มติผู้ตรวจฯชี้มูล ‘ธีรวัฒน์ กกต.’ ส่อผิดจริยธรรมปมชู้สาว!?

มติผู้ตรวจฯชี้มูล “ธีรวัฒน์ ธีรโรจน์วิทย์” กกต. มีความผิดจริยธรรม ปมชู้สาว – ยันพบหลักฐานค่อนข้างชัดเจน

วันที่ 15 ก.ย.ที่ผ่านมา นายรักษเกชา แฉ่ฉาย เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน เปิดเผยว่า นายศรีราชา วงศารยางกูร ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ได้ส่งหนังสือถึงประธานคณะกรรมการการเลือกตั้งเมื่อช่วงสายของวันนี้ (15 ก.ย.59) เพื่อแจ้งมติของผู้ตรวจการแผ่นดินที่เห็นว่า นายธีรวัฒน์ ธีรโรจน์วิทย์ กกต.ด้านกิจพรรคการเมือง มีพฤติกรรมเข้าข่ายผิดจริยธรรมตามที่ประธานสภาพัฒนาการเมืองได้ยื่นคำร้องขอให้ตรวจสอบจริง เพื่อให้ประธานกกต.ในฐานะหัวหน้าหน่วยงานดำเนินการตามระเบียบ กกต.ว่าด้วยประมวลจริยธรรมของกกต. กกต.จังหวัด และพนักงาน กกต. พ.ศ. 2551 แล้ว

121-1

สำหรับพฤติกรรมที่เข้าข่ายผิดจริยธรรมนั้น เป็นกรณีร้องเรียนเรื่องชู้สาว ซึ่งผู้ตรวจฯ พบหลักฐานค่อนข้างชัดเจน คำชี้แจงของ นายธีรวัฒน์ ที่ปฏิเสธไม่สามารถหักล้างได้ โดยในช่วงเวลาเดียวกันของวันนี้ นายธีรวัฒน์ ได้มีการยื่นหนังสือต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้ส่งหนังสือคำร้องของผู้ร้องมาให้ เพื่อจะได้ทราบถึงประเด็นที่กล่าวหาอย่างชัดแจ้ง และจะได้ชี้แจงได้อย่างถูกต้อง

เนื่องจากที่ผ่านมา ผู้ตรวจฯ ตั้งเป็นประเด็นคำถามส่งมาเท่านั้น รวมทั้งขอขยายระยะเวลาการสอบสวนออกไป แต่การส่งหนังสือของ นายธีรวัฒน์ น่าจะสวนทางกันกับหนังสือของประธานผู้ตรวจฯ ที่แจ้งหนังสือมายังประธาน กกต.

อย่างไรก็ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน 2552 มาตรา 38 และมาตรา 39 ได้บัญญัติไว้กรณีหากผู้ตรวจแผ่นดิน ส่งให้เรื่องให้ผู้ที่รับผิดชอบในการบังคับการให้ดำเนินการให้เป็นไปตามประมวลจริยธรรมแล้วไม่มีการดำเนินการ

หรือเชื่อได้ว่าการดำเนินการของผู้ที่รับผิดชอบจะไม่เป็นไปด้วยความเป็นธรรม ผู้ตรวจฯสามารถไต่สวน และเปิดเผยผลการไต่สวนต่อสาธารณะได้

ข้อมูล INN

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

นักท่องเที่ยวจีนลดลงกว่า 50% หลังปราบทัวร์ศูนย์เหรียญ

รัฐบาลปราบ ทัวร์ศูนย์เหรียญ ทำ นักท่องเที่ยวจีน ลดลงกว่า 50% เตรียมหารือผู้ประกอบการดำเนินการอย่างค่อยเป็นค่อยไป

นายสมชาย ชมระกา รักษาการนายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว กล่าวภายหลังการประชุมหารือกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระกระทบจากการที่รัฐบาล เดินหน้าจัดระเบียบทัวร์ศูนย์เหรียญ ว่า มาตรการดังกล่าว ทำให้นักท่องเที่ยวจีนที่จะเดินทางมาท่องเที่ยวโดยใช้บริการกรุ๊ปทัวร์ในเดือนกันยายน ต้องยกเลิกการเดินทางแล้ว 50% ถึง 70%

ทั้งนี้ เนื่องจากต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้นกะทันหัน ทำให้ผู้ประกอบการปรับตัวไม่ทัน คิดเป็นสัดส่วนนักท่องเที่ยวที่หายไปประมาณ 2 แสนคน จากปกติมีนักท่องเที่ยวจีนใช้บริการทัวร์ท่องเที่ยวประมาณเดือนละ 3 ถึง 4 แสนคน ขณะที่ยอดบุ๊คกิ้งเดือนตุลาคม ซึ่งเป็นช่วงวันชาติของจีน ยังไม่มีการจองเข้ามาตามปกติ

หากสถานการณ์ยังไม่เปลี่ยนแปลง อาจจะกระทบกับจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่ปีนี้ตั้งเป้าไว้ 8 ถึง 10 ล้านคนต่ำกว่าเป้าได้ และทำให้นักท่องเที่ยวที่มีวันหยุดและต้องการเดินทางในช่วงดังกล่าว เดินทางไปท่องเที่ยวในเกาหลีใต้ เวียดนาม และฟิลิปปินส์แทน ทำให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจของประเทศ

8

ขณะที่ผลกระทบภาพรวมต่อสายการบินในเดือนกันยายน ลดลงไป 30 ถึง 40% โดยเฉพาะเมืองที่เดินทางเป็นกรุ๊ป , สายการบินเช่าเหมาลำยังรอการติดต่อจากผู้ประกอบการที่มีนัดหมายในสัปดาห์หน้า ส่วนเที่ยวบินช่วงวันชาติปลายเดือนกันยายน มีการยกเลิกแล้ว 7 เที่ยวบิน ซึ่งยอดจองห้องพักในพื้นที่กรุงเทพฯ และพัทยา ที่รับทัวร์จีน ลดลงแล้วกว่า 50%

ทั้งนี้ ภาคเอกชนเห็นด้วยกับการจัดระเบียบอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย แต่ต้องมีเวลาและแนวทางในการปรับตัวที่ชัดเจน จึงเตรียมทำหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ให้ภาครัฐและเอกชนหารือร่วมกัน วางแนวปฏิบัติที่ชัดเจน ให้ผู้ประกอบการอ้างอิงกับคู่ค้าในต่างประเทศได้

อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าสมาชิกที่เป็นผู้ประกอบการเป็นเพียงคู่ค้ากับร้านขายของที่ระลึก มีความเป็นอิสระและไม่ได้เป็นเครือข่ายตามที่มีข่าวก่อนหน้านี้ โดยจะเข้ายื่นหนังสือภายใน 1 ถึง 2 วันนี้

ติดตามข่าวเศรษฐกิจอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com/economy

MThai News

เปิดข้อเท็จจริง เหตุสหรัฐ ยกเลิกคว่ำบาตรเมียนมา

เปิดเหตุผล 3 ข้อ หลังสหรัฐฯ ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรเศรษฐกิจเมียนมา

WASHINGTON, DC - SEPTEMBER 14: U.S. President Barack Obama (R) and State Counsellor Aung San Suu Kyi (L) of Burma shake hands during an Oval Office meeting at the White House September 14, 2016 in Washington, DC. This is the first visit to Washington since Aung San Suu Kyi and her party's landslide win in the November elections last year in Burma. (Photo by Alex Wong/Getty Images)
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สหรัฐฯ พิจารณายกเลิกมาตรการลงโทษทางเศรษฐกิจที่เหลืออยู่ทั้งหมดในเมียนมา สิ่งที่น่าประหลาดใจในข้อเท็จจริง 3 ข้อ คือ
1.นายบารัก โอบามา อาจจะไม่พิจราณายกเลิกมาตรการคว่ำบาตรนี้ โดยไร้การรับรองจาก นางออง ซาน ซูจี ซึ่งทำให้เห็นว่า นางออง ซาน มีอิทธิพลมากเกินไป
2. การที่ นางออง ซาน ที่ได้รับการถูกลงโทษกักบริเวณมาเป็นเวลานาน กลายเป็นแนวทางกดดันอำนาจกองทัพได้อย่างมีประสิทธิภาพ

และ 3. แม้นางออง ซาน จะมีอำนาจเพิ่มขึ้น แต่กองทัพเมียนมายังมีการส่งสัญญาณบาง ๆ ของการกลับสู่ชีวิตทางการเมือง หรืออนุญาตให้รับธรรมนูญของประเทศมีการเปลี่ยนแปลง

ที่มา  www.innnews.co.th