โหด ! เก๋งประกบยิง ‘กัน หนองเกตุ’ ขาใหญ่พัทยาดับ

ความคืบหน้าเก๋งประกบยิง “กัน หนองเกตุ” เสียชีวิต ตำรวจ คาดหักหลังธุรกิจมืด หรือไม่ก็ถูกตามล้างแค้นคดีเก่า

จากกรณีเมื่อกลางดึกของวันที่ 2 ก.ย.ที่ผ่านมา มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนขับรถยนต์เก๋งตามประกบแล้วลดกระจกด้านหลังลง เปิดฉากใช้อาวุธปืนไม่ทราบขนาดยิงใส่ นายวิทวัส เหลาเคน หรือฉายา “กัน หนองเกตุ” อายุ 25 ปี ชาว อ.บางละมุง จ.ชลบุรี 3 นัดซ้อน ขณะกำลังขับรถจักรยานยนต์ บนถนนพรประภานิมิตร บริเวณหน้าร้านผ้าม่านสวย ปากซอย 17 ใกล้เคียงสี่แยกมิตรกมล จนทำให้รถจักรยานยนต์เสียหลักล้ม และเสียชีวิตในเวลาต่อมา เนื่องจากกระสุนถูกจุดสำคัญตามร่างกาย เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองปรือ เจ้าของพื้นที่ คาดว่าสาเหตุน่าจะมาจากเรื่องธุรกิจมืด

ความคืบหน้าของคดี  วันที่ 3 ก.ย.59 เวลา 12.00 น. พ.ต.อ.จิระวุฒิ ตัณฑศรี ผกก.สภ.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เปิดเผยว่า คนร้ายในคดีนี้คาดว่ามีประมาณ 2-3 คน และน่าจะรู้จักกับผู้ตายเป็นอย่างดี โดยใช้รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซีวิค สีดำ ไม่ทราบทะเบียน เป็นพาหนะในการก่อเหตุและหลบหนี
ส่วนสาเหตุของการสังหารโหดในครั้งนี้ น่าจะเกี่ยวกับเรื่องหักผลประโยชน์ธุรกิจยาเสพติด

นอกจากนี้ ตรวจสอบประวัติของนายวิทวัส ผู้ตาย พบว่าเมื่อวันที่ 22 ธ.ค.56 เคยถูกตำรวจ สภ.หนองปรือ จับกุมในข้อหาร่วมกันใช้อาวุธปืนขนาด 11 มม. ยิงนายณัฐ หรือคิง สุวรรณขำ อายุ 30 ปี เสียชีวิตภายในป่ายูคาลิปตัส ติดกับอ่างเก็บน้ำมาบประชัน หมู่ 3 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี และมีคนไปพบศพเมื่อช่วงเช้าตรู่วันที่ 21 ธ.ค.56 จึงมีความเป็นไปได้ว่า พอคู่อริทราบข่าวว่านายวิทวัส พ้นโทษออกมา จึงถูกตามยิงล้างแค้นจนเสียชีวิต

อย่างไรก็ตาม หลังเกิดเหตุได้สั่งการให้ตำรวจชุดสืบสวนลงพื้นที่หาข่าวเร่งด่วน เพราะเป็นเหตุอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญประชาชน ในส่วนของพนักงานสอบสวนได้สั่งให้เชิญตัวญาติ และเพื่อนของผู้ตาย มาสอบปากคำ เพื่อเก็บรายละเอียดที่น่าจะเป็นประโยชน์ต่อการทำคดี และใช้เป็นข้อมูลในการติดตามจับกุมกลุ่มคนร้ายต่อไป

MThai News

นายกฯ บินจีน ร่วมถกผู้นำ G20 ย้ำห้ามนำผู้ต้องหาแถลงข่าว

นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะบินจีนถกผู้นำ G20 แล้ว มอบ “วิลาศ” แจงกำชับ ผบ.ตร. ห้ามนำผู้ต้องหาแถลงข่าว ห่วงละเมิดสิทธิ

วันนี้(4 ก.ย.) พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. พร้อมคณะ เดินทางออกจากท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง กรุงเทพฯ ไปยังท่าอากาศยานนานาชาติเซียวซาน นครหางโจว มณฑลเจ้อเจียง สาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อเข้าร่วมการประชุมผู้นำกลุ่ม 20 (G 20 Summit) ที่นครหางโจว มณฑลเจ้อเจียง สาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างวันที่ 4 – 5 กันยายน 2559

ทั้งนี้ ก่อนเดินทางนายกรัฐมนตรี ได้ปฏิเสธการให้สัมภาษณ์ พร้อมโบกมือทักทายสื่อมวลชน แต่ได้มอบหมายให้ พล.อ.วิลาศ อรุณศรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่า นายกรัฐมนตรี ได้ฝากกำชับถึงผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กรณีสั่งห้ามนำผู้ต้องหาแถลงคดี โดยให้พิจารณาเป็นรายกรณี ตามความร้ายแรงของคดี และให้เป็นไปอย่างเหมาะสม แต่ต้องให้อยู่ในมาตรฐานเดียวกัน เพื่อป้องกันการละเมิดสิทธิมนุษยชน อย่างไรก็ตาม ในการแถลงแต่ละคดี เจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องดำเนินการให้มีความชัดเจน และชี้แจงให้สังคมได้รับทราบ

ที่มา INN

MThai News

‘กัสจัง’ จับมือสถานเสริมความงามดัง โร่แจ้งความเอาผิดคนกุข่าวเหลาคาง

‘กัสจัง’ จับมือสถานเสริมความงามชื่อดัง โร่แจ้งความเอาผิดคนกุข่าวเหลาคาง หลังถูกเพจเฟซบุ๊กปลอม ใส่ความเป็นคลินิกเถื่อน ปั้นข่าวเหลาคาง

วานนี้(3 ก.ย.) เวลา 21.00 น. นางสาวจีร่าร์ พิทักษ์พรตระกูล หรือ กัสจัง อายุ 23 ปี ดารานักแสดงสาวชื่อดัง พร้อม น.ส.กุลกนก หว่อง อายุ 30 ปี เจ้าของสถานเสริมความงาม อเมทิส คลินิก (Ametis clinic) เข้าพบ ร.ต.ท.เฉลิมพันธุ์ ภูสมหมาย รอง สว.(สอบสวน) สน.ทุ่งมหาเมฆ เพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานว่า ถูกผู้ใช้เฟซบุ๊กปลอมรายหนึ่งโพสต์ข้อความโจมตีทางหน้าเพจเฟซบุ๊กของคลินิกดังกล่าวว่า เป็นคลินิกเถื่อน ทั้งดาราสาวคนดังร่วมมือกับคลินิกปกปิดเรื่องการทำศัลยกรรมคาง ซึ่งข่าวดังกล่าว ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง

น.ส.จีร่าร์ เผยว่า ช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา ตนเข้ามาทำศัลยกรรมตาสองชั้นกับทางคลินิกดังกล่าวเพียงอย่างเดียว กระทั่งคืนวันที่ 2 กันยายนที่ผ่านมา ทางคลินิก แจ้งมาว่าถูกผู้ไม่ประสงค์ดี สร้างเฟซบุ๊กปลอมขึ้นมาใหม่โดยใช้รูปหญิงสาวที่เสียโฉมจากการทำศัลยกรรม โพสต์โจมตีว่าเป็นคลินิกเถื่อนมาหลอกลวงผู้บริโภค อ้างว่าตนทำศัลยกรรมคางแต่ปกปิดข้อมูล รับจ้างไปรีวิวโฆษณาให้กับทางคลินิก ทั้งที่ความจริงตนทำเพียงแค่ตาสองชั้นเท่านั้น ก่อนทำศัลยกรรมก็ไปศึกษาข้อมูลมาเป็นอย่างดีว่าคลินิกดังกล่าวมีใบรับรองถูกต้อง หลังทำเสร็จก็ไปรีวิวเองส่วนตัว ไม่เคยรับเงินมารีวิว จึงมาแจ้งความไว้พร้อมชี้แจงกับทางสื่อมวลชน

ด้าน น.ส.กุลกนก กล่าวว่า ทางคลินิกดูแลเรื่องการทำศัลยกรรมตาสองชั้นให้กัสจังเพียงเท่านั้น และมีใบประกอบวิชาชีพมาตรฐานครบถ้วน เปิดให้บริการมาเป็นเวลาหลายปีแล้ว ไม่เคยมีชื่อเสียงด้านลบ สร้างความเสียหายให้กับคลินิก ซึ่งข้อความกล่าวอ้างเป็นข้อความเท็จ จึงเดินทางมาแจ้งความไว้ฐานหมิ่นประมาท ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง

ที่มา matichon

MThai News