ระทึก! ไล่ล่า 2 นักโทษหนี โรยตัวข้ามกำแพงคุกนครศรีธรรมราช

ระทึก! ตำรวจตามไล่ล่า 2 นักโทษหนีจากคุก ใช้ผ้าโรยตัวข้ามกำแพงคุกนครศรีธรรมราช ขณะนี้ยังลอยนวล

วันนี้(16 ก.ย.) เกิดเหตุนักโทษชาย 2 นาย ปีนกำแพงเรือนจำ ทัณฑสถานวัยหนุ่มนครศรีธรรมราช ต.นาทราย อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช หลบหนีไปได้  เจ้าหน้าที่รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ จากนั้นได้ประสานกำลังตำรวจสายตรวจ รุดไปยังที่เกิดเหตุ พบว่าเจ้าหน้าที่กำลังวุ่นอยู่กับการติดตามตัวผู้ต้องขังที่หลบหนี

ต่อมาทราบชื่อ คือนายธีรยุทธ หรือมุ้ย ชูแก้ว อายุ 32 ปี เป็นนักโทษคดี พ.ร.บ.อาวุธสงคราม, คดีพยายามฆ่าเจ้าพนักงาน เมื่อปี 2558 และคดียาเสพติด อีกคนคือนายสมชาย ไทยบุรี อายุ 40 ปี เป็นนักโทษเด็ดขาดคดี พ.ร.บ.ยาเสพติด ซึ่งศาลได้ตัดสินจำคุกเป็นเวลา 10 ปี 4 เดือน โดยผู้ต้องขังทั้ง 2 ปีนกำแพงหลบหนีไปได้อย่างลอยนวล

โดยกำแพงทัณฑสถานวัยหนุ่มนครศรีธรรมราช ความสูงประมาณกว่า 10 เมตร มีสายไฟฟ้าแรงสูง และลวดหนามล้อมรอบรั้วกำแพง ที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบหลักฐาน ผ้าห่มสีน้ำเงินจำนวน 3 ผืน นำมาต่อกันแล้วมีการม้วนทำเป็นเกลียว เหมือนเชือกขนาดใหญ่ยาวประมาณกว่า 10 เมตร ห้อยคาติดอยู่กับสายไฟรั้วริมกำแพงเรือนจำ ทั้งด้านใน และด้านนอก มีท่อพีวีซีขนาดความยาวประมาณ 10 เมตรเศษเป็นที่รองเท้าปีนกำแพง วางพาดพิง กับกำแพงเรือนจำด้านใน

จากการสอบสวนเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ทัณฑสถานวัยหนุ่มนครศรีธรรมราช ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุช่วงเช้ามืดเวลาประมาณ 05.00 น.วันเดียวกัน ขณะเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ปล่อยให้บรรดานักโทษทั้งหมดออกมาจากเรือนนอน เพื่อทำภารกิจตามปกติ นายธีรยุทธ และนายสมชาย เตรียมการหลบหนีแอบหลบไปทางกำแพงด้านหลัง แล้วนำผ้าห่มมาผูกมัดต่อกันยาวเกือบ 10 เมตรที่เตรียมไว้ มัดกับเสาแล้วปีนข้ามกำแพงหนีไปทางด้านหลัง ซึ่งมีบ้านผู้คุมเรือนหลายหลัง แต่ก็รอดไปได้

ต่อมา เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ส่งกำลังออกไล่ล่า หลังได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามี 1 ใน 2 ผู้ต้องขังหลบหนีเข้าไปในเขต อ.พรหมคีรี จ.นครศรีธรรมราช และมีญาตินำรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อซูซูกิ สีแดง ไม่ทราบทะเบียนมารับตัวไป แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถจับกุมตัวได้ คาดว่าผู้ต้องขังทั้ง 2 น่าจะหลบหนีออกนอกพื้นที่ หรือหลบไปกบดานบนภูเขาแถวบ้านเดิม อ.ร่อนพิบูลย์ และ อ.ท่าศาลา

สำหรับนายธีรยุทธ หนึ่งในสองผู้ต้องขังมีประวัติโชกโชน ทั้งคดียาเสพติด และอาวุธปืน รวมทั้งยังเป็นมือปืนรับจ้างระดับต้นๆ ของตำรวจภูธรภาค 8 เมื่อเดือน ก.พ. 2558 กำลังตำรวจ และทหารเข้าล้อมจับ ต.ร่อนพิบูลย์ อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช แต่ถูกนายธีรยุทธ ใช้อาวุธปืนยาวยิงต่อสู้ และทหารบาดเจ็บจำนวน 1 ราย ก่อนหลบหนีไปได้ แต่เจ้าหน้าที่กดดันอย่างหนักจึงเข้ามอบตัว  ส่วนนายสมชาย ผู้ต้องขังอีกคนนั้น โดนศาลตัดสินคดีเสร็จแล้ว ซึ่งจำคุกก่อนจะร่วมกันหลบหนีไปได้ดังกล่าว

ที่มา ข่าวสด

MThai News

น้ำยมจากสุโขทัย ไหลท่วมถึงพิษณุโลกแล้ว นาข้าวเสียหายกว่าแสนไร่ !

ระดับน้ำยังวิกฤต น้ำยมจากสุโขทัย ไหลท่วมถึงพิษณุโลกแล้ว กระทบ 3 อำเภอ นาข้าวเสียหายกว่าแสนไร่ !

วันนี้(16 ก.ย.)  แม่น้ำยม ไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือน และพื้นที่นาข้าวในเขต อ.พรหมพิราม อ.เมือง และอ.บางระกำ จ.พิษณุโลก ด้วยผันน้ำจากประตูระบายน้ำบ้านหาดสะพานจันทร์ อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย ผ่านมาทางแม่น้ำยมสายเก่า ส่งกระทบกับพื้นที่ลุ่มน้ำยมของจ.พิษณุโลก ซึ่งระดับน้ำกำลังวิกฤต

จากการลงพื้นที่สำรวจพบว่า ระดับน้ำในคลองเมมเพิ่มขึ้นถึงระดับเกือบสูงสุด ในจุดที่เป็นพื้นที่ต่ำน้ำได้เริ่มไหลล้นจากคลองเมมเข้าสู่พื้นที่ทางการเกษตรที่ส่วนใหญ่เป็นนาข้าว บางส่วนที่เหนือขึ้นไป ต.หนองแขม และ ต.พรหมพิราม ที่รับน้ำจากแม่น้ำยมสายเก่า บางจุดน้ำได้ไหลข้ามถนน และเข้าพื้นที่ทางการเกษตร และระดับน้ำยังคงมีทีท่าจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะยังคงมีการระบายน้ำจำนวนมากจากแม่น้ำยม จ.สุโขทัย เข้ามายังจังหวัดพิษณุโลก

นายบรรดิษฐ์ อินต๊ะ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานพิษณุโลก เปิดเผยว่า ต้องเฝ้าระวังพื้นที่ อ.พรหมพิราม อ.เมืองพิษณุโลก และอ.บางระกำ เป็นอย่างมาก ซึ่งนโยบายของกรมชลประทาน จำเป็นต้องผันน้ำจากประตูระบายน้ำบ้านหาดสะพานจันทร์มาลงแม่น้ำยมสายเก่าให้มากที่สุด เนื่องจากจ.สุโขทัยน้ำเริ่มท่วมไปแล้ว ในเขตอ.เมือง อ.ศรีสำโรง ที่อยู่ท้ายน้ำประตูระบายน้ำบ้านหาดสะพานจันทร์

ขณะนี้ แม่น้ำยมที่ประตูระบายน้ำหาดสะพานจันทร์มีน้ำเต็ม 100 % มีน้ำอยู่ 15 ล้านลูกบาศก์เมตร ( ลบ.ม. ) มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 900 กว่าลบ.ม.ต่อวินาที การระบายลงสู่แม่น้ำยมสายหลัก จะปล่อยไม่เกิน 550 ลบ.ม.วินาที น้ำที่เหลือจะระบายสู่คลองหกบาท 180-200 ลบ.ม.ต่อวินาที โดยผันน้ำลงสู่แม่น้ำน่านที่อ.พิชัยจ.อุตรดิตถ์ในคลองยม-น่าน 80 ลบ.ม.ต่อวินาที และผันลงสู่แม่น้ำยมสายเก่าในอัตรา 140-150 ลบ.ม. วินาที

สถานการณ์ขณะนี้ ที่ชลประทานเป็นห่วงและเฝ้าระวังคือ พื้นที่นาข้าว อายุ 2-3 เดือน ที่รอการเก็บเกี่ยวใน 3 อำเภอของพิษณุโลก พื้นที่ประมาณ 120,000 ไร่ อาจจะได้รับผลกระทบ ได้แก่ จุดที่ 1 ม.10-ม.12 ต.ท่าช้าง อ.พรหมพิราม และ ต.บ้านกร่าง อ.เมืองพิษณุโลก มีพื้นที่ปลูกข้าวเจ้า ข้าวเหนียว พืชไร่ประมาณ 30,000 ไร่ จุดที่สองที่บ้านวังขะขาม ทุ่งหนองหลวง ต.หนองแขม อ.พรหมพิราม มีพื้นที่ปลูกข้าวประมาณ 20,000 ไร่ และจุดที่สามบริเวณ ม.9 บ้านตะแบกงาม ต.ชุมแสงสงคราม และ พื้นที่ต.ท่านางงาม อ.บางระกำ มีพื้นที่ปลูกข้าวประมาณ 70,000 ไร่

ที่มา phitsanulokhotnews

MThai News

แจ้งข้อหาหนัก ผอ.โหด ตบบ้องหูเด็กพิเศษจนเจ็บสาหัส

ตำรวจแจ้งข้อหาหนัก ผู้อำนวยการโรงเรียนในเมืองอุบลฯ ทำร้ายร่างกายเด็กพิเศษ จนมีอาการเจ็บสาหัสล่าสุดอาการยังน่าห่วง

ความคืบหน้ากรณีเด็กพิเศษนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ของโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.อุบลราชธานี ถูกผู้อำนวยการโรงเรียนทำร้ายร่างกายด้วยการตบบ้องหู ก่อนตบที่ใบหน้าจนเด็กได้รับบาดเจ็บสาหัส  และมีอาการข้างเคียงจนต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลอยู่บ่อยครั้ง โดยเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งวันที่ 8 มิ.ย. ที่ผ่านมานั้น

ตบหัว, ครูทำร้ายนักเรียน, ข่าวจังหวัดอุบลราชธานี
ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข่าว

ล่าสุด ทางพ.ต.อ.สานิตย์ ไชยสถิตย์ ผกก.สภ.ศรีเมืองใหม่ อ.ศรีเมืองใหม่ จ.อุบลราชธานี ได้ออกมาเปิดเผยในเรื่องของคดีว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนได้รับแจ้งความและได้ดำเนินการสอบพยานแวดล้อมและพยานบุคคลเรียบร้อยแล้ว
และทางพนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกผู้อำนวยการคนดังกล่าวมารับทราบข้อกล่าวหาเพิ่มเติมจากเหตุทำร้ายร่างกาย หลังมีหลักฐานจากใบรับรองแพทย์ที่ระบุว่า ด.ช.ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากเหตุดังกล่าว

นอกจากนี้ได้ข้อหาเพิ่มทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับบาดเจ็บสาหัส และสรุปสำนวนมีความเห็นสั่งฟ้องเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2559 ก่อนส่งตัวผู้อำนวยการพร้อมสำนวนการสอบสวนไปยังสำนักงานอัยการจังหวัดอุบลฯ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไปแล้ว