รถไฟฟ้าสีม่วงกระอัก ขาดทุนวันละ 3 ล้าน !

อดีตส.ส.ประชาธิปัตย์ โพสต์เหตุ รถไฟฟ้า สายสีม่วงกระอัก ขาดทุนวันละ 3ล้าน! แนะ เร่งสร้างทางเชื่อมสถานนีเตาปูน-บางซื่อ

เมื่อวันที่ 20 ส.ค.2559 ที่ผ่านมา ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กถึงกรณีที่มีกระแสหลังจากรถไฟฟ้าสายสีม่วงเปิดให้บริการ และมีผู้โดยสารน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ ในหัวข้อ “รถไฟฟ้าสีม่วงกระอัก ขาดทุนวันละ 3 ล้าน!” โดยข้อความระบุว่า ….

14054084_10206949286875806_1410751134450240363_n

“หลังจากการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เปิดให้บริการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน-บางใหญ่ ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 6 สิงหาคม 2559 เป็นต้นมา ปรากฏว่ามีผู้โดยสารน้อยมาก คือมีเพียงแค่ประมาณวันละ 20,000 คนเท่านั้น ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก กล่าวคือ ปริมาณผู้โดยสารที่ รฟม.คาดการณ์ไว้จะมีวันละ 73,000 คนในปีแรกที่เปิดให้บริการ ดังนั้น ปริมาณผู้โดยสารที่มีจริงคิดเป็น 27% ของปริมาณที่คาดการณ์ไว้เท่านั้น

เมื่อมีผู้โดยสารน้อย รายได้จากค่าโดยสารก็น้อยตามด้วย ปรากฏว่า รฟม.มีรายได้จากค่าโดยสารเพียงวันละประมาณ 600,000 บาทเท่านั้น นั่นคือ ผู้โดยสารจ่ายค่าโดยสารเฉลี่ยคนละ 30 บาท

สำหรับการบริหารจัดการรถไฟฟ้าสายสีม่วงนั้น รฟม.ต้องจ้างบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบีอีเอ็มเป็นผู้ให้บริการเดินรถและซ่อมบำรุงรักษา ซึ่งรฟม.ตัองเสียค่าบริการเดินรถไฟฟ้าและบำรุงรักษาให้แก่บีอีเอ็มในปีแรกที่เปิดให้บริการ 1,327.5 ล้านบาท หรือคิดเป็นวันละประมาณ 3.6 ล้านบาท ค่าจ้างดังกล่าวจะเปลี่ยนแปลงทุกปีตามอัตราเงินเฟ้อและค่าไฟฟ้า

ในขณะที่รฟม.เก็บค่าโดยสารได้วันละ 600,000 บาท แต่ต้องเสียค่าจ้างให้บีอีเอ็มวันละ 3,600,000 บาท ดังนั้น รฟม.จึงต้องแบกภาระขาดทุนวันละ 3 ล้านบาท ซึ่งเป็นภาระหนักของรฟม.

การคิดกำไรขาดทุนดังกล่าวข้างต้นนั้น ยังไม่รวมค่าก่อสร้างที่มีมูลค่าประมาณ 6 หมื่นล้านบาท (รวมงานทุกประเภท) ดังนั้น จึงเห็นได้ชัดว่าการประกอบการเดินรถไฟฟ้าสายสีม่วงจะไม่สามารถมีรายได้จ่ายค่าก่อสร้างได้ เนื่องจากมีรายได้น้อยมาก น้อยเสียจนไม่พอจ่ายแม้เพียงแค่ค่าจ้างเดินรถไฟฟ้าและซ่อมบำรุงรักษา

ด้วยเหตุนี้ รฟม.จะต้องหาหนทางทำให้มีผู้โดยสารเพิ่มมากขึ้นให้ได้ มิฉะนั้น จะต้องแบกภาระการขาดทุนอย่างหนักตลอดไป ผมขอเสนอแนะดังนี้

1. เร่งเปิดให้บริการเชื่อมต่อระหว่างสถานีเตาปูนกับสถานีบางซื่อโดยเร็วที่สุด เพราะจะทำให้ผู้โดยสารได้รับความสะดวกสบายมากกว่าในปัจจุบันที่ต้องใช้บริการถเมล์ ซึ่งมีปัญหารถติดและรถเมล์ขาดช่วง ทำให้ต้องรอรถนาน

2. ปรับลดค่าโดยสาร เนื่องจากค่าโดยสารเดินทางเข้าตัวเมืองแพง ผู้โดยสารต้องจ่าย 70 บาทต่อเที่ยว (ในกรณีใช้บัตรเติมเงิน หากไม่ใช้จะต้องจ่าย 84 บาท) ไปกลับวันละ 140 บาท

3. ปรับลดค่าจอดรถที่อาคารจอดแล้วจร ปัจจุบันรฟม.คิดค่าจอดรถ 10 บาทต่อ 2 ชั่วโมง หรืออัตรารายเดือนเดือนละ 1,000 บาท หากผู้โดยสารไม่ต้องการจ่ายเป็นรายเดือนจะต้องเสียค่าจอดรถวันละประมาณ 70 บาท เพราะจะต้องจอดรถไว้ที่อาคารจอดแล้วจรวันละประมาณ 12-13 ชั่วโมง

4. ร่วมมือกับผู้ประกอบการเดินรถโดยสารในพื้นที่ต่างๆ ตลอดเส้นทางรถไฟฟ้า ขนผู้โดยสารจากบ้านมาส่งที่สถานี และจากสถานีไปส่งที่ทำงาน

5. ควบคุมให้บีอีเอ็มซึ่งเป็นผู้รับจ้างเดินรถไฟฟ้าดำเนินการเดินรถให้รถเข้าออกสถานีตรงเวลา ไม่จอดแช่ ประตูชานชาลาและประตูรถจะต้องเปิดทุกสถานี และจอดรถตรงตามจุดที่กำหนดให้ผู้โดยสารเข้าออก

หากรฟม.เร่งแก้ไขตามข้อเสนอแนะดังกล่าว ผมมั่นใจว่ารถไฟฟ้าสายสีม่วงจะมีผู้โดยสารเพิ่มมากขึ้นแน่ครับ”

ที่มา ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์

MThai News

พบแล้ว ร่างนักเรียนชายอายุ 13 ปี หลังเล่นน้ำสูญหาย ที่ทะเลสัตหีบ

พบแล้วร่างนักเรียนสูญหายทะเลสัตหีบ – ส่งชันสูตร ก่อนมอบให้ญาติดำเนินพิธีทางศาสนา

จากกรณีเมื่อวันที่ 20 ส.ค 59 มีเด็กจมน้ำจำนวน 3 คน บริเวณชายหาดเจษฎาราชเจ้า ต พลูตาหลวง อ สัตหีบ จ ชลบุรี โดยชุดปฎิบัติการพิเศษทัพเรือภาพที่ 1 สามารถช่วยเหลือได้จำนวน 2 คน เด็กชาย อนุวัฒน์ ทองเพชร อายุ 12 ปี และ เด็กชาย วรวิทย์ จันกวด อายุ 13 ปี อาการสาหัส

722932-01

ส่วนเด็กชายพงศกร ผุยป้อง อายุ 13 ปี ได้จมหายไป หลังโรงเรียนหล่มเก่าพิทยาคม อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ ได้นำนักเรียนจำนวน 250 คน ชั้น ม.1 – ม.6 มาทัศนศึกษาดูงานวิทยาศาสตร์ ที่เมืองทองธานี กทม. โดยได้มาแวะท่องเที่ยวทะเลสัตหีบ จากนั้นกลุ่มผู้ตาย ประมาณ 10 คน ได้เช่าห่วงยาง 2 ห่วง ว่ายเกาะกันไป ก่อนที่ห่วงยางจะลอยออกไปไกลฝั่งและช่วยกันว่ายตีขาเกาะห่วงยางเข้ามา ก่อนใกล้ถึงฝั่งต่างคนต่างปล่อยจากห่วงยางว่ายเข้าฝั่ง แต่เด็กทั้ง 3 คนว่ายน้ำไม่ไหว จึงจมไปก่อนที่ 2 ทหารเรือ จะได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือลงไปช่วยได้แค่ 2 คน ส่วนอีกคนจมหายไปยังหาไม่เจอ

722932-02

ล่าสุดเมื่อเวลา 07.00 น. ของวันนี้ พ.ต.ท เตชิด กุลกนิษฐ์ รอง ผกก สอบสวน สภ พลูตาหลวง อ.สัตหีบ จ. ชลบุรี ได้รับแจ้งพบศพเด็กชายพงศกร ผุยป้อง อายุ 13 ปี นักเรียนชั้น ม.1 โรงเรียนหล่มเก่าพิทยาคม ที่จมสูญหายไป บริเวณ ชายหาดเจษฎาราชเจ้า ต พลูตาหลวง อ สัตหีบ จ ชลบุรี ห่างจากจุดจมน้ำประมาณ 300 เมตร ในสภาพสวมเสื้อแขนยาวสีน้ำตาล กางเกงขาสั้นสีเขียว ลอยมาติดชายหาด ในสภาพมีน้ำทะเลไหลออกจากปากจำนวนมาก เบื้องต้นไปนำร่างส่งไปชันสูตร ยังโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ ก่อนมอบให้ญาติรับไปดำเนินพิธีทางศาสนาต่อไป

722932-03

722932-04

MThai News

ที่มา INN

ภูทับเบิกเดือด! ชาวม้งปิดถนน กันเจ้าหน้าที่ไม่ให้รื้อถอน

เจ้าของรีสอร์ท พร้อมชาวเขาเผ่าม้งนับร้อย ปิดถนนกันเจ้าหน้าที่ไม่ให้รื้อถอน ร้องขอรื้อเองภายใน 7 วัน ขณะที่ 2 รองผู้ว่าฯ เจรจา ตัวแทนม้งยื่น 5 ข้อ ล่าสุดยอมเปิดถนนแล้ว

วานนี้ 20 ส.ค. เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการรื้อถอนรีสอร์ททับเบิก นำโดยนายไกรสร กองฉลาด รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ พร้อมกำลังกว่า 300 นาย และรถแบล็กโฮ ลงพื้นที่คานาอานรีสอร์ท เพื่อทำการรื้อถอน แม้ว่าก่อนหน้านั้นเจ้าของร้านได้ทำการรื้อถอนแล้วในเบื้องต้น

722893-08

ซึ่งหลังจากเจ้าหน้าที่ไปถึงรีสอร์ทแห่งหนึ่ง ปรากฏว่า เจ้าของรีสอร์ท ซึ่งเป็นชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง และเป็นคนในพื้นที่ภูทับเบิก ได้ระดมญาติพี่น้องและผู้ประกอบการรีสอร์ทในพื้นที่จำนวนกว่า 100 คน มาปิดกั้นถนนและกันไม่ให้เจ้าหน้าที่เข้ารื้อถอน โดยนายชาญชัย ศรศรีวิชัย นายอำเภอหล่มเก่า ได้เข้าชี้แจง พร้อมทำความเข้าใจต่อตัวแทนผู้ประกอบการ แต่ปรากฏว่าเจ้าของรีสอร์ทและผู้ประกอบการรีสอร์ท ยืนกรานจะรื้อถอนเอง หรือไม่อย่างนั้น ขอให้ทางจังหวัดหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำการปิดการท่องเที่ยวรีสอร์ทอย่างถาวร ไม่ให้มีการท่องเที่ยวในพื้นที่อีก จึงจะยอมรื้อถอน ทำให้การการเจรจาใช้เวลานานกว่า 2 ชั่วโมงไม่สามารถดำเนินการได้ และสถานการณ์เป็นไปอย่างตึงเครียด กระทั่งเวลา 15.00 น. ชุดปฏิบัติการได้ถอนกำลัง เพื่อมาปรึกษาหารืออีกครั้ง

722893-07

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการจะยอมถอยออกไปแล้ว แต่ชาวบ้านและผู้ประกอบการรีสอร์ทยังคงปักหลักปิดถนนทางขึ้นภูทับเบิก กดดันเจ้าหน้าที่ให้ออกจากพื้นที่ภูทับเบิก จึงจะยอมเปิดทาง ส่งผลให้นักท่องเที่ยวจำนวนมากที่เดินทางมาเที่ยวพักผ่อนภูทับเบิก ต้องมาจอดรถบริเวณจุดชมวิวก่อนถึงด่านตรวจภูหินร่องกล้า ขณะที่เจ้าหน้าที่ป่าไม้และตำรวจได้ตั้งจุดบริการ เพื่ออธิบายถึงสถานการณ์และมาตรการแก้ไขภูทับเบิก ทำให้นักท่องเที่ยวส่วนหนึ่งถึงกับถอดใจและเดินทางกลับ

722893-06

ต่อมานายไกรสร กองฉลาด และนายกฤษณ์ คงเมือง รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ พร้อมนายชาญชัย ศรศรีวิชัย นายอำเภอหล่มเก่ารวมทั้งนายชิต อินทรนก ป่าไม้จังหวัดเพชรบูรณ์ เข้าเจรจากับนายพรชัย บัญชาสวรรค์ นายปิยะรักษ์ แซ่เถา นายมงคล เถารักตระกูล 3 แกนนำตัวแทนชาวม้งหมู่ 14, 16, 17 ต.วังบาล และหมู่ 8 ต.บ้านเนิน อ.หล่มเก่า ทั้งนี้ทางตัวแทนชาวม้งมีการยื่นข้อเรียกร้องรวม 5 ข้อ

1.ให้หยุดดำเนินรื้อถอนหลังจากการเจรจาและเคลื่อนย้ายลงจากศูนย์ปฎิบัติการและภูทับเบิก

2.ให้หาทางออกด้วยกันเป็นลำดับขั้นตอนโดยตัวแทนที่เกี่ยวข้อง ที่มีอำนาจการตัดสินใจแะตัวแทนชาวบ้าน

3.ให้ทหารเข้ามามีส่วนร่วมในการแก่ไขปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นหลัก

4.ให้ดำเนินการแก้ไขปัญหาที่ดินให้เป็นกิจลักษณะตามกฎหมายที่ดินที่ชาวบ้านอยู่อาศัยมานานพึงมีพึงได้

5.ให้อาศัยกฎหมาย ม.44 ที่ประกาศแล้วนี้ดำเนินการแก้ไขปัญหาชาวบ้านที่ถูกดำเนินคดี และบังคับคดีแล้วให้เกิดความชอบธรรมให้มากที่สุด โดยไม่ให้มีการรื้อถอนและไม่ฟ้องร้องเพิ่มอีก

722893-05

อย่างไรก็ตาม นายไกรสรและคณะ เจรจาต่อรองเบื้องต้นรับข้อเรียกร้องเพียงข้อแรกเท่านั้น ส่วนข้อเรียกร้องอื่นๆ จะรับไปพิจารณาเพราะไม่สามารถให้คำตอบได้ ทำให้แกนนำพอใจจากนั้นจึงแจ้งให้กลุ่มชาวม้งราว 300 คนยุติการชุมนุมปิดถนน จากนั้นต่อมาได้มีการสั่งการให้เคลื่อนย้ายทั้งหมดลงจากเขาภูทับเบิกโดยทันที

ขณะเดียวหลังการเคลื่อนย้ายเครื่องจักรออกจากบ้านภูทับเบิกแล้วนักท่องเที่ยวต่างพากันแห่เข้าไปในหมู่บ้านทับเบิกโดยทันที

722893-03

722893-04

MThai News

ที่มา INN