เผยกฎกลาโหม ‘ห้ามใช้บ้านพักทำการค้า’ ปมลูกชาย ‘ปรีชา’

เผยกฎระเบียบกลาโหม ‘ห้ามใช้บ้านพักทำการค้า’ ปมลูกชาย พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ใช้บ้านพักทหาร จดแจ้งเป็นที่ตั้ง เพื่อทำธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง 

สืบเนื่องจากกรณี นายปฐมพล จันทร์ชา ลูกชายคนโตของ พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ปลัดกระทรวงกลาโหม ใช้บ้านพักทหารในค่ายสมเด็จพระเอกาทศรศ จ.พิษณุโลก จดแจ้งเป็นที่ตั้ง เพื่อทำธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง จนเกิดเป็นกระแสเรียกร้องให้มีการตรวจสอบ ห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) คอนเทมโพรารี คอนสตรัคชั่น และถูกวิพากษ์วิจารณ์จากหลายฝ่ายถึงความเหมาะสม พร้อมตั้งคำถามว่า สามารถใช้บ้านพักของทางราชการในการประกอบธุรกิจการค้าส่วนตัวได้หรือไม่

residence

ล่าสุด (28 ก.ย. 59) สำนักข่าวอิศรา ได้มีการตรวจสอบข้อมูล ระเบียบสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ว่าด้วยการพักอาศัยในอาคารที่พักอาศัยของสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม พ.ศ.2555 พบว่า ระเบียบดังกล่าวมีความยาวถึง 38 หน้า ลงนามโดย พล.อ.เสถียร เพิ่มทองอินทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหมในช่วงเวลาดังกล่าว โดยระเบียบในข้อ 18.14 ระบุไว้ชัดเจนว่า…

“ห้ามประกอบการค้าใด ๆ ในที่พักอาศัยซึ่งทางราชการมิได้จัดไว้ หรือผู้ปกครองอาคารที่พักอาศัยไม่ได้อนุญาต”

แม้รายละเอียดของระเบียบในแต่ละหน่วยจะไม่เหมือนกันเสียทีเดียว แต่ก็มีหลักการคล้าย ๆ กันคือ ต้องการให้บ้านพักทหารมีความเป็นระเบียบเรียบร้อย ไม่กระทำการใด ๆ ในทางแสวงหากำไร เช่น ให้บุคคลอื่นเช่าต่อ และผู้พักอาศัยต้องไม่มีพฤติกรรมสร้างความเดือดร้อนรำคาญแก่ผู้อื่น

ขอบคุณข้อมูล/ภาพ สำนักข่าวอิศรา

MThai News

แตกตื่นทั้งสนามบิน หลังเซ็กส์ทอยเกิดสั่น ขณะโหลดกระเป๋าขึ้นเครื่อง

สนามบินเชียงใหม่วุ่น หลังเจอกระเป๋าสั่น เปิดดูพบเซ็กส์ทอยทำงานเอง คาดไปเสียดสีจนโดนปุ่มเข้า

เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาได้เกิดเหตุระทึกขึ้นที่สนามบินเชียงใหม่ เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊ก “Treerapat Singtong” ได้มีการโพสต์ภาพและข้อความว่า เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของสายการบิน AirAsia ได้มีการตรวจสิ่งผิดปกติระหว่างขนกระเป๋าผู้โดยสารขึ้นเครื่อง เที่ยวบิน FD3438 จากเชียงใหม่ มายัง กทม. หลังจากพบว่ากระเป๋าต้องสงสัยดังกล่าวเกิดอาการสั่นผิดปกติ ก่อนจะแจ้งให้เจ้าหน้าที่ EOD เข้าตรวจสอบ

เซ็กซ์ทอย, แอร์เอเชีย

ซึ่งพอเจ้าหน้าที่เปิดกระเป๋าออกดูพบว่าต้นเหตุที่ทำให้กระเป่าสั่นคือ อุปกรณ์สั่น หรือ ไวเบรเตอร์ เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการปิดเครื่อง และทำการจัดเก็บอุปกรณ์ลงในกระเป๋าตามเดิม เนื่องจากเห็นว่าไม่ได้เป็นอุปกรณ์ที่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยด้านการบิน  จากนั้นเจ้าหน้าที่สายการบินได้ทำการโหลดกระเป๋าขึ้นเครื่องต่อจบครบ ก่อนที่จะออกเดินทาง แม้จะเสียเวลาไปนาน 5 นาทีก็ตาม ส่วนสาเหตุที่ทำให้อุปกรณ์เซ็กส์ทอยดังกล่าวทำงานเองนั้น คงเป็นเพราะกระเป๋าอาจไปเสียดสีโดนสวิตซ์ปิด-เปิดเข้า จึงทำให้มันทำงานเอง

เซ็กซ์ทอย, แอร์เอเชีย

ทั้งนี้เมื่อเรื่องราวดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไป ก็ทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็นเป็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่ชื่นชมพนักงานที่หูไวตาไวและเป็นคนช่างสังเกต ขณะเดียวกันก็ได้แนะนำว่า อุปกรณ์ที่จะโหลดใต้เครื่องต่างๆ ทางที่ดีควรถอดแบตเตอร์รี่ ออกจากอุปกรณ์ ไม่ว่าจะเป็น กล้อง เครื่องเกมส์ หรือโทรศัพท์ note book อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เพื่อป้องกันการลัดวงจรจนนำไปสู่อุบัติเหตุที่ไม่คาดฝันได้

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

ป.ป.ช. เผย ธกส.คว้าอันดับ 1 ประเมินคุณธรรม-โปร่งใสหน่วยงานรัฐ

ผลประเมินคุณธรรม-โปร่งใสหน่วยงานรัฐ 115 แห่ง ของ ป.ป.ช. พบ ธกส.ที่ 1 ฮือฮา ขณะเจ้าตัวกลับได้อันดับที่ 100

สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตอห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ได้เผยผลประเมินด้านคุณธรรมและความโปร่งใสการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ 115 แห่ง (Integrity & Transparency Assessment : ITA) เพื่อให้ข้อเสนอแนะในการปรับปรุงการทำงาน อาทิ ความโปร่งใส,ความรับผิดชอบ, การปลอดทุจริต, วัฒนธรรมองค์กร และ คุณธรรมในการมอบหมายงาน พบว่า

ปปช, ธกส, สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธกส. เป็นหน่วยงานภาครัฐที่มีความเป็นธรรมและโปร่งใสมากที่สุด โดยได้ 96.02 คะแนน รองลงมาคือ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ได้ 94.50 คะแนน อันดับ 3. เป็นบริษัทไปรษณีย์ไทยจำกัด ได้ 91.41 คะแนน และองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ ได้อันดับ 5 มี 90.79 คะแนน ส่วนสำนักงาน ป.ป.ช. ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ทำการประเมินกลับอยู่ในอันดับที่ 100 ได้เพียง 73.52 เท่านั้น

ด้านนายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. กล่าวว่า เราไม่ได้ตกใจกับผลประเมินที่ออกมา เนื่องจากการประเมินดูเรื่ององค์กรที่มีคุณธรรมและความโปร่งใส เรารู้ก่อนการประเมินอยู่แล้ว แต่เราก็ไม่ได้เตรียมการนัดแนะกับหน่วยงานและผู้เกี่ยวข้องภายใน ว่าต้องเตรียมถูกประเมินอะไรบ้าง ดังนั้นเมื่อมีการประเมินจึงถือว่าวัดผลได้จริงและเป็นผลดีกับเราที่ทำรู้ตัวเองว่า ความจริงขณะนี้เราเป็นอย่างไร

การประเมินดังกล่าว เพื่อให้แต่ละหน่วยงานรู้ตัวว่ามีจุดบกพร่องใดต้องแก้ไขให้ดีขึ้นในปีถัดไป เพื่อจะได้เป็นหน่วยงานที่มีมีคุณธรรม ความโปร่งใส เจตนาเป็นอย่างนั้น ถ้าทุกองค์กรพัฒนาขึ้นจากคะแนนประเมินมาตรฐานที่ 80 คะแนน และดีขึ้นเรื่อยๆ ประเทศไทยโปร่งใสแน่นอน

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News