แห่แชร์กระทู้ให้ข้อคิด จบนอกเกรดดีแต่ตกงาน เพราะไร้ประสบการณ์ !!

โลกออนไลน์แห่ส่งต่อเรื่องราวข้อคิดเตือนสติ หลังสาวบ่นอุบเรียนจบนอก แต่ก็ต้องตกงาน เพราะไร้ประสบการณ์ในการทำงาน 

วันนี้ (8 ก.ย. 59) ในโลกออนไลน์ได้มีการส่งต่อเรื่องราวจากกระทู้เว็บไซต์พันทิป  ที่ได้เสนอข้อคิดเตือนสติของการเรียนและการสมัครงานในเมืองไทยปัจจุบัน เพราะไม่ว่าจะเรียนสูงมีดีกรีมาจากไหน หากไม่มีประสบการณ์ก็ยากที่จะเข้าทำงานเรียกเงินแพงๆ จากเมืองไทยได้

เรียนเมืองนอก, ตกงาน,

โดยกระทู้ดังกล่าวมีชื่อว่า “จบเมืองนอก เกรดเกือบ 4.00 ตกงานค่ะ 55555+ ข้อคิดให้น้องๆ ที่คิดจะไปเรียนต่อเมืองนอกแบบยังไม่มีประสบการณ์หรือมีนิดนึง” โพสต์โดยหมายเลขสมาชิก 2243082 ซึ่งมีข้อความระบุว่า

ยืมล็อกอินเพื่อนมาใช้นะคะ เลข 555555+ ข้างบนคือหัวเราะกลบเกลื่อนความเศร้าค่ะ

เรื่องมีอยู่ว่า เราเรียนจบ ม.รัฐชื่อดังด้านนิติศาสตร์ของประเทศไทย ตอนเรียนนี่เกรดอย่างดีเลยค่ะ จบมาด้วยเกียรตินิยมแบบเก๋ๆ
บางวิชาเรียนดีจนได้ท็อปชั้น คะแนนดิบเกือบเต็มร้อยก็มี คิด(เอง)มาตลอดว่า เรียนเก่งแบบนี้อนาคตน่าจะไปได้สวย ฮูเล่~
ที่ไหนได้… ชีวิตจริงมันไม่สวยค่ะ

ก่อนไปเรียนต่อเราทำงานก่อนที่หนึ่ง ไม่ใช่สายลอว์เฟิร์มเพราะอยากทำด้านที่ชอบก่อน (เป็นกฎหมายมหาชน) แต่ตอนนั้นก็ไม่ได้กังวลอะไร เพราะคิดว่าทำแค่ปีเดียว คะแนนด้านกฎหมายเอกชนก็ดีมาก เดี๋ยวก็ไปเรียนเมืองนอก กลับมาคงได้งานลอว์เฟิร์ม เงินเดือนหลายๆ หมื่นได้ง่ายๆ หรืออยากทำมหาชนต่อก็ไม่ลำบาก อีกอย่างภาษาอังกฤษเรา(คิดว่า)ก็ไม่ขี้เหร่นะ

เราเลือกอเมริกาฯ เพราะชอบประเทศนี้ คนไปเรียนต่อกันน้อยลง เพราะขั้นตอนการสมัครยาก โทเฟลก็สอบยาก กว่าจะได้ถึง 100 นี่เลือดตาแทบกระเด็น เพื่อนๆ ส่วนใหญ่ไปอังกฤษกันมากกว่า แต่ด้วยแรงผลักดันที่มีความฝันว่าอยากเรียนอเมริกามาตั้งแต่เด็ก ก็ทำให้เราทำได้สำเร็จ
เราได้ตอบรับจากมหาลัยอันดับต้นๆ ของอเมริกา ด้านเฉพาะที่อยากเรียนติดอันดับ 1 ใน 3 ของประเทศ อ้อ..ไปแบบทุนตัวเองนะคะ คุณพ่อคุณแม่เป็นผู้สนับสนุน (บ้านไม่รวยมาก แต่ก็ไม่ลำบากค่ะ เห็นว่าเป็นความใฝ่ฝันสูงสุดของลูก ก็เลยยอม –ความเห็นส่วนตัวของที่บ้านคิดว่าการศึกษาและชื่อเสียงของโปรแกรมจะอยู่ติดตัวเราไปตลอดชีวิต ดีกว่าเอาไปซื้อรถเบ๊นซ์ ซื้อคอนโด)

พอไปถึงเราก็ตั้งใจเรียนเหมือนเดิม เลือกลงวิชาที่น่าสนใจ วิชาไหนคิดว่าน่าจะมีประโยชน์ถ้ากลับมาหางานเมืองไทยเราลงเรียนหมด
สายด้านการเงิน การคลัง หลักทรัพย์ อนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ, กฎหมายบริษัท สัญญา การธนาคาร การลงทุน โปรเจคระหว่างประเทศเราลงหมด (วิชาพวกนี้ ต่อให้เป็นกฎหมายอเมริกา แต่ก็ไม่ต่างกับที่ใช้ทำงานในไทย หรือประเทศไหนๆ ค่ะ อย่าเพิ่งเถียง ว่า อ้าว ก็แกเรียนกฎหมายอเมริกา)

เรียนหนักมาก ลงไปเทอมละ 7-8 วิชา แม็กซิมั่มเครดิตให้แค่ไหน เราเรียนอัดเต็มทั้งสองเทอม…เรียนแบบจริงจัง เราเก็บเกี่ยวเต็มที่ให้สมกับค่าเทอมแสนแพงที่จ่ายไป เราต้องเป็นที่ปรึกษากฎหมายที่รู้รอบด้าน เป็นหน้าเป็นตาให้คนไทย แล้วเราก็ทำได้ดีค่ะ เราได้ A รวดหมดในเทอมแรก มีเอบวกบ้าง เอเฉยๆ เอลบบ้าง

พอหมดเทอมแรกเราก็เริ่มกังวลเรื่องหางาน เราเริ่มวางแผนว่าจะสมัครที่ไหน อย่างไรบ้าง อ่านเจอในพันทิปก็มีแต่คนบอกว่า ไม่มีประสบการณ์ ก็ยากหน่อย…. เรากังวลถึงขั้นมาตั้งกระทู้ถาม (ยืมล็อกอินเพื่อนอีกคน..) บวกกับความนอยว่าหางานยาก พอเทอมสองก็ขยันอีก เพื่อนคนไทยสามสี่คนในมหาลัยลงวิชาสบายๆ กัน ขอให้จบๆ เราขอลงวิชาที่น่ามีประโยชน์ไว้ก่อน ต่อให้ยาก แต่ก็ขอให้คุ้ม

สุดท้ายเราก็เรียนจบ ได้เกรดเกือบ 4.00 ได้เกียรตินิยม ได้สายเฉพาะด้าน ได้ใบเซอร์ ทุกใบที่ทางคณะจะให้ได้ เพื่อนคนไทยคนอื่นได้เกรดกันแค่สามต้นๆ (เทียบให้รู้ว่า มหาลัยเราไม่ปล่อยเกรดกันง่ายๆ ค่ะ) ตอนรับปริญญา ก็มีแต่คนชม… บอกว่าต้องได้งานดี ต้องมีอนาคตสดใส… แต่พอกลับมาเมืองไทย เท่านั้นล่ะ… ที่ความจริงของชีวิตเริ่มเดินเข้ามาตบหน้าเราดัง “ป้าบๆ”

เรายื่นใบสมัครลอว์เฟิมไปเป็นสิบๆ ไปทุกแห่ง แต่…….มีแค่ “สอง” ที่ค่ะ …. ที่เรียกเราสัมภาษณ์ (ในช่วง 5-6 เดือน)
ซึ่งพอไปสัมภาษณ์ก็สัมผัสได้ถึงบรรยากาศไม่เป็นมิตร… นี่เรามาสัมภาษณ์นะไม่ได้มาชวนขายตรง ไปที่แรกให้เราทำข้อสอบสอบเข้า… เอาข้อสอบของ senior มาให้ทำ…. เป็นด้านภาษีระหว่างประเทศ ซึ่งไม่เคยเรียนมาก่อน…

ต่อให้เรียนมารอบด้าน (ยกเว้นภาษี) ประกอบกับไม่มีประสบการณ์แถมบอกให้ทำให้เสร็จใน 40 นาที…แบบนี้ก็ตาย
พอคุยกับ HR ก็ไม่ได้ถามอะไรเรามากมาย เหมือนพูดกับตัวเอง แล้วทึกทักเอาว่าเราเป็นลูกเศรษฐี เพราะเรียนอเมริกา -_-”
สุดท้าย เราไม่ได้ค่ะ บอกว่าคุณสมบัติไม่เพียงพอ ไม่ผ่านแม้แต่ด่าน HR…. ไม่ทันได้แม้แต่ถึงขั้นตอนคุยกับพาร์ทเนอร์ หรืออะไรใดๆ ทั้งปวง

ไปสัมภาษณ์อีกที่ ก็ดูไม่ค่อยสนใจอะไร ถามคำถามทั่วๆ ไป อยากได้เงินเดือนเท่าไร (เราลดค่าตัวแบบสุดๆ– เหลือแบบไม่ต้องไปเรียนเมืองนอกก็เรียกได้)….. แต่เราก็ยังไม่ได้ เราคิดว่าและมั่นใจ ทั้งหมดทั้งปวงเป็นเพราะเราไม่มีประสบการณ์ (คิดว่าไม่ได้ไปทำตัวบ้าๆ บอๆ ตอนสัมภาษณ์จนเขาไม่เอาแน่ๆ) ตอนนี้เวลาผ่านมาครึ่งค่อนปี… พ่อแม่เริ่มเลิกถามแล้วว่าได้งานแล้วยัง ….

ที่มาตั้งกระทู้นี้ก็เพราะอยากแบ่งปัน ว่าน้องๆหนูๆ รุ่นเด็กๆ กว่า อย่าเพิ่งคิดตามเพื่อนไปเรียนเมืองนอกกันเลยนะ….
กลับมามันหางานยากกกกกมากนะ เพราะไม่มีประสบการณ์ แถมจะเรียกเรท ป.โทแพงๆ ใครๆ เขาก็ไม่เห็นค่าตัวเราเท่าไร ไปจ้างเด็กจบ.ตรีดีกว่า หรือไม่ก็ดันไป Overqualified ของบางที่อีก..

มาถึงตอนนี้บอกเลยว่า ประสบการณ์ทำงานสำคัญกว่าการเรียนมากนักแล~ ไหนจะโดนกดค่าตัว ถูกเมินในทุกๆ ความพยายามตั้งใจเรียนที่ทำมา นอย และน้อยใจสุดๆ ไหนจะค่าเทอมที่เสียไป เอาให้ดี ถ้าพ่อแม่ไม่ได้เป็นเจ้าของฟาร์ม หรือเป็นแฟนอยู่กับพาร์ทเนอร์… ขอให้เอาอุทาหรณ์นี้ เป็นข้อคิดเสียหน่อย *เพราะถ้าก่อนเราตัดสินใจไปเรียน เรามีโอกาสได้อ่านอะไรแบบนี้ หรือมีคนเตือนเรา เราจะคิดให้รอบด้านกว่านี้

อย่าโลกกสวยแบบเรา เพราะเรื่องจริง มันไม่สวยค่ะ ….

ส่วนตอนนี้ถามว่าจะทำอะไร เราคิดว่าว่าเราจะไปขายกล้วยแล้วค่ะ เห็นใน กทม.ขายกล้วยกันแพงมาก ที่บ้านเรามีสวนกล้วย เราจะไปเอามาตั้งขายแถวสถานีรถไฟฟ้า…. เราเหนื่อยกับการชะเง้อรองานแล้วล่ะ….555555 (หัวเราะกลบเกลื่อนความเศร้าอีกที)

ข้อมูลจากเว็บไซต์พันทิป http://pantip.com/topic/35571852

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

ร้องนายกฯตั้งคกก.แก้ปมรื้อถอนบ้าน ‘ชุมชนป้อมมหากาฬ’

ชุมชนป้อมมหากาฬ ร้องนายกฯ เสนอจัดตั้งคณะกรรมการพหุพาคี ชง  “ม.ล.ปนัดดา” เป็นประธานแก้ปัญหาการรื้อถอน 

วันที่ 8 ก.ย.59 ตัวแทนชุมชนป้อมมหากาฬ พร้อมเครือข่ายภาคประชาสังคมและนักวิชาการ ยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. เสนอจัดตั้งคณะกรรมการพหุพาคี โดยตัวแทนเครือข่ายชุมชนป้อมมหากาฬ ได้เสนอชื่อ กรรมการพหุภาคี โดยให้ ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เพื่อแก้ปัญหา และอนุรักษ์พัฒนาชุมชนป้อมมหากาฬแทนการไล่รื้อถอนทั้งชุมชน 56 หลัง ภายในสิ้นปี

18-3

พร้อมระบุ หากจะมีการรื้ออีก 12 หลัง ตามที่ กทม. ตกลงกับชุมชน ก็ขอให้เกิดขึ้นด้วยความสมัครใจ และให้คนในชุมชนมีส่วนร่วม รวมถึงต้องไม่รื้อบ้านไม้โบราณที่อยู่ในชุมชนแม้จะไม่มีผู้อยู่อาศัย แต่ให้ชุมชนดูแลรักษาเอง ทั้งนี้ หากรัฐบาลไม่รับข้อเสนอดังกล่าว ทางชุมชนจะมีการหารือเพื่อกำหนดท่าทีในการเคลื่อนไหวต่อไป

อ่านเพิ่มเติม >>> Inn 

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

แปลกแต่จริง ภาพแม่น้ำสีเลือดโผล่รัสเซีย

ทางการรัสเซียเร่งตรวจสอบ หลังแม่น้ำของเมืองโนรีลส์กเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้ม คาดเกิดจากเหมืองนิกเกิลขนาดใหญ่ของเมืองปล่อยสารเคมีลงแม่น้ำ

สำนักข่าวต่างประเทศ ได้มีการเผยแพร่ภาพแปลกสุดน่ากลัวของแม่น้ำสายหนึ่งในรัสเซีย ที่กลายสีเป็นสีแดงคล้ายเลือดไหลยาวตลอดสาย จนสร้างความตื่นตกใจให้ประชาชนเป็นจำนวนมาก เนื่องจากหวั่นเกรงในอันตราย ก่อนทราบชื่อแม่น้ำสายดังกล่าวต่อมาคือแม่น้ำดัลดีกัน ตั้งอยู่ในเมืองโนรีลส์ก ของรัสเซีย

แม่น้ำสีเลือด, ข่าวรัสเชีย

โดยสาเหตุของการเปลี่ยนสีของแม่น้ำสายนี้ยังไม่ทราบแน่ชัด แต่มีคนคาดการณ์ว่าน่าจะเกิดจากการที่โรงงานหลอมโลหะที่ตั้งอยู่บริเวณดังกล่าวปล่อยสารเคมีลงในแม่น้ำจนทำให้มันกลายเป็นสีแดงขึ้น เพราะบริเวณนั้นเป็นมีโรงงานอุตสาหกรรมผลิตนิกเกิลตั้งอยู่ทางปากแม่น้ำนั่นเอง

อีกทั้งผู้เชี่ยวชาญด้านเหมืองแร่ได้ออกมาเปิดเผยว่า สีที่เกิดขึ้นนั้นเกิดจากปฏิกิริยาออกไซด์ของโลหะกับน้ำ โดยกระบวนการผลิตนิกเกิลภายใต้อุณหภูมิสูงและความดันที่สูง จนส่งผลให้ของเสียที่ได้จากการผลิตไปผสมกับน้ำและเปลี่ยนเป็นสีแดงได้

แม่น้ำสีเลือด, ข่าวรัสเชีย

ขณะที่ตัวแทนของโรงงานดังกล่าวได้ออกมาชี้แจงอย่างทันควันว่า ไม่ได้เกี่ยวข้องและทำให้แม่น้ำเป็นสีแดง แต่ชาวบ้านไม่เชื่อเตรียมยื่นเรื่องฟ้องร้องพร้อมนำตัวอย่างน้ำไปให้เจ้าของโรงงานดื่มกินเพื่อพิสูจน์ด้วย สำหรับน้ำในแม่น้ำดัลดีกันกลายเป็นสีเลือดที่เกิดขึ้นนั้น ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกเพราะในเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา และช่วงฤดูหนาวแม่น้ำสายดังกล่าวก็เป็นสีเลือดเช่นกัน