ลือ!! เกาหลีเหนือทดลองนิวเคลียร์ จนทำแผ่นดินไหวสั่นหลายประเทศ

Https%3a%2f%2fblueprint-api-production.s3.amazonaws.com%2fuploads%2fcard%2fimage%2f205062%2fap_16240146671990

วันนี้ (9 ก.ย.) มีรายงานแผ่นดินไหวขนาดแม็กนิจูด 5.3 ที่เกาหลีเหนือ โดยสำนักสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐอเมริกา หรือ ยูเอสจีเอส ระบุว่า สามารถตรวจจับแรงสั่นสะเทือนได้ที่บริเวณตะวันออกเฉียงเหนือของเกาหลีเหนือ ใกล้สถานทดสอบนิวเคลียร์แห่งหนึ่ง

ซึ่งข่าวยอนฮัปของเกาหลีใต้ระบุเป็น “แผ่นดินไหวเทียม” ขณะที่ฝั่งเกาหลีเหนือไม่มีการออกมายืนยันว่า ได้ยิงทดสอบอาวุธนิวเคลียร์หรือไม่ อย่างไรก็ดีก่อนหน้านี้มีภาพถ่ายดาวเทียมและข่าวกรองชี้สนับสนุนว่ามีความเคลื่อนไหวในสถานทดลองนิวเคลียร์พุงกเยรี ในเกาหลีเหนือมากขึ้น โดยสถานทดลองนิวเคลียร์แห่งนี้เป็นสถานที่ทดสอบนิวเคลียร์ครั้งที่ 4 ของเกาหลีเหนือนับตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา

ขณะที่เว็บไซต์ mashable ระบุว่า เกาหลีเหนือดำเนินการทดสอบขีปนาวุธ อาวุธนิวเคลียร์ และข่มขู่ว่าจะใช้อาวุธเหล่านี้เพื่อคุกคามสหรัฐฯ ซึ่งทำให้รัฐบาลของเขามีความสัมพันธ์ที่เลวร้ายกับประเทศเพื่อนบ้าน

ด้านนักวิเคราะห์บางราย ให้ความเห็นว่า เกาหลีเหนือยังไม่ประสบความสำเร็จในเทคโนโลยีที่จำเป็นในการผลิตหัวรบนิวเคลียร์ขนาดจิ๋ว ที่พอดีกับขีปนาวุธพิสัยไกล แต่มีการอภิปราย ว่าการทดลองอาวุธมีความเป็นไปได้ว่าจะสำเร็จ เท่านั้น

ดูบทความต้นฉบับ : Unusual seismic activity detected near North Korean nuclear test site

รถไฟฟ้าสายสีม่วงอาการหนัก ผู้โดยสารเมิน-ขาดทุนเพิ่ม

อดีต ส.ส.ประชาธิปัตย์ โพสต์แสดงความคิดเห็น รถไฟฟ้า สายสีม่วงอาการหนัก ผู้โดยสารเมิน-ขาดทุนเพิ่ม จี้ ผู้บริหารสนข. และ ม.นเรศวร แจงกรณีจัดทำอัตราค่าโดยสาร

วันที่ 9 ก.ย. 2559 ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊ก ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ ถึงกรณีรถไฟฟ้าสายสีม่วง ที่หลังจากเปิดใช้บริการอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 6 ส.ค.2559 แต่กลับมีผู้โดยสารน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยข้อความระบุว่า….

196917

รถไฟฟ้าสีม่วงอาการหนัก

ผู้โดยสารเมิน-ขาดทุนเพิ่ม

ก่อนที่การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) จะปรับลดค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีม่วงลงมาจาก 14-42 บาท เป็น 14-29 บาท ตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ 1 กันยายน 2559 เป็นต้นมา ผมได้คาดการณ์ว่าจะทำให้มีผู้โดยสารเพิ่มขึ้นประมาณ 10% เท่านั้น จะไม่เพิ่มขึ้นถึง 30% ตามที่ประธานกรรมการ รฟม.คาดการณ์ไว้ ดังที่ผมได้โพสต์ไว้เมื่อวันอังคารที่ 30 สิงหาคม 2559 เรื่อง “ลดราคารถไฟฟ้าสายสีม่วง ผู้โดยสารเพิ่ม 30% ได้จริงหรือ?”

แต่ข้อเท็จจริงปรากฏว่ามีผู้โดยสารเพิ่มขึ้นเพียงแค่ 8% หรือ 1,600 คนต่อวันเท่านั้น จากประมาณ 20,000 คนต่อวัน ทำให้ รฟม.ขาดทุนเพิ่มขึ้น กล่าวคือ เดิมก่อนปรับลดค่าโดยสาร รฟม.มีรายได้จากค่าโดยสารวันละประมาณ 600,000 บาท ในขณะที่ รฟม.ต้องจ่ายค่าจ้างให้บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบีอีเอ็ม เดินรถและบำรุงรักษาวันละประมาณ 3.6 ล้านบาทสำหรับปีแรกที่เปิดให้บริการ ทำให้ รฟม.ขาดทุนวันละ 3 ล้านบาท

หลังจากมีการปรับลดค่าโดยสารลงมาแล้ว รฟม.มีรายได้ลดลงเหลือเฉลี่ยวันละประมาณ 520,000 บาท หรือลดลงจากเดิม 13% ทำให้ รฟม.ขาดทุนเพิ่มขึ้นเป็นวันละประมาณ 3.08 ล้านบาท หากรวมค่าจ้างที่ รฟม.ต้องจ้างองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ให้บริการขนผู้โดยสารระหว่างสถานีเตาปูนกับสถานีบางซื่อ และต้องจ้างการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ขนผู้โดยสารระหว่างสถานีบางซ่อนกับสถานีบางซื่ออีกวันละประมาณ 400,000 บาทด้วยแล้ว จะทำให้ รฟม.ขาดทุนเพิ่มขึ้นเป็นวันละประมาณ 3.48 ล้านบาท

ถึงเวลานี้ รฟม.จึงจำเป็นจะต้องทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะลดการขาดทุนลงให้ได้ ซึ่งผมมั่นใจว่า รฟม.จะสามารถทำได้ ผมเห็นใจ รฟม.มาก เพราะ รฟม.ไม่ได้เป็นผู้กำหนดเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีม่วงขึ้นมาเอง แต่เส้นทางรถไฟฟ้าในแผนแม่บททั้งหมดรวมทั้งเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีม่วงเป็นการศึกษาและบูรณาการโดยสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.)

ในกรณีของรถไฟฟ้าสายสีม่วงนั้น เดิมมีการศึกษาความเป็นไปได้พบว่าจะมีผู้โดยสารวันละประมาณ 220,000 คน ในปี พ.ศ.2559 และจะเพิ่มเป็นวันละประมาณ 239,000 คน และ 369,000 คน ในปี พ.ศ.2562 และ พ.ศ.2572 ตามลำดับ ส่งผลให้มีการตัดสินใจก่อสร้างรถไฟฟ้าสายนี้ เพราะมีผู้โดยสารมากพอ

แต่ก่อนเปิดให้บริการรถไฟฟ้าสายนี้ได้ไม่นาน รฟม.ได้ว่าจ้างมหาวิทยาลัยนเรศวรทำการศึกษาทบทวนอีกครั้งภายใต้โครงการ “จ้างที่ปรึกษาเพื่อจัดทำอัตราค่าโดยสารโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงบางใหญ่-บางซื่อ” ด้วยค่าจ้าง 4,272,000 บาท ให้เวลาศึกษา 90 วัน เนื่องจาก รฟม.กังวลเรื่องจำนวนผู้โดยสาร เพราะยังไม่มีการเชื่อมต่อการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าจากสถานีเตาปูนไปสถานีบางซื่อ ผลการศึกษาโดยมหาวิทยาลัยนเรศวรพบว่า จะมีผู้โดยสารวันละประมาณ 73,000 คน ในปี พ.ศ.2559 และจะเพิ่มขึ้นเป็นวันละประมาณ 80,000 คน และ 153,000 คน ในปี พ.ศ.2560 และ พ.ศ.2561 ตามลำดับ

เมื่อความเป็นจริงออกมาว่ามีผู้โดยสารรถไฟฟ้าสายสีม่วงต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก ผู้บริหารของสนข. และของมหาวิทยาลัยนเรศวรจะนิ่งเฉยอยู่ได้อย่างไร ออกมาชี้แจงหน่อยเถอะ

ที่มา  เฟซบุ๊ก ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์

ติดตามข่าวเศรษฐกิจอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com/economy

MThai News

ผอ.ตบหัวนักเรียน ม.4 หลังไม่พอใจ เด็กพูดไม่มีหางเสียง

ผอ.ตบหัวนักเรียน ม.4 หลังไม่พอใจ เด็กพูดไม่มีหางเสียง แม่รุดถามสวนกลับ ใช้มือข้างไม่ถนัด ถ้าอีกข้างแรงกว่านี้

วันนี้(9 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้เข้าสอบถาม นางสาวบุษรารัตน์ สังวาลรัมย์ อายุ 40 ปี ชาวบ้านโคกขาม หมู่ 11 ตำบลบ้านด่าน อำเภอบ้านด่าน จังหวัดบุรีรัมย์ หลังเกิดเหตุน่าตกใจ เมื่อลูกชายวัย 16 ปี ของนางสาวบุษรารัตน์ ซึ่งเป็นนักเรียนชั้น ม.4 ถูกผู้อำนวยการ(ผอ.)โรงเรียน ทำร้ายร่างกาย ด้วยการใช้มือตบศีรษะอย่างแรง

โดยนางสาวบุษรารัตน์ เล่าว่า วันที่ 7 ก.ย. ที่ผ่านมา ลูกชายได้โทรศัพท์มาเล่าว่า ขณะที่อยู่ในห้องเรียนคอมพิวเตอร์ ผอ.โรงเรียน ได้เดินเข้ามาในห้อง แล้วถามนักเรียนหลายคนว่า ครูผู้สอนไปไหน แต่ไม่มีใครตอบ ลูกชายจึงตอบว่า ครูปล่อยแล้ว แต่ ผอ.โรงเรียน กลับใช้มือตบที่ศีรษะอย่างแรง พร้อมพูดว่า ทำไมไม่มี “ครับ” (หางเสียง) เมื่อลูกชายบอกจะโทรศัพท์ไปฟ้องแม่ว่าถูกตบ ทาง ผอ.โรงเรียน จึงขู่ว่า มึงรู้ไหมว่ากูเป็นใคร เมื่อทราบเรื่อง ตนจึงรีบเดินทางไปพบ ผอ.โรงเรียนทันที เพื่อสอบถามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

นางสาวบุษรารัตน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า คู่กรณียังให้คำตอบที่น่าตกใจอีกว่า มือที่ใช้ตบเด็ก เป็นข้างที่ไม่ถนัด หากเป็นอีกข้าง คงแรงกว่านี้ ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้ตนเองเป็นอย่างมาก จึงขู่ไปว่า จะแจ้งความดำเนินคดี ขณะที่คู่กรณี ได้ยื่นข้อเสนอว่า จะให้เกรด 4 กับเด็กทุกวิชา จนกว่าจะเรียนจบ ม.6
ขณะที่เช้าวันต่อมา ลูกชายยังไม่กล้าไปโรงเรียน จึงแจ้งทางคู่กรณีไปว่า หากไม่มาขอโทษ จะแจ้งความดำเนินคดีถึงที่สุด

อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า ทาง ผอ.มือตบ ได้เดินทางไปที่บ้านนางสาวบุษรารัตน์ พร้อมผู้ใหญ่บ้าน เพื่อขอโทษ และทำหนังสือสัญญา จ่ายเงินค่าทำขวัญ จำนวน 25,000 บาท แต่กำชับไม่ให้มีการทำข่าวอีก

MThai News