ม.เกษตรฯ จ่อแถลง ปมรับน้องโหด โดดบ่อ 4 โมงเย็น วันนี้ !

ม.เกษตรฯ จ่อแถลงเหตุ นายโชคชัย หรือ น้องบอส จมน้ำ ขณะทำกิจกรรมในมหาวิทยาลัย วันนี้ เวลา 16.00 น. ที่ วิทยาเขตบางเขน

62

ดร.ธานินทร์ คงศิลา หัวหน้าภาควิชาส่งเสริมและนิเทศศาสตร์เกษตร รักษาการแทนผู้ช่วยอธิการบดี ม.เกษตรศาสตร์ เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ถึงกรณี นายโชคชัย ทองเนื้อขาว หรือ น้องบอส อายุ 19 ปี จมน้ำอาการสาหัส ต้องเข้ารับการรักษาอยู่ในห้อง ICU โรงพยาบาลชลบุรี ขณะทำกิจกรรมในมหาวิทยาลัย ว่า เรื่องเกิดขึ้นแล้วช่วยกันดูข้อเท็จจริง หาแนวทางแก้ไขและป้องกันมิให้เกิดเหตุการณ์เช่นเดิมอีก เพราะไม่มีใครอยากให้เกิดเรื่องร้าย ๆ ขึ้น ทั้งนี้ หลังจากผู้บริหารมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เดินทางเข้าเยี่ยม นายโชคชัย เมื่อวานนี้นั้น ได้พบพ่อแม่ของ นายโชคชัย และได้มีการนำไปดูสถานที่เกิดเหตุเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริง

อย่างไรก็ตาม ในวันนี้เวลา 16.00 น. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จะมีการแถลงข่าวชี้แจงข้อเท็จจริง กรณี นายโชคชัย ทองเนื้อขาว นิสิตคณะพาณิชยนาวีนานาชาติ วิทยาเขตศรีราชา ประสบเหตุจมน้ำ ที่ห้องประชุมกำพล อดุลวิทย์ ชั้น 2 อาคารสารนิเทศ 50 ปี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน

ที่มา : INN

MThai News


ผู้บริหารมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา จังหวัดชลบุรี ยืนยันกรณีนิสิตปี 1 คณะพาณิชย์นาวีนานาชาติ จมน้ำเกิดจากการทำกิจกรรมทั่วไป ที่ไม่ใช่การรับน้องรุนแรง รวมถึงไม่ใช่บ่อบำบัดน้ำเสีย แต่เป็นบ่อรับน้ำฝน

นายจงรัก วัชรินทร์รัตน์ รักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พร้อม รองอธิการบดี และคณบดีคณะพาณิชย์นาวีนานาชาติ วิทยาเขตศรีราชา จังหวัดชลบุรี เดินทางไปเยี่ยม และติดตามอาการ นายโชคชัย ทองเนื้อขาว หรือบอส นิสิตปี 1 คณะพาณิชย์นาวีนานาชาติ วิทยาเขตศรีราชา ที่เข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลชลบุรี ด้วยอาการปอดติดเชื้อทั้งสองข้าง เนื่องจากสำลักน้ำ หลังมีการเผยแพร่ภาพและข้อความผ่านโชเชียลมีเดีย ระบุว่า สาเหตุที่น้องบอส ต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล มาจากการรับน้องรุนแรง โดยให้ดำน้ำในบ่อบำบัดน้ำเสีย

โดยคณบดีคณะพาณิชย์นาวีนานาชาติ ชี้แจงว่า บ่อน้ำดังกล่าวไม่ใช่น้ำเสีย เป็นบ่อรับน้ำฝน และน้ำไหลจากภูเขา ใช้รดน้ำต้นไม้ หรือล้างพื้น และไม่มีน้ำจากสารเคมี พร้อมระบุว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ใช่การรับน้องแบบรุนแรง แต่เป็นกิจกรรมการเสาะหาพี่รหัส เป็นกิจกรรมกลางแจ้ง ไม่ได้เป็นกิจกรรมบังคับ โดยหลังทำกิจกรรมเสร็จทั้งรุ่นน้องและรุ่นพี่ หนึ่งในในคือน้องบอส ได้ไปล้างตัวที่บ่อรับน้ำฝน และช่วงที่ล้างตัว รุ่นพี่ได้ให้น้องว่ายข้ามฝั่งไปหารุ่นพี่ที่อยู่ฝั่งตรงข้าม

bfdb

โดยพ่อของน้องบอส บอกว่า ไม่คาดคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์รุนแรงเช่นนี้ และไม่ปักใจเชื่อว่า เป็นกิจกรรมทั่วไป ที่ไม่ใช่การรับน้องรุนแรง การรับน้องแบบนี้ถือว่าแย่สุด ๆ จึงอยากฝากถึงนายกรัฐมนตรี รวมถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ให้ดูแลในเรื่องการรับน้องเป็นกรณีพิเศษ เพราะมีวิธีการดีๆ ในเชิงสร้างสรรค์ในการรับน้องใหม่มากมาย เนื่องจากผ่านมา คิดว่าเมื่อลูกเข้ามาสู่รั้วมหาวิทยาลัยแล้วปลอดภัยมากที่สุด อย่างน้อยก็ 90 เปอร์เซ็นต์

MThai News

ชื่นชม ตำรวจสมุย โกยกองเลือด-ล้างถนน ป้องกันอุบัติเหตุซ้ำรอย

โซเชียลมีเดีย ชื่นชมตำรวจจราจร สภ.บ่อผุด จังหวัดสุราษฎร์ธานี เร่งปฏิบัติหน้าที่-อำนวยความสะดวก หลังเกิดอุบัติเหตุรถชนที่เกาะสมุย

โลกออนไลน์ได้นำเสนอเรื่องราวการปฏิบัติหน้าที่อันน่าชื่นชมของตำรวจและประชาชน จากอุบัติเหตุนักท่องเที่ยวชาวจีน ขี่จักรยานยนต์ ชนรถกระบะ ที่ถนนสายทวีราษฎร์ภักดี (สายรอบเกาะ) ช่วงระหว่างบ้านเฉวง ตำบลบ่อผุด รอยต่อกับบ้านละไม ตำบลมะเร็ต อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี เมื่อ 10 กันยายน ที่ผ่านมา ซึ่งมีผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นนักท่องเที่ยวชายชาวจีน ที่ขี่จักรยานยนต์ ส่วนแฟนสาวชาวจีน ที่นั่งซ้อนท้าย ได้รับบาดเจ็บสาหัส ต้องเร่งนำส่งโรงพยาบาล

1473581857_201609111447293-20060530143915

ส่วนในจุดเกิดเหตุ ก็มีเลือดของผู้บาดเจ็บ ไหลนองเต็มพื้นถนน แถมการจราจรยังติดขัด แต่ขณะนั้น ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร นายหนึ่ง ตัดสินใจนำขวดพลาสติกตัดครึ่ง มาตักเลือดที่กองอยู่บนถนนไปทิ้ง โดยไม่แสดงความกลัว หรือรังเกียจแต่อย่างใด ขณะที่ชาวบ้าน ก็ช่วยนำน้ำมาล้างเลือดออก เพื่อไม่ให้เปรอะเปื้อนรถที่สัญจรไปมา ก่อนเจ้าของเรื่องนี้ จะช่วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ช่วยกันอำนวยความสะดวก และเปิดช่องจราจรตามปกติ ซึ่งเรียกเสียงชื่นชมได้อย่างล้นหลาม

1473581881_201609111447295-20060530143915

ต่อมา ทราบชื่อตำรวจนายนี้ คือ สิบตำรวจโท วิทวัส จันทบูรณ์ เป็นนักเรียนนายสิบตำรวจภูธรภาค 8 รุ่นที่ 4 ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับหมู่ป้องกันปราบปราม (ปฏิบัติหน้าที่ผู้บังคับหมู่งานจราจรฯ) สถานีตำรวจภูธร(สภ.)บ่อผุด อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี

MThai News

ขอบคุณข้อมูลจาก Waara Watcharapan

ระทึก! โรงเก็บพลุระเบิด บ้านพังยับ 3 หลัง

เกิดเหตุโรงเก็บพลุ ในอำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ระเบิดจนบ้านเรือนพังเสียหาย 3 หลัง โชคดี ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ หรือเสียชีวิต

เจ้าหน้าที่กู้ภัย ช่วยกันระดมฉีดน้ำสกัดเพลิงที่โหมลุกไหม้โรงเก็บพลุ ที่บ้านหลังหนึ่ง ในพื้นที่หมู่ 4 ตำบลบ้านช้าง อำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งถูกแรงระเบิดจนได้รับความเสียหาย และเกิดไฟลุกไหม้ โดยที่เกิดเหตุ เป็นอาคารชั้นเดียว ถูกสร้างแบ่งเป็น 8 ห้อง เอาไว้เก็บพลุ / ดอกไม้ไฟ และอุปกรณ์การทำพลุสำหรับงานพิธีต่างๆ เจ้าหน้าที่ใช้เวลานานกว่าครึ่งชั่วโมง จึงสามารถระงับเพลิงไว้ได้ ขณะที่แรงระเบิดยังทำให้บ้านที่อยู่บริเวณโดยรอบได้รับความเสียหายอีก 3 หลังคาเรือน แต่เคราะห์ดีที่ไม่มีผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ หรือเสียชีวิต

ด้านตำรวจภูธร(สภ.)อุทัย เข้าสอบถาม นายสมพร จันทรินทร์ เจ้าของโรงเก็บพลุ ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุ ตัวเองและลูกสาวได้พักอยู่บนบ้าน ข้างๆโกดังเก็บพลุ แต่จู่ๆก็เกิดระเบิดขึ้น โดยไม่ทราบสาเหตุ สำหรับโรงเก็บพลุดังกล่าว ได้เปิดกิจการมาแล้วกว่า 22 ปี มีการจดทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ภายใต้ชื่อ “สมคอยไฟร์เวอร์ค” ซึ่งเมื่อหลายปีก่อน ก็เคยเกิดเหตุการณ์พลุระเบิดในลักษณะนี้มาแล้ว 1 ครั้ง

cats

สำหรับเหตุระเบิดครั้งนี้ ยังไม่ทราบแน่ชัด เนื่องจากที่เกิดเหตุ เป็นเพียงห้องเก็บพลุ ไม่ได้ดำเนินการผลิต ภายในห้องก็ไม่มีระบบไฟฟ้า และในช่วงเกิดเหตุ ก็ไม่มีผู้คนอยู่ คาดว่าเป็นเพราะอากาศที่ร้อน โดยเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้ปิดกั้นพื้นรอบจุดเกิดเหตุ เพื่อป้องกันอันตราย และให้ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน เข้าตรวจสอบอย่างละเอียดต่อไป

MThai News