ทหารบุกรวบ ท่านชายเก๊ อ้างเบื้องสูง หลอกลวงประชาชน

ทหารบกที่ 41 กองทัพภาคที่ 4 สนธิกำลังตำรวจ บุกจับชายอ้างเป็นบุคคลชั้นสูง-ทหารคนสนิท หลอกลวงชาวบ้านตั้งเครือข่ายหน่วยพิทักษ์ความปลอดภัยเฉพาะกิจ

รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อช่วงค่ำวานนี้ (18 ก.ย. 59) ที่เจ้าหน้าที่ทหารนำโดย พล.ต.ธีร์ณฉัฎ จินดาเงิน ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 41 กองทัพภาคที่ 4 ได้สนธิกำลังทหารตำรวจเข้าจับกุมนายไกรศรี จันทรปัญญา อายุ 47 ปี ชาว ต.บางหลวง อ.เมือง จ.ปทุมธานี และนายพิษณุ อ่ำวงษ์ษา อายุ 65 ปี ชาวหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ ที่รีสอร์ทหรูแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.ลานสกา จ.นครศรีธรรมราช

ภายหลัง พล.ท.ธนเกียรติ ชอบชื่นชม ผู้บัญชาการศูนย์รักษาความปลอดภัย กองบัญชาการกองทัพไทยได้ประสานให้เข้าจับกุม เนื่องจากสืบทราบว่าบุคคลทั้ง 2 ได้แอบอ้างเป็นราชวงศ์เป็นเชื้อพระวงศ์ชั้นสูงหลอกชาวบ้านให้เข้าร่วมเครือข่ายกองกำลังในนาม “หน่วยพิทักษ์ความปลอดภัยเฉพาะกิจ” มานานแล้ว

หน่วยพิทักษ์ความปลอดภัยเฉพาะกิจ, ท่ายปลอม, ท่านชายออฟ, ข่าวจังหวัดนครศรีธรรมราช, ไกรศรี จันทรปัญญา
ภาพจาก ข่าวสด

ทั้งนี้จากการสอบสวนทั้ง 2 ให้การสารภาพว่าได้แอบอ้างเป็นเชื้อพระวงศ์จริง ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริงไม่ได้เป็นอย่างนั้น โดยนายไกรศรี หัวหน้าทีมเป็นแค่คนธรรมดา ขณะที่นายพิษณุนั้นเป็นแค่แพทย์แผนไทย แต่เคยผ่านการอบรมหลักสูตรหน่วยจู่โจมเมื่อหลายสิบปีก่อนเท่านั้น เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้คุมตัวผู้แอบอ้างการเป็นเชื้อพระวงศ์ชั้นสูงไว้ก่อนเพื่อสอบสวนเพิ่มเติม ก่อนส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สำหรับพฤติกรรมของกลุ่มดังกล่าวมีนายไกรศรี อ้างเป็นท่านชายอ๊อฟ กับนายพิษณุ อ้างเป็นนายทหารเป็นผู้ติดตาม จากนั้นพยายามเข้ามาสร้างเครือข่ายกองกำลังและเข้าเยี่ยมเยียนตามวัดวาอาราม หรือเป้าหมายต่างๆ ในลักษณะการเป็นบุคคลชั้นสูงหลอกลวงชาวบ้าน ก่อนจะออกทำการจัดอบรมสัมมนาตามรีสอร์ท เชิญชาวบ้านให้เข้าร่วมเพื่อสร้างเป็นเครือข่าย

โดยมีใบสมัครเข้า พร้อมเกียรติบัตร บัตรประจำตัว และเข็มกลัดมอบให้ผู้เข้าร่วม ซึ่งเป็นการทำขึ้นมาเพื่อหลอกลวงประชาชนให้หลงเชื่อ ซึ่งล่าสุดกลุ่มนี้ได้ประสานงานไปที่วัดสวนขันธ์ อ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช ระบุว่าจะอัญเชิญกฐินหลวงไปยังวัดดังกล่าวด้วย ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะสืบทราบและเข้าจับกุมดังกล่าว

ขอบคุณภาพจาก ข่าวสด 

7 โจ๋จำเลยคดีฆ่าคนพิการ ปฏิเสธข้อกล่าวหา ศาลนัดใหม่ 19 ธ.ค.

ศาลนัดอีกตรวจหลักฐาน 6 โจ๋ฆ่าชายพิการเป็น 19 ธ.ค. นี้ หลังจำเลยทั้งหมดปฏิเสธลงมือฆ่าชายพิการ ด้านทนายอนันต์ชัย อยากให้จำเลยขอโทษ โทษหนักจะได้เป็นเบา

รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ (19 ก.ย. 59) ศาลอาญาถนนรัชดาภิเษก ได้มีการนัดตรวจพยานหลักฐานในคดีที่พนักงาน อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 9 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องเป็นโจกท์ยื่นฟ้อง นายพีรพล ยศพงศ์อนันต์ อายุ 21 ปี พร้อมพวกรวม 7 คน ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา  จากกรณีใช้อาวุธมีดทำร้าย นายสมเกียรติ ศรีจันทร์ อายุ 35 ปี ชายพิการจนเสียชีวิต ย่านโชคชัย 4 เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม ที่ผ่านมา

ลูกตำรวจ, คดีฆ่าคนพิการ,

โดยหลังจากศาลได้มีการศาลได้อธิบายคำฟ้องโดยสรุปให้จำเลยทั้ง 7 ฟังแล้วสอบคำให้การ จำเลยทั้งหมดขอให้การปฏิเสธ ก่อนที่ศาลจะนัดไต่สวนใหม่ในวันที่ 19 ธ.ค. นี้ หลังจากที่ทนายจำเลยขอเลื่อนนัดพร้อมตรวจหลักฐานออกไปก่อนเรื่องจากจะขอสอบข้อเท็จจริงทางคดีให้ชัดเจนก่อน

ทั้งนี้หลังจากการไต่สวนแล้วเสร็จทาง นายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความของฝ่ายโจทก์ ได้กล่าวว่า วันนี้ศาลนัดตรวจหลักฐานฝ่ายโจทก์ยื่นบัญชีพยานไว้ 37 อันดับ แต่มีการตัดพยานออกไปเหลือประมาณ 17-18 อันดับ ซึ่งขณะที่ศาลอ่านคำฟ้องให้จำเลยฟัง จำเลยปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ศาลให้โอกาสจำเลยทบทวนใหม่ เนื่องจากแผลที่ผู้เสียชีวิตถูกทำร้าย 10 แห่ง สามารถทำให้ถึงตายได้ทั้งนั้น  หากจำเลยจะต่อสู้ว่าบันดาลโทสะหรือป้องกันตัวก็เชื่อได้ยาก แต่ถ้ายอมรับสารภาพ โทษจะเบาลง เพราะจำเลยยังอยู่ในวัยที่เป็นเยาวชน

ขณะที่ นายคมเพชร จันทร์ปุ่ม ทนายจำเลย เปิดเผยว่า ยังไม่ได้หารือกับจำเลยว่าจะรับสารภาพหรือไม่ แต่ข้อเท็จจริงที่ปรากฏตามสื่อ จำเลยไม่ได้กระทำผิดขณะที่โจทก์กล่าวหา แต่ผู้เสียชีวิตกลับไปนำมีดมาทำร้ายกลุ่มจำเลยก่อน ซึ่งไม่ใช่มีดตัดขนมปัง จนจำเลยที่ 1 ได้รับบาดเจ็บที่แขน กลุ่มจำเลยจึงตอบโต้กลับ ถือเป็นการทะเลาะวิวาท ส่วนประเด็นการตรวจพบสารเสพติดในร่างกายผู้เสียชีวิตจะหยิบยกมาเป็นข้อต่อสู้ด้วยเช่นกัน

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

ไอดอลตัวจริง! หนุ่ม นศ.วิศวะ ทำงานหาเงินช่วยพ่อตาบอด-แม่ป่วยมะเร็ง

ชื่นชม! หนุ่มนักศึกษา วิศวะ ปี 4 หาเวลาว่างทำงานพิเศษ หาเงินช่วยพ่อตาบอด-แม่ป่วยมะเร็ง

ในขณะที่วัยรุ่นหลาย ๆ คน กำลังใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัย ทุ่มเทใช้เวลาไปกับการเรียนหนังสือมุ่งหวังปริญญา แต่ในเวลาเดียวกันยังมีนักศึกษาอีกจำนวนไม่น้อยที่แตกต่างด้านความพร้อม ทำให้การเรียนและการดำเนินชีวิตของพวกเขาต้องผ่านบททดสอบมากมาย อย่างเช่นนายคมกริช สืบสิริ นักศึกษาปี 4 สาขาวิศวกรรมอุตสาหการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชมงคลล้านนา จ.เชียงใหม่ ที่ตลอด 24 ชั่วโมงในแต่ละวัน เป็นเวลาที่มีค่ายิ่ง

11
ทุก ๆ วัน คมกริชจะใช้ช่วงเวลา 15.00 – 24.00 น. ทำงานเป็นพนักงานขายในร้านสะดวกซื้อ สาขาถนนสิริมังคลาจารย์ อ.เมืองเชียงใหม่ หลังจากนั้นกลับหอพักทบทวนการเรียนและทำงานที่อาจารย์สั่งก่อนจะพักผ่อน ตื่นเช้าก็จะเข้ามหาวิทยาลัยไปเรียนหนังสือ หลายครั้งที่คมกริชเลือกรับเวรวันละ 2 กะ ทำให้ต้องทำงานวันละมากกว่า 15 ชั่วโมง

คมกริชเล่าถึงเหตุที่ต้องทำงานหนักไปพร้อมๆ กับเรียนหนังสือว่า พ่อของตนสูญเสียตาหนึ่งข้าง ส่วนมารดาเป็นมะเร็งต้องรักษาตัว ทั้งสองพักอยู่ที่ จ.ลำปาง ครอบครัวไม่ได้มีฐานะร่ำรวย ทั้งยังมีค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาพ่อและแม่ เมื่อสอบติดต้องมาเรียนที่เชียงใหม่ทำให้มีค่าใช้จ่ายมากขึ้น ทำให้ตัดสินใจทำงานที่ร้านสะดวกซื้อตั้งแต่เข้าเรียนปี 1 รายได้จากการทำงานทั้งหมดนำไปเป็นค่าเทอม ค่าหอพัก ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน บางส่วนยังส่งไปให้พ่อและแม่แบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในครอบครัว

12
แม้ต้องเหน็ดเหนื่อยทำงานวันละหลายชั่วโมงพร้อมกับเรียนหนังสือ แต่ก็ไม่เคยท้อ ไม่เคยมองเป็นอุปสรรคในการเรียน กลับมองว่าเป็นบททดสอบของชีวิต ตลอด 5 ปี ที่ผ่านมา แบ่งเวลาให้กับการเรียนให้มากที่สุด แม้จะไม่เต็มที่ แต่ก็ไม่กระทบกับการเรียน ล่าสุดเทอมนี้ส่งงานโปรเจคเรียนจบ เกรดเฉลี่ย 3.00 หลังจากเรียนจบ จะเข้าไปเป็นทหารที่ค่ายสุรศักดิ์มนตรี จ.ลำปาง ที่ได้สมัครไว้

หลังจากเป็นทหารได้ 6 เดือน จะออกมาหางานทำตามสายงานที่เรียนไว้ โดยตั้งใจทำงานในสายงานการผลิตโรงงานอุตสากรรมตามสาขาวิชาที่เรียนมา หากมีงานทำก็จะช่วยเหลือครอบครัวได้มากขึ้น

ทางด้านนายคำรณ แก้วผัด หัวหน้าหลักสูตรวิศวกรรมอุตสาหการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา บอกว่า คมกริชตั้งใจว่าจะต้องเรียนจบตามกำหนด ทำให้ต้องเรียนหนัก 7 – 8 วิชา ในหนึ่งภาคการศึกษา และแม้ต้องใช้เวลาไปกับการหารายได้ ในการเรียนคมกริชก็ตั้งใจ ถือเป็นอีกหนึ่งแบบอย่างของเยาวชน ในการแบ่งเบาภาระกับครอบครัวและความตั้งใจในการเรียนมีเป้าหมายในชีวิต

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News