สวยงาม ! ถนนอุโมงค์ต้นไม้ยาวกว่า 1 กิโลเมตร ที่ โคราช

ตื่นตา ! พบถนนอุโมงค์ต้นไม้ ร่มรื่นสวยงาม ยาวกว่า 1 กิโลเมตร ที่ อ.พิมาย จ.นครราชสีมา

พบถนนแห่งหนึ่งใน อ.พิมาย จ.นครราชสีมา หลังนักเดินทางได้ถ่ายภาพถนนอุโมงค์ต้นไม้ ซึ่งมีความร่มรื่น สวยงาม แล้วนำไปโพสต์แชร์ต่อกันในโลกโซเชียล จนเป็นที่สนใจอย่างมาก โดยถนนเส้นดังกล่าวเป็นถนนสายพิมาย-ชุมพวง ตั้งแต่บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 17 – 18 ปากทางเข้าหมู่บ้านหนองจิก หมู่ที่ 6 ต.โบสถ์ อ.พิมาย จ.นครราชสีมา พบว่า มีต้นมะค่าโมงขนาดใหญ่ ขึ้นปกคลุมสองข้างทาง เป็นระยะทางกว่า 1 กิโลเมตร โดยต้นไม้ได้มีลักษณะโค้งเข้าหากันทำให้กลายเป็นรูปอุโมงค์ต้นไม้ที่สวยงาม และร่มรื่น สร้างความตื่นตาให้กับผู้ที่ใช้รถใช้ถนน

90

จากการสอบถาม นางพัฒนา ดวงพิมาย อายุ 60 ปี ชาวบ้านหนองจิก หมู่ 6 ต.โบสถ์ อ.พิมาย เล่าว่า ต้นมะค่าโมงเหล่านี้ เกิดขึ้นมาจากความร่วมมือของชาวบ้านและหน่วยงานรัฐ ช่วยกันปลูกไว้เมื่อกว่า 30 ปีแล้ว โดยหลังจากที่ปลูกไว้ชาวบ้านก็ช่วยกันดูแลไม่ให้ใครมาตัด เพราะต้องการให้มีความร่มรื่นตลอดสองข้างทางเข้าหมู่บ้าน ต่อมาเมื่อต้นไม้เติบโตขึ้นกิ่งต่าง ๆ ก็ได้โค้งเข้าหากันจนปกคลุมสองข้างทางคล้ายอุโมงค์ สร้างความร่มรื่นให้กับถนนเส้นนี้ได้เป็นอย่างดี และช่วงหลังก็ได้มีนักท่องเที่ยวผ่านมาพร้อมกับถ่ายรูปแชร์ต่อในอินเทอร์เน็ต ทำให้มีคู่รักมาถ่ายรูปพรีเวดดิ้งกันเป็นประจำ สร้างความภาคภูมิใจให้กับชาวบ้านหนองจิก เป็นอย่างมาก

91

92

ที่มา : INN

MThai News

หนี้ครัวเรือนปี 59 พุ่ง20.2% สูงสุดใน 9 ปี

หอการค้า เผย หนี้ครัวเรือนปี 59 พุ่ง 20.2% สูงสุดรอบ 9 ปี 2.98 แสนบาทต่อครัวเรือน

นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจสถานภาพหนี้ครัวเรือนไทยปี 2559 พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 85.7 มีหนี้สินครัวเรือน ซึ่งสูงกว่าปีก่อน โดยประชาชนเป็นหนี้จากการใช้จ่ายทั่วไป การซื้อสินทรัพย์ การลงทุนประกอบธุรกิจ การศึกษาการจ่ายบัตรเครดิต และการซื้อบ้าน

Cropped Image Of Person Holding Thai Paper Currency Against White Wall

โดยคิดเป็นมูลหนี้ 298,000 บาทต่อครัวเรือน ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 20.2 สูงสุดในรอบ 9 ปี ตั้งแต่มีการสำรวจมา โดยร้อยละ 62.3 เป็นหนี้ในระบบ และเป็นหนี้นอกระบบร้อยละ 37.7 โดยมองว่าภาวะเศรษฐกิจที่ไม่ดี ราคาสินค้าแพงขึ้น รายได้ลดลง ราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำ และดอกเบี้ยสูง เป็นปัจจัยที่ทำให้มีโอกาสเกิดปัญหาการชำระหนี้

โดยสถานการณ์หนี้ครัวเรือนที่สูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ส่งผลให้สัดส่วนหนี้ต่อจีดีพี อยู่ที่ร้อยละ 83-84 เป็นอุปสรรคต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจเนื่องจากสถาบันการเงินจะมีความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ ประชาชนระมัดระวังการใช้จ่ายส่งผลทำให้เศรษฐกิจซบเซา

อย่างไรก็ตาม ประชาชนต้องการให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ ปัญหาความยากจน ทำให้เกิดความยั่งยืน จัดหาแหล่งเงินทุนในระบบที่มีดอกเบี้ยต่ำ ลงทุนลดขั้นตอนการจัดการในเรื่องการเข้าถึงแหล่งเงินทุน สำหรับประชาชนและผู้ประกอบการที่มีความต้องการกู้ยืมเงิน ฟื้นฟูและกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อให้การจ้างงานและสร้างรายได้ให้กับประชาชน ส่งเสริมและอบรมสร้างรายได้สร้างอาชีพให้แก่ประชาชน แก้ไขปัญหาค่าครองชีพที่อยู่ในระดับสูง ควบคุมราคาสินค้าให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมเป็นธรรม และเพิ่มสวัสดิการให้กับคนชราและผู้พิการ รัฐบาลควรดำเนินการโดยเร็ว

MThai News

ที่มา INN

อารมณ์พาไป! สาวลำปางโพสต์ด่า ตร. หลังถูกจับไม่มีใบขับขี่

เจ้าหน้าที่ผู้ช่วยพยาบาลสาว เดือดโพสต์ด่า ตำรวจ สภ.เมืองลำปาง หลังถูกจับข้อหาไม่มีใบขับขี่ ไม่สวมหมวก สุดท้ายโดนตำรวจแจ้งความความกลับ

เมื่อวันที่14 ก.ย. ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าว จ.ลำปาง รายงานว่า ดาบตำรวจธนาธิป กล้าคม เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.เมืองลำปาง นำหลักฐานภาพถ่าย ที่มีข้อความถูกด่าหยาบคาย กับตนเอง ได้เดินทางเข้าแจ้งความต่อ พ.ต.ต.หญิงชรินทร์ทิพย์ หอมตระกูล พนักงานสอบสวน สภ.เมืองลำปาง

10

เพื่อให้ดำเนินคดีกับผู้ที่ใช้เฟสบุคชื่อ kabo nara ที่โพสต์ลงใน เฟสบุคที่ชื่อ ลำปางระบายอารมณ์ ซึ่งมีสามาชิกจำนวน 9,000 กว่าคน ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้เรียกตัวผู้ที่ใช้ kabo nara มาสอบปากคำที่ห้องพนักงานสอบสวน ทราบว่าเป็นเจ้าหน้าที่ผู้ช่วยพยาบาลสาว ของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่งในลำปาง

ทั้งนี้ดาบตำรวจธนาธิป กล้าคม ได้เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่12 เวลาประมาณ 17.00น. เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.เมืองลำปาง นำโดย ร.ต.ท.บุญช่วย ปัญญามา รอง.สว.จราจร พร้อมกำลังได้ตั้งด่านกวนขันวินัยจราจรตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา บริเวณห้าแยกประตูชัย ต.หัวเวียง อ.เมืองลำปาง ตามโครงการสวมหมวกนิรภัย 100 เปอร์เซ็นต์ ของนายสามารถ ลอยฟ้า ผวจ.ลำปาง

ขณะที่ปฎิบัติหน้าที่อยู่นั้น ได้มีผู้หญิงขับ จยย.ซ้อนท้ายกันมาสองคน ซึ่งไม่ได้สวมหมวกนิรภัยแต่อย่างใด ตนเองได้เรียกตรวจให้หยุด พบว่าคนขับไม่มีใบอนุญาตขับขี่รถจยย. จึงได้เขียนใบสั่งในข้อหา ไม่มีใบอนุญาตขับรถ และไม่สวมหมวกนิรภัยขณะขับขี่ เพื่อให้ไปเสียค่าปรับตามกฎหมาย จนต่อมาทราบว่า ได้มีภาพตนเองแต่งเครื่องแบบถูกโพสต์อยู่ในเฟสบุคโดยมีข้อความว่า “เส้นอาชีวะ ตำรวจเวร กวนตีนมากค่ะ คนอื่นไม่จับ ไหนค่ะด่าน อยู่ๆจับหน้าซื่อ เอาแต่เงินคนอื่น เลวๆๆๆมาก พูดจาหมาไม่แดกเลย”

ทั้งนี้ข้อความดังกล่าว ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด และเพื่อเป็นการปกป้องศักดิ์ศรี ของเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยจะไม่มีการยอมความแต่อย่างใด

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News