5 อันดับข่าวที่ถูกแชร์มากที่สุด ประจำวันที่ 13 กันยายน 2559

สรุปข่าวเด่นที่เกิดขึ้นในช่วงสุดสัปดาห์วันที่ 13 กันยายน 2559 ซึ่งมีประเด็นข่าวที่น่าสนใจและน่าติดตามอีกหลายเรื่อง ทั้งกระแสสังคมและเหตุบ้านการณ์เมือง ทางทีมข่าวเอ็มไทยนิวส์ จึงได้คัดเนื้อหารวมไว้เป็น 5 ข่าวเด่นที่มีคนแชร์และพูดถึงมากที่สุดในช่วงวัน มานำเสนอให้ผู้อ่านได้ติดตามกัน สุดท้ายแล้วประเด็นเหล่านี้จะไปในทิศทางไหนและจะมีอะไรคืบหน้าบ้าง เพื่อที่ผู้อ่านจะได้ไม่ตกข่าว . . .

1.แม่ร้องสื่อ ! ลูกสาวถูกครูเหวี่ยงแก้วใส่หน้า เส้นประสาทกระทบกระเทือนเสียโฉม

นฤดี จอดสันเทียะ , น้องทราย, ปาแก้วกาแฟ

เป็นเรื่องราวฮือฮาในโลกออนไลน์เมื่อนักเรียนสาวและคุณแม่โร่ร้องสื่อให้ช่วยทวงความเป็นธรรมหลังถูกครูในโรงเรียนทำร้ายจนเส้นประสาทบนใบหน้าเสีย ทำเสียโฉม ซึ่งสาเหตุที่ให้สื่อช่วยเพราะเนื่องจากไปร้องตำรวจแล้วคดีไม่คืบจึงได้เดินทางมาดังกล่าว ส่วนการกระทำที่ครูคนดังกล่าวกระทำกับสาวจนต้องเสียโฉมเป็นอะไรนั้นไปติดตามได้จากข่าวนี้ อ่านต่อ >>>
2.เตือน ! ของเล่นเด็ก สไลม์ หรือ น้ำลายเอเลี่ยน ทำติดเชื้อในกระแสเลือด

น้ำลายเอเลี่ยน, สไลม์,

ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์เตือนเกี่ยวกับของเล่นเด็กยุคนี้ ที่มีชื่อเรียกว่า สไลม์ (อ่านว่า สะลาม) หรือ น้ำลายเอเลี่ยน หลังจากลูกของเธอนำมาเล่นก่อนจะเกิดป่วยติดเชื้อในกระแสเลือด ซึ่งของเล่นอันตรายที่ว่ามีหน้าตาเป็นอย่างไรไปติดตามได้จากข่าวนี้ อ่านต่อ >>>

3.สาวโพสต์เตือนภัยชีวิตเด็กหอ! หลังถูกหนุ่มก้ามปู ลวนลามในลิฟท์

ก้ามปู, ลวนลาม

เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่ผู้คนบนโลกออนไลน์ต่างให้ความสนใจและแชร์ต่อออกไปเป็นจำนวนมาก หลังสมาชิกเฟซบุ๊กท่านหนึ่งได้โพสต์เรื่องราวเตือนภัยสาว ๆ ที่ต้องพักอาศัยอยู่ในหอพักให้ระมัดระวังตัว หลังเธอถูกหนุ่มลวมลามในลิฟท์หอ แต่คนในลิฟท์นั้นกลับไม่ธรรมดา ส่วนเขาจะเป็นใครนั้นข่าวนี้มีคำตอบ อ่านต่อ >>>

4.เจอแล้ว! เจ้าของหมานั่งรอริมถนนนานนับปี เตรียมรับกลับบ้าน

หมา, เจ้าลัคกี้

จากภาพสุดสะเทือนใจ สำหรับคนรักสัตว์หลังมีสุนัขตัวหนึ่งนั่งรอนอนคอยอยู่ริมถนน ถนนสุขุมวิท ช่วงจันทบุรี-ตราด เพื่อรอคอยเจ้าของนั้น ล่าสุดเรื่องราวดังกล่าวถึงบทสรุปจบแบบแฮปปี้แล้ว แต่เรื่องราวจะเป้นเช่นไรไปติดตามได้จากข่าวนี้ อ่านต่อ >>>

5.สาวโวย ! พนักงานค่ายมือถือดัง ขโมยข้อมูลลูกค้าไปให้คนนอก

มือถือ, ข้อมูลลับ, เอไอเอส

เป็นข่าวเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล หลังจากที่มีคนโร่ร้องว่าพนักงานค่ายมือถือชื่อดังของประเทศ นำข้อมูลลับไปขายให้ลูกค้า ส่วนเรื่องราวจะเป็นอย่างไรสามารถดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดได้หรือไม่ ไปติดตามได้จากข่าวนี้ อ่านต่อ >>>

ตร.พัทยาล่อซื้อบุหรี่ไฟฟ้า ลูกตำรวจยศ พ.ต.อ. ของกลางอื้อ

ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี พร้อมกำลังร่วมกันจับกุมล่อซื้อบุหรี่ไฟฟ้า เผยผู้ต้องหาเป็นลูกชายนายตำรวจยศ พ.ต.อ.

เมื่อเวลา 00.10 น. วันที่ 14 ก.ย. ร.ต.ท.เชาวลิต สุวรรณมณี รองสวป. สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี พร้อมกำลังร่วมกันจับกุมนายภาณุวัฒน์ สุบรรณ ณ อยุธยา อายุ 21 ปี และน.ส.ไพรินทร์ รอบแคว้น อายุ 35 ปี พร้อมของกลางเป็นบุหรี่ไฟฟ้าจำนวน 8 ตัว ชุดหัวแต่ง 6 ชิ้น น้ำยากลิ่นผลไม้จำนวน 40 ขวด สามารถจับกุมได้ที่ซอยบงกช พัทยาใต้ ม.10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

1473799172481

สืบเนื่องมาจากได้รับร้องเรียนว่ามีการลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า ผ่านทางแอพพลิเคชั่นไลน์ จึงให้สายลับทำการติดต่อซื้อสิ้นค้าในราคา 2,000 บาท จากนั้นได้นัดส่งของกันภายในซอยบงกช เมื่อมาถึงเจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวขอตรวจค้นพบกระเป๋าเป้สีแดงอยู่ภายในรถตรวจสอบพบบุหรี่ไฟฟ้า และน้ำยากลิ่นผลไม้จำนวนมากดังกล่าว จึงได้ตรวจยึดไว้เป็นหลักฐานพร้อมควบคุมตัวมายัง สภ.เมืองพัทยา

เบื้องต้นจากการตรวจสอบทราบว่า ผู้ถูกจับกุมในครั้งนี้เป็นลูกชายของตำรวจยศ พ.ต.อ. นายหนึ่งในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แต่ชุดจับกุมไม่สนใจส่งผู้ต้องหาดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

ซาอุฯรปภ.เข้มพิธีฮัจญ์-เตรียมแจกกำไลGPS

ทางการซาอุฯ เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย ป้องกันพิธีฮัจญ์ เตรียมแจกกำไลข้อมือ GPS จับความเคลื่อนไหวป้องกันอันตราย

พิธีฮัจญ์
พิธีฮัจญ์เมื่อปี2006

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า รัฐบาลซาอุฯ จัดกำลังทหารมากกว่า 100,000 คน ลงพื้นที่นครเมกกะ เพื่อดูแลความปลอดภัยไม่ให้เกิดการเบียดเสียดระหว่างการประกอบพิธีฮัจญ์ ที่เริ่มขึ้นแล้ว การดูแลของเจ้าหน้าที่จะเน้นบริเวณคอสะพาน หรือพื้นที่คอขวดอื่น ๆ โดยเฉพาะบริเวณทุ่งมีนา ที่เคยเกิดเหตุโศกนาฏกรรมในปี 2558 หลังจากปีที่แล้วเกิดเหตุการณ์ผู้แสวงบุญที่เข้าร่วมพิธี เหยียบกันเสียชีวิต 2,200 คน ซี่งส่วนใหญ่เป็นชาวอิหร่าน โดยรายงานข่าว ยังระบุอีกว่า ทางการซาอุฯ เตรียมแจกกำไลข้อมือ พร้อมอุปกรณ์จีพีเอสเพื่อระบุตำแหน่งของกลุ่มผู้แสวงบุญ รวมถึงช่วยให้เจ้าหน้าที่ จับตาความเคลื่อนไหวของฝูงชน และเข้าอำนวยความสะดวกได้อย่างทันท่วงที หากเกิดการเบียดเสียดกันขึ้น

ที่มา  www.innnews.co.th