จ่อเด้ง5ตร.เข้ากรุ คดียัดยาซ้อมผู้ต้องหาม้ามฉีก!

ผบก.น.3 จ่อเด้ง ตำรวจทำร้ายร่างกาย และ ยัดยาบ้าผู้ต้องหา ช่วยงาน ศปก.น.3 จนกว่าจะสอบข้อเท็จจริงแล้วเสร็จ

กรณี นายประเสริฐ และ นางจำรัญ บ่างสมบูรณ์ เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนเพื่อขอความเป็นธรรมให้กับ นายสมชาย บ่างสมบูรณ์ บุตรชาย ถูกตำรวจชุดดังกล่าว จับกุมตัวมาจากหมู่บ้านแห่งหนึ่งก่อนจะทำร้ายร่างกาย จนม้ามฉีกขาด และได้เรียกเงินจำนวน 20,000 บาท เพื่อแลกกับการไม่ถูกดำเนินคดีนั้น

พล.ต.ต.ชัยพร พานิชอัตรา ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 3 (ผบก.น.3) เผยว่า เตรียมออกคำสั่งให้ ตำรวจฝ่ายสืบสวน กองบังคับการตำรวจนครบาล 3 จำนวน 4 – 5 นาย มาปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการกองบังคับการตำรวจนครบาล 3 หรือ ศปก.น.3 และให้หยุดปฏิบัติงานด้านการสืบสวน จนกว่าจะมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเสร็จสิ้น

728101-01

อีกทั้งจากการบันทึกการจับกุมทราบว่า นายตำรวจชุดดังกล่าวมีตั้งแต่ รองสารวัตร จนถึงชั้นประทวน ซึ่งยอมรับว่าบางนายเคยมีประวัติการกระทำในลักษณะไปจับกุมและเรียกรับเงินกับผู้ต้องหา เพื่อแลกกับการปล่อยตัวจริง อีกทั้งยังมีพฤติกรรมข่มขู่ทำร้ายประชาชน แต่ยังไม่พบว่าเคยทำร้ายร่างกายผู้ต้องหามาก่อน

ส่วน นายสมชาย แพทย์ระบุว่า ยังมีอาการอ่อนเพลียและมีไข้ มีภาวะโลหิตจาง ส่วนม้ามมีการฉีกขาด แต่ไม่ถึงกับแตก และจากการสอบถามบิดายอมรับว่า นายสมชาย ยังติดยาเสพติดอยู่ และอยู่ระหว่างการเลิกเสพ ส่วนในวันเกิดเหตุยืนยันว่าลูกชายไม่มียาบ้าอยู่กับตัว ซึ่งตำรวจจะทำการสอบปากคำ นายสมชาย อีกครั้ง โดยยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

ที่มา INN 

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

พบผู้ป่วยไวรัสซิกาในกทม.21ราย สั่งระวังเข้ม!

รองปลัด กทม. รับมีผู้ป่วย “ไวรัสซิกา” แล้ว 21 ราย มีหญิงครรภ์ 1 ราย อยู่ในการดูแลของแพทย์แล้ว – วอน ปชช. อย่าตื่นตระหนก ให้ช่วยกันกำจัดแหล่งเพาะพันธ์ยุงลาย

วันที่ 10 ก.ย.59 พญ.วันทนีย์ วัฒนะ รองปลัดกรุงเทพมหานคร เปิดเผย กล่าวยอมรับว่ามีผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสซิกา ในเขตสาทร รวมจำนวน 21 คน ในจำนวนนี้เป็นหญิงตั้งครรถ์ อายุครรถ์ 28 สัปดาห์ 1 ราย เนื่องจากได้รับเชื่อจากสามีที่เดินทางกลับจากประเทศสิงคโปร์ ประเทศที่มีการแพร่ระบาด โดยขณะนี้หญิงคนดังกล่าวอยู่ในการดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิดแล้ว

728122-01

ส่วนผู้ป่วยบางรายได้เดินทางไปต่างจังหวัด อาทิ จังหวัดนครราชสีมา และปทุมธานี และบางคนไปอยู่ในเขตอื่นใน กทม. ซึ่งได้ประสานสาธาณสุขจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยข้องเฝ้าติดตามอาการ และให้คำแนะนำโดยขอให้อยู่กับบ้านพักผ่อนในช่วงที่ป่วยแล้ว

พร้อมขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนกเพราะไวรัสซิก้า ไม่ได้น่ากลัวและเป็นอันตรายถึงชีวิต แต่ยอมรับว่า เป็นห่วงการติดเชื้อในหญิงวัยเจริญพันธุ์ มีผลต่อเด็กทารกทำให้กะโหลกเด็กเล็กลง เพราะฉะนั้นขอความร่วมมทอประชาชนให้ระมัดระวังและกำจัดแหล่งเพราะพันธ์ยุงลายงลาย เพื่อป้องกันทั้งโรคไข้เลือดออก และไวรัสซิกา

ที่มา INN

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

โพลชี้ปชช.หนุนลงโทษนักการเมือง-แกนนำทำผิดกฎหมาย

ดุสิตโพล เผย คนมองบ้านเมืองยังมีปัญหาทุจริตอื้อ  ชี้ ปชช.หนุน ลงโทษนักการเมือง – แกนนำ ทำผิดกฎหมาย  ยึดโปร่งใส ยุติธรรม ไม่เลือกปฏิบัติ 

วันที่ 10 ก.ย.59 “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “การถูกลงโทษของนักการเมืองและแกนนำในสายตาประชาชน” จากทั่วประเทศ จำนวน 1,319 คน ระหว่างวันที่ 7 – 9 ก.ย. ที่ผ่านมา พบว่า ร้อยละ 78.01 เห็นว่าควรแล้ว และมี ร้อยละ 12.06 ระบุไม่แน่ใจ ขณะที่ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 80.82 เห็นว่า หากมีความผิดจริง ก็ต้องได้รับการลงโทษตามกฎหมาย, ร้อยละ 76.95 ควรดำเนินการด้วยความโปร่งใส ยุติธรรม ไม่เลือกปฏิบัติ

102-0

ทั้งนี้ ประชาชน ร้อยละ 86.20 มองว่า การถูกลงโทษของนักการเมืองและแกนนำ สะท้อนให้เห็นว่า ประเทศไทยยังมีปัญหาการทุจริตอีกมาก, ร้อยละ 77.56 เห็นว่าคนทำผิดสมควรได้รับการลงโทษ และร้อยละ 74.53 กฎหมายต้องเข้มแข็ง บังคับใช้ได้กับทุกคน ทุกระดับ อย่างไรก็ตาม ประชาชน ร้อยละ 76.14 ระบุการลงโทษนักการเมืองและแกนนำ ให้บทเรียนสังคมคือ ไม่ว่าจะช้าหรือเร็ว คนที่ทำผิดย่อมได้รับการลงโทษตามกฎหมาย ร้อยละ 71.65 สังคมไทยควรหันมาสนใจปลูกฝังความซื่อสัตย์สุจริต อย่างไรก็ตาม ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 78.01 มองว่าการกระทำผิดถูกลงโทษดังกล่าวเป็นการสมควร เพราะบ้านเมืองมีกฎหมาย คนทำผิดต้องได้รับการลงโทษ ถือว่าเป็นตัวอย่างสำคัญให้กับบุคคลอื่นๆ และมี ร้อยละ 12.06 ระบุไม่แน่ใจ

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News