ภาพว่อนโขลงช้างหมอบ-กราบ พระธุดงค์ !!

พระครูสำนักสงฆ์ที่สุรินทร์ ยันภาพโขลงช้างหมอบกราบเป็นเรื่องจริง หลังเป็นฮือฮาถูกวิจารณ์อย่างหนักในโลกออนไลน์

รายงานข่าวแจ้งว่า วานนี้ (5 ก.ย. 59) โลกออนไลน์ได้เกิดเป็นที่ฮือฮาเป็นอย่างมาก เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊ก นวพร สุปิงคลัด ได้มีการเผยภาพแปลกหาชมยาก ขณะช้างโขลงหนึ่งนั่งคุกเข่าหมอบตรงหน้าพระนั่งกรรมฐาน แม้ว่าช้างโขลงดังกล่าวจะเป็นช้างที่ใช้ในการแสดง แต่ความอ่อนโยนที่มีอยู่ภายในยังมีธรรมและคุณงามความดี บูชาในผู้ที่ควรบูชาจึงทำให้เกิดภาพดังกล่าวขึ้น

ช้าง, ช้างกราบพระ, พระธุดงค์, ข่าวจังหวัดสุรินทร์

ซึ่งเมื่อภาพดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปก็ทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็นอย่างมาก ก่อนที่พระครู ดร.สมุห์หาญ ปัญญาธโร เจ้าอาวาสสำนักสงฆ์วัดป่าอาเจียง บ้านหนองบัว ต.กระโพ อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ ที่ปรากฏอยู่ในภาพ จะให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ ตระเวนข่าว3 ถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นว่า

ภาพที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องจริง ช่างภาพสารคดีมาขอถ่ายภาพมาพิสูจน์ว่าช้างจะสามารถทำได้ ซึ่งสมัยแต่ก่อน สมัยพรพพุทธเจ้านั้น ก็มีช้างชื่ออรันยะกะอยู่ดูแลอุปถัมภ์พระพุทธเจ้า แต่นั่นเป็นตำนานช้างกับพระพุทธศาสนา แต่ปัจจุบันนั้นหาได้ยาก แต่ยังมีช้าง ที่สำนักสงฆ์ป่าอาเจียงเลี้ยงดูไว้ ยังสามารถทำได้อย่างนั้น ในลักษณะที่ช้างหมอบกราบหยิบไทยทานใส่บาตรพระได้ ซึ่งวัดได้เคยถ่ายภาพไว้เมื่อเดือน พฤศจิกายน 2558 และช่วงเดือนเมษายนในปีนี้

ช้าง, ช้างกราบพระ, พระธุดงค์, ข่าวจังหวัดสุรินทร์

พระดร.สมุห์หาญกล่าวว่า ส่วนภาพล่าสุดที่ปรากฎ ถ่ายเมื่อวันที่ 2 กันยายน ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่ช่างภาพสารคดีมาถ่ายทำ เพื่อพิสูจน์ความสามารถของช้าง พลายมงคล อายุ 9 ปี พลายยอดรัก อายุ15 ปี และพังกำไลพร้อมด้วยลูก โดยเฉพาะช้างพลายมงคล ได้แสดงความสามารถ อย่างที่เห็นสามารถนั่งกราบ หยิบของถวายพระได้ และส่งเรียงร้องเหมือนร้องคล้ายเสียงสาธุ หลังพระให้พรจบ

ช้างกราบพระ

ขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก ตระเวนข่าว 3

เล่านาทีระทึก! หมีควายตะปบหน้าหนุ่ม แผลเหวอะ อาการสาหัส

แม่คนเจ็บ เล่านาทีระทึก! หมีควายตะปบหน้าหนุ่ม แผลเหวอะ อาการสาหัสปางตาย เจ้าหน้าที่เร่งตามหาหมีควาย หวั่นทำร้ายคนอื่นอีก

วันนี้(6 ก.ย.) มีรายงานแจ้งว่า ผู้ใช้งานเฟซบุ๊กชื่อ BEN ZAMA  ได้โพสต์เตือนให้ระวังภัย หมีควายจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ออกหากินนอกพื้นที่ป่า ทำร้ายนายคำพันธ์ คำวิชัย อายุ 44 ปี ชาวบ้าน บ้านเนินยาว เลขที่ 21 หมู่ 5 ต.บุฝ้าย อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี ญาตินำส่ง ห้องผู้ป่วยฉุกเฉิน รพ.ประจันตคาม และนำส่งรักษาต่อ รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร เนื่องจากอาการสาหัส โดยเหตุเกิดบริเวณริมคลองส่งน้ำชลประทานกลางทุ่งนา บ้านเนินยาว หมู่ 5 ต.บุฝ้าย อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี

จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ อยู่ห่างจากสี่แยกศิวบูลย์ถนนสายสุวรรณศร สาย 33 แยกไปทางถนนสายเนินเป้า-บ้านท่าโพธิ เส้นเข้าน้ำตกตะคร้อประมาณ 8 กม. เป็นหมู่บ้านห่างอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ที่ 10 (ขญ.10) มรดกโลก ประมาณ 2 กม. เป็นคลองส่งน้ำชลประทานต้นน้ำประจันตคาม มีทุ่งนา สลับด้วยป่ายูคาลิปตัส และป่าละเมาะตามธรรมชาติ พบกำลังเจ้าหน้าที่ป่าไม้ พร้อมกำลัง ชุดเจ้าหน้าที่ศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าภาคกลางนครนายก รวมจำนวนกว่า 100 คน กำลังเร่งค้นหาหมีควาย ตัวที่ทำร้ายชาวบ้านดังกล่าว

นายตระกูล อาจอรัญ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ที่ 10  กล่าวว่า ได้รับแจ้งว่า มีหมีควายไม่ทราบเพศ ขนาดความสูงเกือบ 1 เมตร น้ำหนักตัวระหว่าง 70-80 กิโลกรัม พบที่คลองส่งน้ำชลประทาน ที่บ้านเนินยาว ใช้กรงเล็บตะปบนายคำพันธ์ จนได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยตะบปใบหน้า เป็นแผลที่ตาขวา และจมูกเป็นแผลฉกรรจ์ เหตุเกิดช่วงเวลาประมาณ 11.30 น. เมื่อวันที่ 4 ก.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งก่อนหน้านี้ชาวบ้านเคยพบรอยเท้าหมีออกมาหากินในพื้นที่ แต่ไม่พบตัว มีเพียงรอยเท้า กระทั่งมาทราบว่าหมีควายได้ทำร้ายชาวบ้าน ในเหตุการณ์ดังกล่าว

เบื้องต้น ทางป่าไม้ร่วมกับทหาร ฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และชุดศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าภาคกลางนครนายก แบ่งกำลังออกเป็น 3 สาย ในจุดที่พบร่องรอยหมีควายคือ ได้กระจายกำลังออกติดตามหาตัวหมีให้พบ เพื่อยิงยาสลบ แล้วนำส่งศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าภาคกลางนครนายก ในการพักฟื้นก่อนนำกลับคืนป่าธรรมชาติต่อไป แต่จากการกระจายกำลังออกติดตามตั้งแต่ช่วงเช้าวันนี้ยังไม่พบแต่อย่างใด เบื้องต้นยุติการค้นหา และแจ้งไปยังผู้นำชุมชน หากพบร่องรอยหมีความตัวดังกล่าว ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ในทันที

นางสำเนียง แซ่เตียว อายุ 69 ปี มารดาของนายคำพันธ์ กล่าวว่า ขณะเกิดเหตุตนเองกับลูกชาย ได้ออกไปตัดต้นโสนที่ทุ่งนา  โดยช่วยกัน 3 คน กับสามี และนายคำพัน ก่อนเกิดเหตุ ได้เรียกลูกชายมากินข้าวกลางวัน นายคำพันบอกว่ายังไม่กิน เดี๋ยวก่อน แล้วก็ลงน้ำในคลองชลประทานที่ไหลผ่าน ตัดต้นโสน ล้างทำความสะอาดได้ 3 ต้น ตนเองมองเห็นหมีควายสีดำ อยู่ข้างหลังลูกชาย หมีมันตรงมาทำร้ายลูกชายจากด้านหลังใช้อุ้งมือตะบปใบหน้า โดนดวงตาทั้งสองข้าง ใบหน้าแก้มทั้งสองข้าง แขนทั้งสองข้างโดยเฉพาะมือขวาหัก

ในช่วงนั้นด้วยความเป็นห่วงลูกชายมองเห็นไม้ยาวประมาณหนึ่งวา จึงคว้าและตีไปข้างหลังหมี ที่กำลังทำร้ายลูกซึ่งหมีเมื่อถูกไม้ตีหลังตี มันหันมามองตนเองต่างจ้องมองสู้ตากันกับมัน จากนั้นหมีลากลูกชายลงไปที่น้ำลึก กดน้ำแล้วเหยียบหัวซ้ำให้จม ตนใช้ไม้ที่มือตี ไปที่ดั้งจมูกหมี จนมันวิ่งหนีเข้าป่าหายไป พร้อมกับช่วยลูกชายขึ้นมาจากน้ำรอดตายหวุดหวิด หลังจากนำส่งรักษา ที่รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร ล่าสุดขณะอาการปลอดภัยแล้ว แต่ตาจะต้องผ่าตัดจากจักษุแพทย์ต่อไป

ที่มา ข่าวสด

MThai News

สลด ! หนุ่มเครียด เมียขอเลิก-กิ๊กหนี โชว์ไลฟ์สด ‘ผูกคอตาย’ ผ่านเฟซบุ๊ก

สลด ! หนุ่มโชว์ไลฟ์สด ‘ผูกคอตาย’ ผ่านเฟซบุ๊ก เครียดจัด หลังเมียจับได้ว่า มีกิ๊กขอแยกทาง แถมกิ๊กสาวยังหนีหน้า

วันนี้ (6 ก.ย. 59) มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางเขน ได้รับแจ้งมีผู้ชายผูกคอเสียชีวิต ภายในอพาร์เมนท์ ซอยพหลโยธิน 48 แยก 30 ถนนพหลโยธิน แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพฯ จึงเดินทางเข้าไปตรวจสอบพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน แพทย์นิติเวช รพ.ภูมิพล และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู

13

จากการตรวจสอบจุดเกิดเหตุเป็นอาคาร สูง 5 ชั้น ภายในห้องพัก 402 ชั้น 4 พบศพ นายเจริญ ฉิมผูก อายุ 30 ปี อาชีพครูฝึก รปภ. บริษัทเอกชน ไม่สวมเสื้อ นุ่งกางเกงยีนส์ขายาวสีดำ ลำคอผูกด้วยไม้แขวนเสื้อ 3 อัน ติดกับพัดลมเพดาน บริเวณปลายเตียงนอน ใกล้กันพบโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง วางอยู่ที่หัวเตียงนอนและภาพถ่ายหญิงสาวตกอยู่ที่พื้นห้อง เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ก่อนนำศพส่งสถาบันนิติเวชดำเนินการต่อไป

ขณะที่ น.ส.แสงระวี อมดี อายุ 24 ปี ภรรยาผู้ตายให้การว่า ตนและสามีอยู่กินด้วยกันมาประมาณ 5 ปี จนมีลูกสาววัย 3 ขวบ ต่อมาทราบว่า สามีแอบมีกิ๊ก โดยมีหญิงสาวอีกคนหนึ่งมาพักที่ห้องเกิดเหตุ ตนจึงพูดคุยและให้สามีแยกทางกันอยู่สักพัก เพื่อให้ผู้ตายปรับปรุงตัวใหม่ โดยก่อนเกิดเหตุสามีได้แพร่ภาพสดผ่านเฟซบุ๊ก ชื่อว่า แสนแสบ โดดเดียว ขณะที่สามีกำลังผูกคอฆ่าตัวตาย เมื่อตนเห็นภาพดังกล่าว จึงรีบเดินทางมาเพื่อห้ามปราบแต่ก็พบว่าสามีเสียชีวิตแล้ว ส่วนหญิงสาวที่เป็นกิ๊กคนดังกล่าว ไม่พบว่าอยู่ภายในห้องแต่อย่างใด โดยทราบว่าหญิงรายนี้หายตัวไปก่อนที่สามีจะผูกคอเสียชีวิต

อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่า ผู้ตายเกิดอาการเครียดเนื่องจากภรรยารู้ว่า ผู้ตายแอบคบกับหญิงสาวอีกคน จนภรรยาขอแยกทาง รวมทั้งหญิงสาวที่คบอีกคนก็หนีหายไป จนมีอาการเครียดคิดสั้นผูกคอเสียชีวิต

ที่มา : เดลินิวส์

MThai News