สั่งปิด! ‘น้ำตกวังแก้ว’ ห้าม นทท.เข้าชม หลังเกิดน้ำป่าไหลหลาก

อุทยานวังแก้ว อ.วังเหนือ จ ลำปาง ประกาศปิด ‘น้ำตกวังแก้ว’ ไปจนถึงวันที่ 30 ก.ย. นี้ หลังฝนตกหนักติดต่อกันหลายวัน หวั่นเกิดน้ำป่าไหลหลากซ้ำ

เมื่อวันที่ 21 ส.ค. ที่ผ่านมา มีรายงานว่านายวิรัตน์ ปารศรี หัวหน้าอุทยานหน่วยพิทักษ์ อุทยานวังแก้ว อ.วังเหนือ จ ลำปาง เปิดเผยว่า จากฝนที่ตกหนักต่อเนื่องติดต่อกันหลายวัน ทำให้มีปริมาณน้ำฝนสะสมที่ไหลจากดอยหลวง ไหลลงสู่น้ำตกวังแก้ว ซึ่งเป็นต้นน้ำของแม่น้ำวัง มีความสูง 110 ชั้น อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติดอยหลวง ต.วังแก้ว อ.วังเหนือ จ.ลำปาง ทำให้น้ำตกไหลเชี่ยว

ล่าสุดทาง อบต. วังแก้ว ได้วัดปริมาณน้ำฝนสะสม 24 ชั่วโมง วัดค่าได้112.5 มิลิเมตร ทางอุทยานฯได้มีการปิดน้ำตกวังแก้ว ไปจนถึงวันที่ 30 กันยายน 2559 นี้ เพื่อความปลอดภัยของประชาชนและนักท่องเที่ยว พร้อมกันนี้ทางเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติดอยหลวง จึงมีการเฝ้าระวังน้ำป่าอยู่ตลอดเวลา หลังเกิดน้ำท่วมฉับพลัน ในหมู่บ้านท้ายน้ำ จำนวน 3 หมู่บ้าน ซึ่งเกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี ทั้งนี้หากเกิดฝนตกเกินกว่า 80 มิลิเมตร และตกติดต่อกันเป็นเวลานานจะมีการแจ้งเตือนภัยชาวบ้านทันที

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

กรมอุตุฯ เผยทั่วไทยฝนตกลดลง-กทม.ตก40% บ่ายถึงค่ำ

กรมอุตุนิมยมวิทยา เผย ทั่วประเทศไทยมีฝนตกลดลง ส่วนกทมและปริมณฑลฝนตกช่วงบ่ายถึงค่ำ ร้อยละ 40 ของพื้นที่

วันนี้ 22 ส.ค. กรมอุตุนิมยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยมีฝนตกลดลง ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนองในช่วงระหว่างบ่ายถึงค่ำ สำหรับบริเวณทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 1-2 เมตร

723077-01

สำหรับกรุงเทพฯ และปริมณฑล ตอนเช้ามีเมฆบางส่วน และในช่วงระหว่างบ่ายถึงค่ำ มีโอกาสร้อยละ 40 ที่จะเกิดฝนฟ้าคะนอง อุณหภูมิต่ำสุด 26-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ที่มา… INN

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

ฮือฮา ! พบปราสาทขอมโบราณอายุกว่า 800 ปี ที่โคราช

ฮือฮา ! พบ ปราสาทขอมโบราณ อายุกว่า 800 ปี ที่โคราช กรมศิลปากร จัดงบกว่า 8 ล้าน เร่งบูรณะรับนักท่องเที่ยว

นายสมชาติ เดชดอน นายกเทศมนตรีตำบลครบุรีใต้ ลงพื้นที่สำรวจปราสาทครบุรี ซึ่งตั้งอยู่ภายในพื้นที่ ต.ครบุรีใต้ อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา ภายหลังจากที่ทางกรมศิลปากร ได้จัดสรรงบประมาณ จำนวน 8,180,000 บาท เพื่อให้ทางสำนักศิลปากรที่ 12 นครราชสีมา ส่งช่างบูรณะได้เข้ามาดำเนินการบูรณะซ่อมแซม ตั้งแต่เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2558 ที่ผ่านมา

722996-01

โดยทางช่างผู้บูรณะได้ทำการรื้อเอาชิ้นส่วนต่าง ๆ ของตัวปราสาท และบริเวณส่วนโดยรอบออกมาก่อนทั้งหมด เพื่อทำการซ่อมแซมส่วนที่พังเสียหาย พร้อมได้ทำการเทฐานรากของตัวปราสาทและองค์ประกอบรากฐานใหม่ เพื่อให้ตัวปราสาทมีความมั่นคงแข็งแรงมากขึ้น

722996-02

จากนั้นช่างเริ่มทำการนำชิ้นส่วนที่รื้อออกมา และซ่อมแซมเสร็จเรียบร้อยแล้ว กลับเข้าไปประกอบกลับคืนตามลำดับอย่างละเอียดจนเสร็จเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งสภาพของปราสาทที่ได้ทำการบูรณะเสร็จสิ้นแล้วนั้นความสมบูรณ์และดูสวยงามสง่ากว่าเดิมอย่างมาก โดยทางเทศบาลตำบลครบุรีใต้ จะร่วมมือกับชาวบ้านในการดูแลรักษาสภาพแวดล้อม และความสะอาดด้านต่าง ๆ ไว้รอรองรับนักท่องเที่ยว ที่ต้องการเข้ามาศึกษาประวัติศาสตร์

722996-04

สำหรับปราสาทครบุรี นั้น ตั้งอยู่ภายในโรงเรียนบ้านครบุรี นครธรรมโฆสิต วิทยาคาร ต.ครบุรีใต้ อ.ครบุรี เป็นโบราณสถาน ที่ถูกสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ซึ่งเป็นกษัตริย์มหาราชองค์สุดท้ายของอาณาจักรเขมร ระหว่างปี พ.ศ. 1724 – 1753 อายุรวมกว่า 800 ปีแล้ว ถือเป็นโรงพยาบาลในสมัยโบราณ หรือที่เรียกว่า อโรคยศาลา

ซึ่งใช้เป็นสถานที่รักษาบำบัดผู้ป่วย ที่จะเดินทางไปจาริกแสวงบุญตามเมืองต่าง ๆ ในสมัยนั้นทั้งนี้ในระหว่างที่มีการทำการบูรณะซ่อมแซมตัวปราสาทครบุรีนั้น ได้มีการขุดค้นพบวัตถุโบราณที่สำคัญ ซึ่งถูกดินทับถมและไม่เคยเห็นปรากฏอยู่ภายในตัวปราสาทแล้วหลายชิ้น ในจำนวนนั้นมีพระโพธิสัตว์วัชรปราณีทรงครุฑ สร้างขึ้นพร้อม ๆ กลับตัวปราสาทครบุรี ในช่วงยุคของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ราวพุทธศตวรรตที่ 18 อายุเก่าแก่กว่า 800 ปี

ที่มา  INN

MThai News