ดุสิตโพลเผยกว่า 77.59% ชอบรัฐบาลประยุทธ์

สวนดุสิตโพล เผย ผลสำรวจ ประชาชนส่วนใหญ่ ชอบรัฐบาล “พล.อ.ประยุทธ์” เด็ดขาดปราบโกง ชม ม.44 แก้ปัญหา ด้าน กรุงเทพโพล เผย 26.6% หนุนประยุทธ์นั่งนายกฯ ต่อ

วันนี้(11 ก.ย.) “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ 1,254 คน เรื่อง “ความคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อรัฐบาลไทย” โดยทำการสำรวจระหว่างวันที่ 5 – 10 ก.ย. ที่ผ่านมา พบว่า 5 อันดับข่าวการเมือง ที่ประชาชนสนใจ คือ การใช้ ม.44 ปราบปรามทุจริต ข้าราชการและนักการเมือง ร้อยละ 83.57 รองลงมา เรื่องร่างรัฐธรรมนูญ การจัดตั้งพรรคการเมือง ร้อยละ 74.64, ร้อยละ 68.42 สนใจสถานการณ์ภาคใต้ เกิดเหตุระเบิดในหลายพื้นที่, ร้อยละ 67.54 สนใจภารกิจ และการบริหารงานของนายกฯ และร้อยละ 55.66 สนใจการใช้งบประมาณในการจัดซื้อจัดจ้างโครงการต่าง ๆ

ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบระหว่างรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ กับรัฐบาลที่มีนักการเมืองเป็นนายกฯ ประชาชนคิดว่ามีสิ่งใดที่ดีขึ้น แย่ลง และเหมือนเดิม ประชาชนส่วนใหญ่คิดว่าสิ่งที่ดีขึ้น คือ การปราบปรามทุจริตคอร์รัปชั่น ร้อยละ 78.47 สิ่งที่แย่ลงคือ ปัญหาเศรษฐกิจ ราคาพืชผลการเกษตร ร้อยละ 76.24 และสิ่งที่เหมือนเดิมคือ ค่าครองชีพแพง ความเป็นอยู่ลำบาก ร้อยละ 80.90

นอกจากนี้ 5 อันดับรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันที่ประชาชนชื่นชอบ คือ รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ร้อยละ 77.59 รองลงมา รัฐบาลทักษิณ ร้อยละ 70.41, รัฐบาลอภิสิทธิ์ ร้อยละ 63.16, รัฐบาลชวน ร้อยละ 59.17 และรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ร้อยละ 54.39

กรุงเทพโพล 26.6% หนุนประยุทธ์นั่งนายกฯต่อ

กรุงเทพโพล ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ เปิดเผยถึงผลสำรวจความคิดเห็นประชาชน เรื่อง “คะแนนนิยมพรรคการเมืองไทย หลังผ่าน 1 เดือน การลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ” จากประชาชนจากทุกภูมิภาคทั่วประเทศ จำนวน 1,156 คน พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 59.9 เห็นว่าการใช้ประชานิยมหาเสียงของพรรคการเมืองแบบที่ผ่านมาในอดีต ไม่เหมาะสมเพราะมีแค่กลุ่มคนบางกลุ่มได้รับผลประโยชน์จากประชานิยมนั้น ขณะที่ร้อยละ 32.4 เห็นว่าเหมาะสม เพราะทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนดีขึ้น ส่วนที่เหลือร้อยละ 7.7 ไม่แน่ใจ

โดยเมื่อถามว่าอยากให้มีการใช้ประชานิยมหาเสียงอยู่อีกหรือไม่ในอนาคต ส่วนใหญ่ร้อยละ 64.2 อยากให้มี แต่การใช้ประชานิยมหาเสียงควรใช้อย่างสร้างสรรค์ โดยในจำนวนนี้อยากให้ใช้ประชานิยมตอบสนองด้านเศรษฐกิจแก้ปัญหาของแพง ค่าครองชีพมากที่สุด ร้อยละ 70.8 รองลงมาคือ ด้านการเกษตร สินค้าเกษตร ร้อยละ 62.1 และด้านการศึกษา ร้อยละ 59.6 ขณะที่ร้อยละ 31.6 ไม่อยากให้ใช้ประชานิยมหาเสียง มีเพียงร้อยละ 4.2 ไม่แน่ใจ

ทั้งนี้ เมื่อถามว่า “หากวันนี้เป็นวันเลือกตั้งจะเลือกใครเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป” พบว่า อันดับแรกคือพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รองลงมาคือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ร้อยละ 3.8 และ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ร้อยละ 3.7

นอกจากนี้ ในส่วนคะแนนนิยมพรรคการเมือง พบว่า คะแนนนิยมพรรคประชาธิปัตย์ อยู่ที่ร้อยละ 16.9 รองลงมาคือ พรรคเพื่อไทย ที่มีคะแนนนิยมอยู่ที่ร้อยละ 15.3 และ พรรคชาติไทยพัฒนา มีคะแนนนิยมอยู่ที่ร้อยละ 1.2

ที่มา INN

MThai News

บุกจับ 3 ผับดัง ย่านทองหล่อ หลังเปิดเกินเวลา-บารากุอื้อ !

เจ้าหน้าที่ทหาร สนธิกำลัง สรรพสามิต ตรวจสอบสถานบันเทิง ย่านสุขุมวิท 3แห่ง พบเปิดเกินเวลา มีบารากุ และ นักเที่ยวเสพยา

วันนี้(11 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พันเอกนพสิทธิ์ สิทธิ์พงศ์โสภณ ผู้บังคับกองพันทหารม้าที่ 1 รักษาพระองค์ พร้อมกำลัง ร่วมกับ นายอัครุตย์ สนธยานนท์ ผู้อำนวยการสำนักสรรสามิตภาคที่ 10 นำกำลังเข้าตรวจสอบสถานบันเทิง 3 แห่ง ประกอบด้วย ร้านภายในซอยสุขุมวิท 55 หรือซอยทองหล่อ และสถานบันเทิงในโรงแรมชื่อดังแห่งหนึ่ง ภายในซอยสุขุมวิท 11 มี 2 ร้าน หลังได้รับการร้องเรียนจากประชาชนว่า เปิดให้บริการเกินเวลา ซึ่งการตรวจสอบครั้งนี้ เป็นการใช้อำนาจตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช.ฉบับที่ 22 เมื่อเข้าตรวจสอบ ก็พบว่า สถานบริการทั้ง 3 แห่งนั้น เปิดให้บริการเกินเวลาจริง

นอกจากนี้ บางร้านที่นอกเหนือจากเปิดเกินเวลาแล้ว ยังตรวจพบ เครื่องสูบบารากุ จำนวน 40 ชุด พร้อมยาน้ำหนักกว่า 2,600 กรัม พร้อมกันนี้ ยังพบว่ามีชาวต่างชาติมาใช้บริการ เมื่อขอตรวจสอบหนังสือเดินทาง ไม่มีหนังสือเดินทางจำนวน 10 คน เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหากับทางร้าน นำเข้าสิ่งของต้องห้าม (บารากุ) ตามกฎหมาย และเปิดสถานบริการเกินเวลา เมื่อเจ้าหน้าที่ ปปส. กทม. ได้ทำการ สุ่มตรวจปัสวะนักท่องเที่ยว จำนวน 150 คน พบว่า มี 1 คนซึ่งเป็นชาวต่างชาติ มีปัสวะเป็นสีม่วง จึงคุมตัวไว้ดำเนินคดี

ที่มา INN

MThai News

ร้องโซเชียล! รับน้อง ม.ดัง ให้ดำน้ำท่อทิ้งสารเคมี ทำหนุ่มปอดติดเชื้อสาหัส

ร้องโซเชียล! รับน้อง ม.ดัง ให้ดำน้ำท่อทิ้งสารเคมี ทำหนุ่มปอดติดเชื้อสาหัส นอน ICU ยังไร้คนรับผิดชอบ

กลายเป็นประเด็นที่ถูกแชร์อย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ สำหรับเรื่องราวของหนุ่มเฟรชชี่รายหนึ่ง มีอาการปอดติดเชื้อสาหัส อยู่ในห้อง ICU หลังเข้าร่วมกิจกรรมรับน้องใหม่ของมหาวิทยาลัย ซึ่งได้ดำน้ำในท่อบำบัดน้ำเสีย จนจมน้ำ และติดเชื้อดังกล่าว โดยผู้ใช้งานเฟซบุ๊กชื่อ Pook Sukonta Berthebaud ได้โพสต์ภาพหนุ่มเฟรชชี่เคราะห์ร้าย พร้อมข้อความระบุว่า

เด็กผู้ชายในภาพชื่อน้องบอสค่ะ โชคชัย เด็กหนุ่มอนาคตไกล อดีตประธานนักเรียนโรงเรียนสันติราษฎร์รุ่น 40 บอสเป็นเด็กกิจกรรม เพื่อนๆและรุ่นน้องรวมถึงครูบาอาจารย์รักเขามาก บอสมีรอยยิ้มที่สดใสและได้เข้าเรียนที่มหาวิทยาลัย…. วิทยาเขตศรีราชา และโดนรุ่นพี่จากคณะ….รับน้องด้วยวิธีป่าเถื่อนด้วยการดำน้ำในท่อบำบัดน้ำเสีย ผลคือน้องจมน้ำเน่า และตอนนี้กำลังอยู่ในห้องICU โรงพยาบาลชลบุรีโดยไร้รุ่นพี่คนใด และมหาวิทยาลัยเหลียวแล พวกคุณเป็นอะไร เป็นบ้าหรือเปล่าถึงทำลายอนาคตของเด็กผู้ชายคนนี้ด้วยวิถีโง่ๆ ของคนที่เป็นปัญญาชนจนเขาได้รับอันตรายร้ายแรง

จนบัดนี้บอสยังไม่ฟื้นเลย เราขอประณามทางมหาวิทยาลัยที่ปล่อยให้เกิดกิจกรรมทุเรศๆ และต่อต้านการรับน้องในคณะทุกรูปแบบ พูดเลยพ้นรั้วมหาลัยมาสิบกว่าปีไม่เคยได้ใช้ประโยชน์อะไรจากการรับน้องแม้เพียงสักอย่างเดียว ป.ล. เมื่อสักครู่น้องในมหาลัยติดต่อมาว่า ไม่ใช่ท่อบำบัดน้ำเสียค่ะ ท่อทิ้งสารเคมี #ฝากทุกคนอวยพรให้บอสหายดีด้วยนะคะ #ตอนนี้ครอบครัวบอสยังทำใจไม่ได้ไม่สะดวกให้ข่าวค่ะ #ฝากแชร์จนกว่าทางมหาวิทยาลัยจะรับผิดชอบเรื่องนี้ค่ะ

ล่าสุด เฟซบุ๊ก Nan Suratchawadee โพสต์ข้อความระบุว่า “โดหายไวๆ นะน้องพี่ ตอนเด็กๆเราโตมาด้วยกัน บอสเป็นเด็กดีสำหรับพี่เสมอมา พี่อยากให้บอสมีชีวิตดีๆ อนาคตน้องกำลังสดใส มันต้องไม่ใช่แบบนี้”

หลังจากที่เรื่องราวดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ออกไปในโลกออนไลน์ ชาวเน็ตต่างแชร์บอกต่อเป็นจำนวนมาก พร้อมทั้งเข้ามาแสดงความคิดเห็นให้กำลังใจครอบครัวของหนุ่มรายนี้อย่างล้นหลาม ทั้งนี้ หลังเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวหน่วยงานหรือสถาบันที่เกี่ยวข้อง ยังไม่ได้ออกมาชี้แจงแต่อย่างใด

ภาพจาก Pook Sukonta Berthebaud

MThai News