากข่าวนี้แล้วจะรู้คำตอบของเรื่องทั้งหมด อ่านต่อ >>>

4.ผวาหนัก! ‘หมอเปรม’ นั่งไหว้นักข่าว ‘ผมกลัวแล้วครับพี่’

หมอเปรม

หลังจากถูกนายกรัฐมนตรีใช้ ม.44 สั่งพักงาน ล่าสุด นายแพทย์เปรมศักดิ์ เพียยุระ นายกเทศมนตรีเมืองบ้านไผ่ ได้ทำสิ่งนี้กับผู้สื่อข่าว พร้อมกับกล่าวว่ากลัวอย่างมาก ยอมแล้ว แล้วอะไรที่เขาทำไปติดตามได้จากข่าวนี้ อ่านต่อ >>>

5. รวบหนุ่มโหดฆ่าลูกจ้างยัดถัง พบเคยทารุณโจ๋จนตาบอด เอาเงินประกัน

ฆ่ายัดถัง

จากกรณีที่พบศพนางสาวสุภาพ เดชไทย ถูกฆ่ายัดถังไปทิ้งในพื้นที่สถานีตำรวจภูธรกลางดง จังหวัดนครราชสีมา เมื่อปี 2556 ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมคนร้ายก่อเหตุได้แล้ว ซึ่งจากการสืบประวัติพบว่าคนร้ายคนนี้มัีพฤติกรรมโหดเหี้ยมจริงๆ ส่วนจะก่อเหตุเรื่องใดบ้างไปติดตามอ่านคำสารภาพของผู้ต้องหาจากข่าวนี้ได้เลย อ่านต่อ >>>