‘นิตยสารสกุลไทย’ ประกาศอำลาแผง หลังวางขายมานานกว่า 61 ปี

ปิดตำนาน นิตยสารสกุลไทย ประกาศอำลาแผงหนังสือ หลังวางขายมานานกว่า 61 ปี เผยเนื่องจากพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป

วันนี้(14 ก.ย.) คณะผู้บริหาร และกองบรรณาธิการนิตยสารสกุลไทย ประกาศนิตยสารสกุลไทย แถลงอำลาแผงหนังสือ โดยฉบับสุดท้ายจะวางจำหน่ายวันที่ 31 ตุลาคมนี้ ชี้แจงสาเหตุการยุติจัดทำ เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจ และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป ประกอบกับเอเย่นต์จัดจำหน่ายลดลง ทำให้นิตยสารกระดาษค่อยๆ ลดบทบาทลงในยุคสื่อดิจิทัล ทั้งนี้ ได้ขอบคุณผู้อ่านทุกท่านที่สนับสนุนมาตลอดกว่า 61 ปี

โดยเฟซบุ๊กเพจ สกุลไทยรายสัปดาห์ (Sakulthai Weekly Magazine) โพสต์ข้อความชี้แจงกรณีดังกล่าว ระบุว่า “เรียนผู้อ่านสกุลไทยทุกท่าน
เนื่องด้วยสภาพเศรษฐกิจ พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป และเอเย่นต์จัดจำหน่ายที่ลดลง ทำให้นิตยสารกระดาษค่อยๆลดบทบาทลงในในยุคของสื่อดิจิตอลเช่นทุกวันนี้ ด้วยเหตุนี้ สกุลไทยจำเป็นอย่างที่สุดที่ต้องแจ้งต่อท่านผู้อ่านว่า คณะผู้บริหารนิตยสารสกุลไทยได้มีมติให้ยุติการจัดทำนิตยสารสกุลไทย โดยฉบับที่ ๓๒๓๗ ซึ่งจะวางจำหน่ายวันจันทร์ที่ ๓๑ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๕๙ จะเป็นฉบับสุดท้าย

ส่วนสำนักพิมพ์เพื่อนดี สำนักพิมพ์ทรีบีส์ยังคงดำเนินการต่อไป สำหรับนวนิยายที่กำลังตีพิมพ์ในสกุลไทย ขณะนี้และดำเนินเรื่องยังไม่จบ สำนักพิมพ์เพื่อนดี และทรีบีส์ จะดำเนินการรวมเล่มต่อ คือ กระจกขอบทอง ความฝันครั้งที่สอง ร้านน้ำชาชื่อดูฌอนเบ บอกให้รู้ว่า…รัก แสง เสียง ใน ศิลป์ สี แผนรักยักษ์จัดให้ สำหรับสมาชิกนิตยสารสกุลไทย ฝ่ายสมาชิกสัมพันธ์จะติดต่อกลับไปยังสมาชิกทุกท่าน หรือหากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อที่ฝ่ายสมาชิกสัมพันธ์ โทร.๐-๒๒๕๘-๕๘๖๑-๒ (โปรดติดตามรายละเอียดแถลงการณ์ฉบับเต็มอีกครั้งในสกุลไทย ฉบับ ๓๒๓๒ วางตลาดวันจันทร์ที่ ๒๖ กันยายน ๒๕๕๙)

อนึ่ง นิตยสารสกุลไทยฉบับ ๓๒๓๗ ได้จัดทำเป็นฉบับพิเศษที่มีเนื้อหาควรค่าแก่การสะสม โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับการเดินทางของนิตยสารสกุลไทยจากอดีตจนถึงปัจจุบัน บทความและภาพถ่ายที่หาชมได้ยาก และข้อเขียนจากนักเขียนที่เคยฝากผลงานไว้ใน “สกุลไทย” โปรดติดตามข่าวสารของฉบับพิเศษนี้ในนิตยสารสกุลไทยต่อไป

นิตยสารสกุลไทยขอกราบพระคุณในน้ำใจไมตรีของผู้อ่านทุกท่าน ที่ได้ให้ความกรุณาสนับสนุนสกุลไทยตลอดระยะเวลาอันยาวนานบนถนนสายนี้ และได้กรุณาแสดงความห่วงใยต่อสกุลไทยมาเป็นจำนวนมาก น้ำใจของท่าน คณะผู้บริหาร กองบรรณาธิการ พนักงานบริษัทอักษรโสภณ จำกัด ขอรับไว้ด้วยความซาบซึ้ง ด้วยเป็นสิ่งที่ย้ำเตือนว่าถนนสายนี้มิได้โดดเดี่ยว แต่งดงามและอบอุ่นด้วยน้ำใจของท่านผู้อ่านที่มอบให้สกุลไทยตลอด ๖๑ ปีที่ผ่านมา
ด้วยจิตคารวะ คณะผู้บริหาร และกองบรรณาธิการ นิตยสารสกุลไทย”

ภาพจาก สำนักข่าวไทย

MThai News

ช็อก! สาวญี่ปุ่นฆ่าหั่นศพน้องชายแท้ๆ แยกชิ้นส่วนซ่อนไว้ในบ้าน

ช็อก! สาวญี่ปุ่นฆ่าหั่นศพน้องชายแท้ๆ หลังมีปากเสียงกัน  แยกชิ้นส่วนซ่อนไว้ในบ้าน พยายามหาทางเอาไปทิ้ง 

วันนี้(14 ก.ย.) หนังสือพิมพ์ไมนิจิของญี่ปุ่น รายงานข่าวคดีฆาตกรรมสุดช็อก ระบุว่า เอมิ ทาเคอุจิ หญิงวัย 25 ปี ได้ลงมือฆ่าน้องชายแท้ ๆ ของตัวเอง ก่อนหั่นศพแยกชิ้นส่วนมากกว่า 10 ชิ้น แล้วเอาไปซ่อนตามจุดต่าง ๆ ในบ้าน สารภาพก่อเหตุ เพราะมีปัญหากระทบกระทั่งกันเล็กน้อย ตนพยายามทำลายหลักฐาน แต่เรื่องแดงเสียก่อน

จากการตรวจสอบ ผู้ตาย คือ เรียว ทาเคอุจิ วัย 21 ปี อาศัยอยู่กับเอมิ พี่สาวแท้ ๆ ที่บ้านหลังหนึ่งในเมืองชิซึอิ จังหวัดชิบะ แต่ช่วงปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา เรียวได้หายตัวไป ไม่มีใครพบเขาอีกเลยหลังจากนั้น กระทั่งเมื่อวันที่ 12 กันยายนที่ผ่านมา เพื่อนของเรียวได้เกิดความข้องใจ จึงไปหาเรียวที่บ้าน แต่เมื่อไปถึงบ้านเอมิกลับมีพิรุธ ไม่ยอมให้เข้าบ้าน เพื่อนเรียว จึงตัดสินใจโทรศัพท์แจ้งตำรวจ

จากนั้น ตำรวจชิบะก็ได้นำกำลังเข้าตรวจสอบบ้าน จนได้พบถุงพลาสติกขนาดใหญ่ 2 ถุง ภายในบรรจุศีรษะและขามนุษย์ ค้นหาเพิ่มเติม พบชิ้นส่วนอื่น ๆ ซ่อนอยู่ตามห้องต่าง ๆ ภายในบ้าน ส่วนหนึ่งถูกอัดแช่ไว้ในตู้เย็น แถมยังมีรอยคราบเลือดเต็มบ้าน จึงได้จับกุมเอมิมาสอบสวน เอมิ ให้การรับสารภาพว่า ตนได้ก่อเหตุฆ่าหั่นศพน้องชายเมื่อประมาณ 2 สัปดาห์ที่แล้ว ด้วยมีด ส่วนสาเหตุเกิดจากมีปัญหากับน้องชายเล็กน้อย ก่อนจะลุกลามถึงขั้นต้องฆ่า หลังจากที่น้องชายเสียชีวิตแล้ว ตนได้หั่นศพ พยายามหาทางเอาไปทิ้ง

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างการตรวจสอบศพอย่างละเอียด เพื่อยืนยันว่า เป็นศพของเรียวจริงหรือไม่ ซึ่งผลชันสูตรเบื้องต้น พบว่าศพมีการถูกหั่นด้วยมีดหลายเล่ม และเสียชีวิตมาหลายวันแล้ว ซึ่งสอดคล้องกับคำให้การของเอมิพี่สาวแท้ๆ ของเหยื่อ

ภาพจาก sankei.com 

MThai News

เพจดังเผยภาพ รถโรงเรียนให้เด็กขึ้นไปนั่งบนหลังคา ร้องเรียน 2 ปี ไม่คืบ

เพจดังเผยภาพ รถโรงเรียนให้เด็กขึ้นไปนั่งบนหลังคา ผู้โพสต์เผย ร้องเรียนไป 2 ปี ยังไม่คืบหน้า หวั่นเกิดอุบัติเหตุ 

วันนี้(14 ก.ย.) โลกออนไลน์ได้มีการแชร์เรื่องราวจากเฟซบุ๊กเพจ Black Hat ซึ่งได้โพสต์ภาพรถสองแถวรับ-ส่ง นักเรียนของโรงเรียนแห่งหนึ่ง มีนักเรียนชายจำนวนมากขึ้นไปนั่งบนหลังคารถ โดยผู้โพสต์ระบุว่า ได้แจ้งไปยังโรงเรียนแล้ว เพราะหวั่นเกิดอุบัติเหตุกับเด็ก แต่ได้รับคำตอบแค่จะนำเรื่องเข้าที่ประชุม ซึ่งตนได้นำภาพเมื่อปี 2557 มาโพสต์ พร้อมบอกว่า เรื่องนี้มีตั้งแต่ 2 ปีที่แล้ว แต่ยังไม่มีมาตรการดูแล

หลังจากที่ภาพดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ออกไป บรรดาชาวเน็ตต่างก็ได้แชร์ประสบการณ์ของตัวเองที่เคยนั่งรถโรงเรียนในลักษณะดังกล่าวด้วย รวมทั้งเห็นว่าทางโรงเรียนห้ามแล้ว แต่เด็กนักเรียนอยากขึ้นเอง ทั้ง ๆ ที่ที่ว่างในรถก็มีอีกเพียบ ซึ่งที่ในรถจะเป็นที่ของผู้หญิงนั่ง ขณะเดียวกัน บางความคิดเห็น ก็ระบุว่า รถรับนักเรียน 30 นาทีมา 1 คัน เมื่อมาถึงคิวตนคนก็แน่นรถแล้ว เลยต้องขึ้นไปนั่งบนหลังคา

ภาพจาก  Black Hat

MThai News