เกิดเหตุระเบิดหน้าโรงเรียนใน อ.ตากใบ ครู-นร.เจ็บ

เกิดเหตุระเบิดหน้าโรงเรียนบ้านตาบา อ.ตากใบ จ.นราธิวาส เบื้องต้นมีครู และนักเรียน ได้รับบาดเจ็บ 

เมื่อเวลา 08.25 น. วันนี้ 6 ก.ย. มีรายงานว่าเกิดเหตุระเบิดหน้าโรงเรียนบ้านตาบา อ.ตากใบ จ.นราธิวาส เบื้องต้นมีผู้ได้รับบาดเจ็บ เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจรักษาความปลอดภัย ครู และนักเรียน ล่าสุดมีรายงานเพิ่มเติมว่ามีผู้เสียชีวิต 2 ราย

14731298471473129914l

ขณะเดียวกันช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้รับแจ้งว่า พบกล่องสี่เหลี่ยมและมีไฟกระพริบวางอยู่บริเวณประตูทางเข้าแคมป์คนงาน โดยมีถุงขยะสีดำวางไว้ด้านหน้าที่บริเวณหน้าแคมป์คนงานก่อสร้าง บริษัท เอสจีเอ็มบี คอนสตรัคชั่น จำกัด ถนนกระบี่-เขาทอง ต.ปากน้ำ ภายในเขตเทศบาลเมืองกระบี่ จ.กระบี่ หลัง

ตรวจสอบเบื้องต้นพบเป็นกล่องสี่เหลี่ยมทำจากไม้อัดสูงประมาณ 30 เซนติเมตร ภายในมีวงจรอิเล็กทรอนิกส์ และมีหลอดไฟแอลอีดี สีเขียวและสีแดง กระพริบสลับกันตลอดเวลา เจ้าหน้าใช้ปืนยิงน้ำแรงดันสูงยิงทำลายตัดวงจร โดยใช้เวลาประมาณ 20 นาที ก่อนเข้าเคลียร์พื้นที่พร้อมประสานพนักงานสอบสวนและเจ้าหน้ากองพิสูจน์หลักฐานเข้าทำการตรวจสอบ ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้เก็บชิ้นส่วนหลักฐานในที่เกิดเหตุและลายนิ้วมือแฝงที่กล่องดังกล่าวเพื่อตรวจหาดีเอ็นเอ ไปตรวจพิสูจน์อย่างละเอียดอีกครั้ง พร้อมตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียงเพื่อติดตามคนร้ายที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีต่อไป

ขอบคุณ ข่าวสด

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

รมว.เกษตรฯ แจง กรณีจ่อใช้ ม.44 สร้างเขื่อนแม่วงก์

รมว.เกษตรฯ แจง กรณีจ่อใช้ ม.44 สร้าง ‘เขื่อนแม่วงก์’ ชี้ สิ่งที่กล่าวออกไป อาจเข้าใจคลาดเคลื่อนได้

เมื่อวันที่ 5 ก.ย. 2559 ที่ผ่านมา พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงกรณีที่นายศศิน เฉลิมลาภ ประธานมูลนิธิสืบนาคะเสถียร เตรียมคัดค้านโครงการเขื่อนแม่วงก์ จ.นครสวรรค์ หากมีการใช้อำนาจตามมาตรา 44 ผลักดันโครงการดังกล่าว และผ่านการพิจารณาคณะรัฐมนตรี ว่า นายศศิน เป็นนักอนุรักษ์ธรรมชาติ จึงไม่เเปลกใจที่จะออกมาคัดค้าน หากมีการเดินหน้าสร้างเขื่อนแม่วงก์

726782-01

โดยยืนยันว่า สิ่งที่ได้กล่าวออกไปนั้น ไม่ได้เป็นไปตามที่ออกมา 100 เปอร์เซ็นต์ แต่อาจจะมีการเเปลงความทำให้ความหมายของคำพูดเปลี่ยนไป โดยคำพูดที่หยิบยกมาพูดเป็นความคิดเห็นของคนในพื้นที่ ชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาภัยแล้ง ซึ่งมีมากกว่า 1 แสนคน ทั้งนี้ อยากให้มองถึงภาพรวมที่เกิดขึ้น ยืนยันจะเดินหน้าแก้ปัญหาภัยแล้ง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่เกษตรกรตามแนวทางของกระทรวงเกษตรกรและสหกรณ์ต่อไป

ที่มา  INN

MThai News

ศาลฎีกานัดพิพากษาคดี ‘สนธิ’ ผิด พ.ร.บ.หลักทรัพย์

ศาลอาญา นัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาคดี ‘สนธิ’ กับพวกรวม 4 คน ทำเอกสารกู้แบงก์พันล้านเท็จ วันนี้ เวลา 09.30 น.

วันนี้ 6 ก.ย. ศาลอาญา รัชดาภิเษก นัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร 1 เป็นโจทก์ฟ้อง นายสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ นายสุรเดช มุขยางกูร อดีตกรรมการบริษัท แมเนเจอร์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) น.ส.เสาวลักษณ์ ธีรานุจรรยงค์ อดีตผู้บริหารแผนฟื้นฟู บริษัท แมเนเจอร์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) และ น.ส.ยุพิน จันทนา อดีตกรรมการบริษัท แมเนเจอร์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เป็นจำเลยที่ 1-4 ฐานกระทำผิด พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535

483723-01

จากกรณีเมื่อวันที่ 29 เม.ย. 2539 – 31 มี.ค. 2540 จำเลยทั้ง 4 ซึ่งเป็นกรรมการบริษัท แมเนเจอร์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ร่วมทำสำเนารายงานการประชุมกรรมการบริษัทที่เป็นเท็จ ว่า มีมติให้บริษัทเป็นผู้ค้ำประกันเงินกู้ให้กับบริษัท เดอะ เอ็ม กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ที่จำเลยที่ 1 เป็นผู้ถือหุ้น กับธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) รวม 6 ครั้ง จำนวน 1,078 ล้านบาท

โดยจำเลยที่ 1 และ 3 ไม่ได้ขออนุมัติจากมติที่ประชุมกรรมการบริษัท และเมื่อวันที่ 30 เม.ย. 2539 – 18 พ.ย. 2541 จำเลยทั้งยังร่วมกันยอมให้มีการเปลี่ยนแปลงตัดทอนทำบัญชีไม่ตรงกับความเป็นจริง และจำเลยทั้ง 4 ยังไม่ได้นำภาระการค้ำประกันเงินกู้ดังกล่าวซึ่งถือเป็นรายการที่ทำให้รายได้ของ บมจ.แมเนเจอร์ฯ เปลี่ยนแปลงผิดปกติ ซึ่งต้องแสดงรายการไว้ในงบการเงินประจำปี 2539-2541 และต้องนำส่งให้ตลาดหลักทรัพย์ฯ และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อลวงให้ผู้ถือหุ้นบริษัท แมเนเจอร์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ขาดประโยชน์ที่ควรจะได้รับ รวมทั้งเป็นการลวงให้นักลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ไม่ได้รับรู้ถึงการค้ำประกันหนี้ดังกล่าว

ซึ่งในคดีนี้เมื่อวันที่ 28 ก.พ. 2555 ศาลชั้นต้นพิพากษา จำคุกจำเลยที่ 1, 3 และ 4 คนละ 20 ปี ส่วนจำเลยที่ 2 จำคุก 5 ปี ต่อมา จำเลยที่ 1, 3 และ 4 ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลว่าไม่มีเจตนากระทำผิด ไม่ได้รับผลประโยชน์ในทรัพย์สินแต่อย่างใด ขอให้ลงโทษสถานเบาและรอการลงโทษ แต่อุทธรณ์ฟังไม่ขึ้นพิพากษายืนจำเลยจึงยื่นฎีกาต่อสู้คดี และในวันนี้ ศาลอาญารัชดา ได้นัดอ่านคำพิพากษาศาลศาลฎีกา

ที่มา… INN

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News